
เปิดตัวการ์ดจอรุ่นประหยัดที่มีแรมเพียง 4GB ไปได้เพียงไม่กี่วัน ล่าสุดก็มีข่าวคราวชวนปวดหัวสำหรับสายประกอบคอมพิวเตอร์ออกมาอีกแล้ว เมื่อมีรายงานว่าค่ายแดงอย่าง AMD กำลังเตรียมปรับขึ้นราคาการ์ดจอเพิ่มขึ้นอีกราว 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำอย่าง DRAM ที่โดนฝั่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ดึงไปใช้งานจนราคาชิ้นส่วนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลหลุดครั้งนี้มาจาก Harukaze 5719 นักปล่อยข่าวหลุดสายฮาร์ดแวร์ชื่อดังบน Twitter ที่ออกมาเปิดเผยว่าทาง AMD ได้เริ่มแจ้งบรรดาพันธมิตรผู้ผลิตการ์ดจอรายต่างๆ แล้วว่าจะมีการปรับขึ้นราคาต้นทุนส่งมอบสินค้าอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้เป็นระดับผู้ผลิตส่งให้คู่ค้า แม้จะไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าร้านจะปรับขึ้นเต็มจำนวนในทันที แต่โอกาสที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายแพงขึ้นก็มีสูงมาก เพราะผู้ผลิตการ์ดจอแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มีส่วนต่างกำไรที่หนาพอจะช่วยแบกรับต้นทุนเอาไว้เองได้ทั้งหมด
ดูเหมือนว่าค่ายแดงจะรอดูสถานการณ์อยู่พักใหญ่ โดยรอให้สินค้าในคลังเดิมค่อยๆ ระบายออกไปก่อน แถมยังรอจังหวะให้ทาง Nvidia ประกาศปรับขึ้นราคาการ์ดจอนำไปก่อนล่วงหน้า และเมื่อคู่แข่งปรับราคาขึ้นไปแล้ว AMD จึงเตรียมขยับราคาตามขึ้นมาให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพื่อรักษาระดับการแข่งขันในตลาดการ์ดจอเอาไว้
หากมองดูสถานการณ์ในปัจจุบัน การ์ดจอรุ่นเรือธงอย่าง Radeon RX 9070 XT บนเว็บไซต์ Newegg มีราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 700 ถึง 750 ดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสูงกว่าราคาเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมปี 2025 ที่เปิดมาแค่ 599 ดอลลาร์อยู่พอสมควร ทั้งที่ก่อนหน้านี้การ์ดจอรุ่นนี้เคยมีจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับ Nvidia GeForce RTX 5070 Ti ที่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่พอมีการปรับราคาขึ้นมาใหม่ ช่องว่างความคุ้มค่าตรงนี้ก็อาจจะลดลงจนแทบไม่เหลือ
แม้ว่าจะมีความพยายามติดต่อไปยัง AMD เพื่อขอคำยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์นี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายระลอกใหญ่ของคนรักฮาร์ดแวร์ในปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Valve ก็เคยออกมาเตือนแล้วว่าราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์มีแต่จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ฝั่งเครื่องคอนโซลอย่าง Sony แม้จะพยายามตรึงราคาเครื่อง PS5 เอาไว้ได้ตลอดช่วงปีนี้ แต่หลังจากสิ้นสุดปีงบประมาณและสต็อกแรมหมดลง ราคาก็อาจจะต้องขยับขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใครที่กำลังวางแผนจะประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดการ์ดจอ รวมถึงมองหา โน้ตบุ๊ก สายเกมตัวใหม่ ในช่วงเวลานี้อาจจะต้องรีบตัดสินใจกันสักหน่อย เพราะดูทรงแล้ววิกฤตราคาฮาร์ดแวร์แพงยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ และการชะลอซื้อออกไปก็อาจจะยิ่งทำให้ต้องจ่ายเงินแพงกว่าเดิมเมื่อราคาสินค้าล็อตใหม่ขยับขึ้นอย่างเป็นทางการ







