ข่าว

เกมเมอร์เดือด GameStop อัปราคาการ์ด Pokémon ฉลองครบรอบ 30 ปีสุดโหด

ขายแพงเกินจริงที่ทำเอาแฟนคลับเซ็ง

ปัญหาการเก็งกำไรการ์ด Pokémon กำลังกลายเป็นเรื่องใหญ่จนประธาน Nintendo อย่าง Shuntaro Furukawa ต้องออกมายอมรับในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่าสถานการณ์ในตลาดตอนนี้ตึงเครียดมาก ทางค่ายยืนยันว่ากำลังหามาตรการตอบโต้เพื่อจัดการกับปัญหาพ่อค้าคนกลาง แต่หากใครอยากให้เริ่มตรวจสอบที่แรก ก็คงต้องชี้เป้าไปที่ร้านเกมชื่อดังอย่าง GameStop ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการอัปราคาขายปลีกแบบไม่เกรงใจใคร

สำหรับคอเกมที่ชอบสะสม คงคุ้นเคยกันดีกับการที่ GameStop ตั้งราคาการ์ด Pokémon สูงลิ่ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสินค้าชุด Booster Bundle รุ่นปกติที่วางขายในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Pokémon Center ในราคาประมาณ 27 ดอลลาร์ แต่พอมาดูที่หน้าเว็บของ GameStop กลับตั้งราคาไว้สูงถึง 90 ดอลลาร์ แถมถ้าอยากได้ราคาลดลงมานิดหน่อยก็ต้องจ่ายค่าสมาชิก Pro รายปีเพิ่มอีก บอกเลยว่าเป็นการบวกราคาเพิ่มกว่าสองเท่าที่ทำเอาคนสะสมน้ำตาตก

ล่าสุดยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อ GameStop เปิดให้จองสินค้าชุดฉลองครบรอบ 30 ปีของ Pokémon ที่แฟนๆ ตั้งตารอคอยกันมากที่สุดในปีนี้ ราคากล่อง Booster Bundle พุ่งไปอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ ส่วน Elite Trainer Boxes ก็กระโดดไปถึง 170 ดอลลาร์ ทั้งที่ราคาขายปลีกปกติควรจะอยู่ที่ 55 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการบวกราคาเพิ่มไปกว่า 3 เท่าตัว ทำเอาแฟนเกมที่รอคอยมานานต้องกุมขมับ

gamestop-pokemon-scalper-itself

ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือราคาของชุด Ultra-Premium Collection ซึ่งถูกตั้งไว้สูงถึง 600 ดอลลาร์ หากลองเทียบกับราคาสินค้าชุดพิเศษจากปีที่แล้วที่ขายตรงผ่าน Pokémon Center เพียง 120 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่า GameStop กำลังอัปราคาเพิ่มขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์ แถมยังใช้วิธีไม่แสดงราคาให้ชัดเจนทั้งบนหน้าเว็บและหน้าร้าน เพื่อให้สามารถปรับราคาขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยอมจองสินค้าไว้หนึ่งชุดเพื่อนำมาเป็นหลักฐานความเอาเปรียบนี้ การจองยังต้องวางมัดจำล่วงหน้าถึงครึ่งหนึ่งของราคาขาย ถือเป็นการซ้ำเติมลูกค้าที่แค่อยากได้การ์ดสวยๆ ไปสะสมหรือเล่นกับครอบครัวให้รู้สึกแย่ขึ้นไปอีก ซึ่งในขณะที่ Nintendo และ The Pokémon Company กำลังพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนด้วยการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ดูเหมือนการจัดการกับร้านค้าที่ทำตัวเป็นพ่อค้าเก็งกำไรเสียเองจะเป็นโจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กัน

ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้อาจอยู่ที่การที่ Nintendo และ The Pokémon Company ตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดกับตัวแทนจำหน่ายที่กดราคาสูงเกินไป หากผู้ผลิตสามารถควบคุมราคากับร้านค้าปลีกได้เหมือนการจำกัดจำนวนการซื้อ ก็คงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เหล่าแฟนเกมได้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ร้านค้าตักตวงผลประโยชน์จากความรักของแฟนๆ จนกลายเป็นเรื่องน่าผิดหวังแบบนี้ เชื่อว่าเหล่าสาวกทุกคนก็แค่ต้องการเปิดซองการ์ดในราคาที่สมเหตุสมผลเท่านั้นเอง

ที่มา
Engadget

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button