
ถ้าพูดถึงการเรียนภาษาอังกฤษ หลายคนอาจนึกถึงห้องเรียน หนังสือหนา ๆ หรือการท่องศัพท์จนปวดหัว แต่สำหรับ 9arm อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังแล้ว เส้นทางการพัฒนาภาษาอังกฤษของเขากลับเริ่มต้นจากสิ่งที่เด็กหลายคนทำเป็นประจำ นั่นคือ “การเล่นเกม” โดยเฉพาะเกมอย่าง Warcraft ที่ไม่ได้แค่ให้ความสนุก แต่กลายเป็นครูสอนภาษาสากลแบบไม่รู้ตัว
9arm กับบทเรียนภาษาอังกฤษจากเกม Warcraft
9arm เล่าย้อนถึงประสบการณ์สมัยเริ่มเล่น Warcraft และ Warcraft III ว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดจะเรียนภาษาอะไรเลย รู้แค่ว่าเกมมันสนุก แต่สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ซับไตเติลภาษาอังกฤษ” ที่โผล่มาตลอดเวลา ตั้งแต่บทสนทนาของตัวละคร ไปจนถึงคำสั่งภารกิจ (Objective) ซึ่งช่วงแรกก็อ่านแทบไม่รู้เรื่อง เล่นไปงงไป เหมือนดูหนังไม่มีซับ แต่พอเล่นบ่อยขึ้น คำบางคำก็เริ่มคุ้นตา เช่น Objective ที่แปลว่า “เป้าหมาย” หรือคำเกี่ยวกับการโจมตี เมือง ซอมบี้ เลือด และเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือ 9arm อธิบายว่าการเรียนรู้มันเกิดขึ้นแบบธรรมชาติ เพราะเกม “บังคับให้เข้าใจ” ถ้าไม่อ่าน ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนมีเควสต์ให้ชีวิต ถ้าไม่เข้าใจโจทย์ ก็ผ่านด่านไม่ได้ ผู้เล่นเลยเริ่มเดาความหมายจากบริบท เช่น เห็นคำว่า Objective 1 2 3 พร้อมแผนที่ ก็พอจะรู้ว่านี่คือรายการสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่ศัพท์ลอย ๆ แบบในหนังสือเรียน
เขายังเสริมว่า การเล่นเกมช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์โดยไม่รู้ตัว ไม่ต้องจำเป็นพันคำ แค่ประมาณ 500–800 คำที่ใช้บ่อยในเกม ก็เพียงพอจะเข้าใจเนื้อเรื่องและสถานการณ์ได้ราว 60–70% ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนภาษาแบบจริงจัง แถมยังได้เรียนคำศัพท์เชิงสถานการณ์ เช่น คำที่เกี่ยวกับการต่อสู้ การตัดสินใจ หรือบทสนทนาระหว่างตัวละคร ที่จำได้แม่นกว่า เพราะมันผูกกับภาพและเหตุการณ์ในเกมอย่างชัดเจน
เรื่องราวของ 9arm สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า “เกม” ไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะภาษาได้จริง โดยเฉพาะถ้าเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่อง ซับไตเติล และเป้าหมายชัดเจนเหมือน Warcraft แน่นอนว่ามันอาจไม่แทนการเรียนแบบจริงจังทั้งหมด แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก การเริ่มจากสิ่งที่เราชอบ อาจเป็นทางลัดที่สนุกและได้ผลกว่าที่คิดก็ได้ แล้วคุณล่ะ เคยได้ภาษาอังกฤษจากเกมไหนบ้าง? มาพูดคุยกันในเว็บไซต์ This is Game Thailand กันได้นะครับ







