เทคโนโลยี

Best Buy เปลี่ยน RAM โน้ตบุ๊กเกมมิ่งอ้างเครื่องไม่รองรับทั้งที่ขายเอง

ซื้อมาครบสเปกแต่เคลมแล้วได้แรมกลับมาไม่ครบ

เรื่องราวสุดแปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานบน Reddit ที่ใช้นามแฝงว่า GRINZ_DOCTOR ซึ่งได้ตัดสินใจซื้อโน้ตบุ๊กเกมมิ่งตัวแรงอย่าง Lenovo Legion 5 ที่จัดเต็มสเปกมาแบบทรงพลัง ทั้งชิปเซ็ต Intel Core i9-14900HX การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5070 พร้อมแรม DDR5 ความจุสูงถึง 64GB และพื้นที่เก็บข้อมูล SSD 2TB รวมถึงอุปกรณ์ด็อกกิ้งเสริม โดยซื้อผ่านทางผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Best Buy แบบจ่ายเงินครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์

หลังจากใช้งานโน้ตบุ๊กเครื่องนี้เล่นเกมอย่างลื่นไหลมาได้นานถึง 8 เดือน ตัวเครื่องกลับเกิดปัญหาเปิดไม่ติดหรือทำงานผิดปกติ ทำให้ต้องส่งเครื่องกลับไปเคลมประกันกับทาง Best Buy เพื่อทำการตรวจเช็กและซ่อมแซม แต่เมื่อเครื่องถูกส่งกลับมาถึงมือ สิ่งที่สร้างความตกตะลึงอย่างมากก็คือการที่แรมขนาด 32GB จำนวน 1 แถวได้หายไปจากตัวเครื่อง โดยทางร้านให้เหตุผลสุดงงว่า ระบบของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้รองรับแรมได้สูงสุดแค่ 32GB เท่านั้น ไม่สามารถใส่ 64GB ได้

สิ่งที่สร้างความมึนงงและไม่น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม คือทาง Best Buy ไม่ได้เปลี่ยนแถบแรมใหม่ให้ แต่กลับส่งแรมแถวเดิมที่ถอดออก ซึ่งน่าจะเป็นตัวที่มีปัญหาหรือเสียชีวิตจากการใช้งานคืนกลับมาในกล่องเสียอย่างนั้น ทั้งที่ลูกค้าสั่งซื้อเครื่องมาในสเปก 64GB ตั้งแต่แรก ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ราคาของแรม SODIMM DDR5 ความเร็ว 5,600MT/s พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก การที่ร้านค้าปลีกระดับโลกทำแบบนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

best-buy-re-configue-ram-on-customer

หากพิจารณาจากการใช้งานจริงที่โน้ตบุ๊กเครื่องนี้สามารถเปิดรันได้ปกติมานานถึง 8 เดือน ก็เป็นสิ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าตัวเครื่องรองรับความจุ 64GB ได้จริง แต่สาเหตุที่เครื่องเสียในภายหลังน่าจะเกิดจากการที่แรมแถวใดแถวหนึ่งเสียตามอายุการใช้งาน หรืออาจเกิดจากความร้อนสะสมที่สูงเกินไปตามธรรมชาติของแรม DDR5 ในเครื่องขนาดเล็ก ซึ่งตามหลักการประกันแล้ว ลูกค้าควรได้รับการเคลมเปลี่ยนแรมชิ้นใหม่ที่ใช้งานได้จริงกลับคืนมา

ทางชุมชนบน Reddit ต่างพากันออกมารวมพลังสนับสนุนให้ผู้เสียหายดำเนินการร้องเรียนและยกระดับเรื่องนี้ไปยังผู้บริหารของ Best Buy เพื่อเรียกร้องสิทธิ์อันชอบธรรม เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าทางร้านอาจพยายามหลีกเลี่ยงการแบกรับต้นทุนในการเปลี่ยนแรมชิ้นใหม่ให้แก่ลูกค้า เพราะราคาอุปกรณ์ในตลาดเวลานี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากวิกฤตชิ้นส่วนขาดแคลนทั่วโลก

แม้ว่าข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของผู้ผลิตอย่าง Lenovo สำหรับรุ่นที่ใช้ชิป Intel Core Ultra 7 และ Core Ultra 9 จะระบุว่ารองรับแรมสูงสุดที่ 32GB แต่ก็นับเป็นเพียงตัวเลือกมาตรฐานที่จัดจำหน่ายจากโรงงานเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าฮาร์ดแวร์จะไม่รองรับการอัปเกรดเพิ่มเติมโดยผู้ใช้งาน เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เหล่าเกมเมอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ให้ถี่ถ้วนทุกครั้งเมื่อส่งเครื่องเข้าศูนย์บริการ

ที่มา
wccftech

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button