สกู๊ปพิเศษ

3 เหตุผลที่หนูน้อย J.J. ควรเป็นตัวละครหลักใน THE LAST OF US 3

ตัวละครที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวและยังคงคอนเซ็ปต์หลักของตัวเกม

แฟนจำนวนไม่น้อยต่างลงความเห็นว่าเกม The Last of Us Part II ช่างเป็นเกมที่มืดมนและหดหู่แทบจะที่สุดเกมหนึ่งที่เคยถูกสร้างมาเลยก็ได้ ทว่าในท่ามกลางความดาร์คนั้นก็ยังมีแสงสว่างและสิ่งที่สดใสอยู่เช่นเดียวกันนั่นก็คือ หนูน้อย J.J. นั่นเอง

*คำเตือน* บทความต่อไปนี้จะมีการสปอยล์เนื้อหาตัวเกมอย่างละเอียด

เราทราบกันดีแล้วว่าหนูน้อย J.J. คือลูกชายบุญธรรมของเอลลี่และภรรยาของเธอดีน่า ส่วนพ่อทางสายเลือดของ J.J. คือเจสซี่ เพื่อนสนิทของเอลลี่และเป็นอดีตแฟนเก่าของดีน่า ไม่แน่ใจว่าคำย่อ J.J. นี่มาจากอะไร เพราะทั้งเจสซี่และโจเอลก็มีชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J เหมือนกัน หรือมันอาจจะเป็นการรำลึกถึงคนทั้ง 2 คนที่จากไปก็ได้เช่นกัน แต่เราคงไม่มีวันรู้ความจริงหากตัวเกมไม่มีการออกภาคต่อไป ทว่าสมมติ (ย้ำว่าสมมติเท่านั้น) หากตัวเกมมีโอกาสที่จะสร้าง Part 3 ต่อจริง ๆ ล่ะก็ ตัวละครอย่าง J.J. อาจจะมีบทบาทในภาคใหม่ได้มากกว่าที่คุณคิด และนี่คือ 3 เหตุผลว่าเพราะอะไร

*หมายเหตุ* Naughty Dog ไม่ได้กล่าวถึงการจะสร้างเกม TLOU ต่อแต่อย่างใด บทความนี้เป็นเพียงไอเดียสนุกๆ ที่เราคิดว่าคุณอาจจะสนใจอ่าน อีกอย่างต่อให้มีภาคต่อจริง ๆ ล่ะก็มันอาจจะต้องใช้เวลาอีก 7 ปีต่อจากนี้เลยก็ได้ (ถ้านับจากระยะห่างภาค 1 กับ 2 ล่ะก็นะ)

J.J. คือแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด

3. มีความเป็นไปได้ที่ THE LAST OF US 3 จะเดินเนื้อเรื่องต่อจากภาค 2 ชนิดที่เวลาผ่านไปไกลมาก ๆ

TLOU ภาคแรกเกิดขึ้นหลังการจากมีการติดเชื้อแพร่กระจายถึง 20 ปี ในขณะที่ภาค 2 นั้นเกิดหลังจากตอนจบในภาคแรกอีก 5 ปี ในระยะเวลา 25 ปีนี้ สังคมมนุษย์ได้ปรับตัวและสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้อยู่รอดกับสภาพการณ์ที่ต้องเผชิญ นั่นก็เพราะสภาพแวดล้อมมีโครงสร้างที่เปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมืองซีแอทเติลที่ปฏิเสธการช่วยเหลือจากรัฐบาล ขณะที่ก่อร้างสร้างกลุ่มก้อนชุมชนใหม่ขึ้นมากันเอง อาทิ Jackson, Wyoming และมันยากที่จะมีชุมชนใดมีการบริหารที่ดีพร้อมในการดำรงชีวิตดีเท่า Jackson จึงไม่แปลกหากจะเห็นตัวละครเดิมที่เติบโตขึ้นเป็นตัวเอก แต่อายุของ J.J. อย่างน้อยต้องอยู่ที่ 11 ปี นั่นคือช่วงเวลาขั้นต่ำที่เกมควรจะข้ามไป และในระหว่างเวลาเหล่านี้น่าจะมีการเกิดกลุ่มก้อนสังคมแห่งอื่นที่เติบโตและพร้อมที่จะร่วมมือ (หรือต่อสู้) กับชุมชนของตัวเอก และมันคงจะน่าทึ่งหากเราจะได้เห็น J.J. ตอบสนองต่อเมืองรวมไปถึงการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปของอเมริกาในยุคนั้น หรือแม้กระทั่งตัวรัฐบาลที่ทุกคนตัดขาดออกมาเองก็ตาม

2. THE LAST OF US 3 น่าจะยังคงมีตัวละครสำคัญอย่างเอลลี่และดีน่าอยู่ในเกมเช่นเคย

มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สะเทือนใจแฟนเกมมากที่สุดกับการจากไปของโจเอลใน Act แรกของตัวเกมในภาค 2 ทว่าเราเองก็ได้เรียนรู้เรื่องราของเขามากขึ้นในฉาก Flashback และตอนจบ เราจึงคิดว่าตัวเอลลี่เองก็น่าจะมีความสำคัญต่อภาค 3 เช่นเดียวกัน (หากมีการสร้างขึ้นมาจริง) เธออาจจะไม่ใช่ตัวละครหลักของเกมแต่เธอน่าจะมีความสำคัญในภาพรวม อย่างยิ่งหาก J.J. เป็นตัวเอกด้วยแล้วล่ะก็ เพราะแม้ต่อให้เอลลี่ไม่ได้อยู่ในฉาก แต่ความเชื่อมต่อของตัวละครสามารถถ่ายทอดผ่านการเล่าของฝั่ง J.J. ขณะเดินทางเองได้เช่นกัน เราเอาจจะได้เห็นว่าเขาเติบโตมาแบบไหน แล้วเอลลี่กับดีน่าเลี้ยงดูเขามาอย่างไร (ไม่ว่าทั้งสองจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน) J.J. จะเป็นตัวละครที่เชื่อมโยงได้ดี เพราะเขาคือสัญลักษณ์ที่แทนความเป็น ‘ครอบครัว’ นั่นเอง ธีมที่เกม TLOU เน้นย้ำมาโดยตลอด ผู้สร้างอย่างคุณ Neil Druckmann ก็เคยกล่าวไว้แล้วว่าเกม TLOU นั้นเป็นเกมที่เกี่ยวกับความรักเสมอทุกภาค จึงไม่น่าจะแปลกใจหากเราจะได้เห็นความเชื่อมโยงดังกล่าวที่แสดงถึงครอบครัวอีกไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในภาค 3 นี้

1. คงจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก หากได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกจากการตัดสินใจของดีน่าและเอลลี่จากในภาคที่ 2

ถ้าคุณเล่นภาค 2 จนจบ คุณคงจะทราบดีว่าในท้ายที่สุด เอลลี่สามารถเอาชนะความเกลียดชัง ความแค้นที่อยู่ในใจ เธอตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าแอบบี้ ยุติภารกิจที่มีแต่ความโกรธ เกลียดลงได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งก็มาจากช่วงเวลาที่ย้อนไปเมื่อตอนอยู่กับโจเอล ทว่าการตั้งครรภ์ของดีน่าก็มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของเธอไม่น้อยเช่นกัน เราเห็นได้ตั้งแต่ก่อนที่ทารกจะเกิดและการที่เธอเลือกจะใช้ชีวิตกับลูกชายและคนรัก ณ ฟาร์มแห่งหนึ่ง หากเกิดว่ามีภาคต่อจริง แล้วเราได้เห็น J.J. เติบโต และเราอาจจะสามารถทำความเข้าใจเอลลี่ได้มากกว่าที่เป็น (ปฏิเสธไม่ได้ว่าแฟนหลายคนรู้สึกว่าเราได้เรียนรู้เธอน้อยเกินไปในภาค 2) ผู้เล่นน่าจะได้รับรู้มุมมองของเธอถึงการตัดสินใจในภาคที่ 2 เหมือนที่เรารับรู้จากโจเอลในภาคที่ 1 หากเราเรียนรู้ไปแล้วว่าการฆ่าจะทำให้เกิดสิ่งใดในภาคถัดไป แล้วการไม่ฆ่าล่ะมันจะนำพอมาซึ่งสิ่งใดในภาคใหม่ นี่คือ Choice ที่น่าสนใจมาก ๆ กับผลลัพธ์ที่แตกต่างของทั้งโจเอลและเอลลี่ บางทีเรื่องที่เป็นบวกมันก็ไม่ได้น่าเบื่อเสมอไปหรอกนะ และเราอยากเห็นมันผ่านตัวละครอย่าง J.J. ในภาคใหม่

Via
screenrant
ที่มา
inverse
Back to top button