OpenAI สอยสตาร์ตอัปโคลนเสียงดึงทีมงานเข้าสังกัดอัปเกรดความเก่งให้ ChatGPT
พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเสียง AI ปลอดภัยกว่าเดิม

OpenAI ปิดดีลเข้าซื้อกิจการของ Weights.gg สตาร์ตอัปผู้พัฒนาเทคโนโลยีโคลนเสียงขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไป โดยการควบรวมกิจการในครั้งนี้เกิดขึ้นแบบเงียบเชียบตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และตัวสตาร์ตอัปเองก็ได้ทำการประกาศปิดให้บริการฝั่งผู้บริโภคทั่วไปกระทันหันไปตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับ Weights.gg เป็นสตาร์ตอัปรายเล็กที่มีทีมงานวิศวกรฝีมือดีอยู่ราวๆ 6 คน และเคยระดมทุนในรอบเวนเจอร์แคปิตอลมาได้ประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแปลงเป็นเงินบาทจะอยู่ที่ราวๆ 130 ล้านบาท โดยข้อมูลจากแหล่งข่าววงในระบุว่าหลังจากการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น ทาง OpenAI ได้ดึงตัวทีมวิศวกรทั้งหมดและลิขสิทธิ์ทางปัญญาของสตาร์ตอัปแห่งนี้เข้าไปกระจายทำงานร่วมกับทีมพัฒนาส่วนต่างๆ ภายในองค์กรทันที เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบประมวลผลเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ความน่าสนใจของสตาร์ตอัปรายนี้คือการทำงานที่คล้ายกับโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับการแบ่งปันโมเดลเสียงที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งในคลังข้อมูลสาธารณะของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยโมเดลเสียงเลียนแบบของเหล่าคนดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ Taylor Swift, Kanye West, Samuel L. Jackson, สมาชิกวง Blackpink, ตัวการ์ตูนสุดฮิตอย่าง Bugs Bunny รวมไปถึงบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับผู้นำประเทศอย่าง Donald Trump และ Joseph R. Biden Jr. อีกด้วย

แม้ว่าเทคโนโลยีของสตาร์ตอัปแห่งนี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องการใช้ตัวอย่างเสียงสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถโคลนเสียงออกมาได้อย่างแนบเนียนและรวดเร็ว แต่การปล่อยให้เครื่องมือคุณภาพสูงแบบนี้เข้าถึงได้ง่ายเกินไป ก็สร้างความกังวลใจในเรื่องความปลอดภัยและปัญหาลิขสิทธิ์เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเสียงปลอมหรือดีปเฟกที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งที่ผ่านมา OpenAI เองก็ค่อนข้างระมัดระวังในการปล่อยเครื่องมือโคลนเสียงสู่สาธารณะด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเช่นเดียวกัน
นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมองว่า OpenAI ไม่มีแผนที่จะนำบริการโคลนเสียงสาธารณะในรูปแบบเดิมของ Weights.gg กลับมาเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเล่นอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ได้ไปติดตั้งและผสมผสานเข้ากับฟีเจอร์การสั่งงานด้วยเสียงที่มีอยู่แล้วในผลิตภัณฑ์หลักอย่าง ChatGPT เพื่อเพิ่มความสามารถในการโต้ตอบให้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนของการแข่งขันในตลาด AI ที่เริ่มเน้นการควบรวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาไว้ในแล็บใหญ่ๆ และเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมนักพัฒนาทั่วโลกต้องหันมาใส่ใจเรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากเสียงสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายน้ำดิจิทัลเพื่อยืนยันตัวตน หรือการสร้างระบบตรวจสอบความถูกต้องของเสียงให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับยุคที่เสียงจากปัญญาประดิษฐ์กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราในอนาคตอันใกล้







