รวมเกม Resident Evil ภาคที่ได้คะแนนรีวิวต่ำที่สุด แต่ควรหามาลองสักครั้ง!
แฟรนไชส์แถวหน้าที่อาจจะไม่ได้ถูกใจผู้เล่นกันเสมอไป

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ Resident Evil เป็นแฟรนไชส์แถวหน้าที่ยอดเยี่ยมและได้รับความนิยมรวมไปถึงสร้างเงินปริมาณมหาศาลให้กับ CAPCOM ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา และในภาคล่าสุดอย่าง Requiem เองก็เป็นเกมที่มียอดเปิดตัวสูงจนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ การันตีด้วยการสนับสนุนคอนเทนต์เนื้อเรื่องใหม่ ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามสี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง วันนี้เราจะนำเกมภาคสุดเฟลที่ได้คะแนนรีวิวต่ำที่สุดมาแบ่งปันให้ทำความรู้จักกันครับ
- Resident Evil Survivor

เปิดตัวกันด้วยเกมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นด้วยจอยปืน แต่กลายเป็นว่าพอมาถึงเวอร์ชันภาษาอังกฤษก็ตัดฟังก์ชันปืนไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเนื้อหาของเกมก็เกี่ยวข้องกับ Ark Thompson เพื่อนของ Leon ที่ได้รับการร้องขอให้มาตรวจสอบคดีหนึ่งก่อนที่จะพบว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อ T-Virus โดยจุดเด่นคือมุมกล้อง FPS และกราฟิกสามมิติเต็มตัวภาคแรกของแฟรนไชส์ ทั้งนี้โดนบ่นเรื่องเนื้อหาของเกมที่ตื้นไปสักนิดเช่นเดียวกับการรีไซเคิลโมเดลต่างๆ มากเกินไป
- Resident Evil Gaiden

การปรากฏตัวครั้งแรกของเกมแฟรนไชส์ผีชีวะบนเครื่องเล่นเครือ Nintendo แถมยังนำเอาตัวละครเด่นอย่าง Leon มาทำหน้าที่เป็นตัวเอกหลักด้วย ทั้งนี้เกมไม่ได้นับเป็นจักรวาลหลักแต่อย่างใด อีกทั้งโดนยำวิจารณ์เพราะด้วยข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแนวทางการเล่นจนท้ายที่สุดความน่ากลัวก็หายไปโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงยังมีปริศนาที่ไม่ถือว่าคุ้มค่ากับการไขสักเท่าไร กระนั้นแล้วเนื้อเรื่องของเกมเต็มไปด้วยการหักมุมหลากหลายอย่างและยังมีฉากจบที่ชวนให้ทุกคนต้องเหวอกัน
- Resident Evil Gun Survivor 2: CODE: Veronica

แม้ภาค Survivor จะโดนสับยับกันไป แต่คงไม่มี Gun Survivor ชุดไหนที่โดนด่ากันมากเท่ากับภาคสองที่ออกแบบตามเกม CODE: Veronica โดยเราสามารถเลือกตัวละครได้ทั้ง Claire, Steve, Chris และ Rodrigo ตะลุยในฉากต่างๆ ภายในเวลาที่จำกัด ซึ่งสถานที่ภายในเกมจะเป็นรูปแบบเส้นตรง มีการหยิบไอเทมเพียงเล็กน้อยเพื่อปลดล็อกประตู และด้วยความที่พัฒนาเพื่ออาร์เคดในตอนแรก พอมาจำหน่ายบน PS2 ก็เลยโดนมองว่ามีคอนเทนต์ค่อนข้างน้อยนั่นเอง อีกทั้งเนื้อหาเองก็ไม่ครอบคลุมจนครบ สามารถเล่นจบได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที หากสปีดรันก็ยิ่งเร็วขึ้น
- Resident Evil Resistance

ภาคแถมจากเกมภาคสามเวอร์ชันรีเมคที่ออกแบบมาเป็นประสบการณ์ออนไลน์ผสมผสานการเอาตัวรอดในฉากสุ่ม แบ่งเป็นทีมผู้รอดชีวิตกับผู้ล่า ผู้ล่าจะต้องวางกับดักและซอมบี้ ขณะที่คนเอาตัวรอดจะต้องหาวิถีทางไปเส้นชัยให้ได้ ซึ่งเกมนี้แม้มีไอเดียที่น่าสนใจ แต่ตัวละครที่เปิดตัวมานั้นก็ค่อนข้างที่จะดีไซน์มาได้แบบใช้งานครั้งเดียวจริงๆ แถมเมื่อภาคหลักมีคอนเทนต์น้อยมากๆ ก็ยิ่งโดนด่าเข้าไปอีกว่านำทรัพยากรมาลงในเกมนี้แบบครึ่งๆ กลางๆ และฟางเส้นสุดท้ายคือระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่เสถียรนัก บ่อยครั้งเราจะพบว่ามีข้อความแจ้งเตือนการเชื่อมต่อขาดหาย
- Umbrella Corps

ขาดไม่ได้กับการฉลองโอกาส 20 ปีที่ดูเหมือนจะเฟลกันไม่น้อยสำหรับความพยายามทำเกม Live Service ครั้งแรกของแฟรนไชส์ ซึ่งเกมนำเสนอประสบการณ์แบบ PvP เป็นหลัก เมื่อสองทีมที่เป็นทหารรบของ Umbrella ต้องต่อสู้กันท่ามกลางฉากที่อ้างอิงในสมรภูมิสงครามชีวภาพหลายแห่ง รวมไปถึงสถานีตำรวจ RPD, เมืองแร็กคูน และคฤหาสน์ Spencer จำลอง ทั้งนี้เสียงตอบรับไม่ค่อยดีนักเพราะแนวทางของเกมมันดูขัดแย้งกันไปหมดทุกอย่าง เนื้อเรื่องเองก็ถูกยัดเป็นไฟล์กันไปเสียอย่างนั้น
- Resident Evil Dead Aim

แม้จะโดนรีวิวแง่ลบกันไปเยอะ แต่เทียบกับเกมภาค Survivor อื่นๆ ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้วสำหรับภาค Dead Aim ที่มาพร้อมกับตัวละครถึงสองคนให้เราได้เล่นกัน และคราวนี้ไม่ได้เป็นภาคที่ออกแบบมาเพื่ออาร์เคด ทว่าเป็นเกม Resident Evil เต็มๆ ที่เราสามารถใช้จอยปืนเล่นตั้งแต่ต้นจนจบ หากจะโดนตำหนิ ก็คงเป็นเรื่องของบทที่ไม่ดีเท่าเกมภาคหลักและการให้เสียงพากย์ที่ทำได้ไม่เท่ากับมาตรฐานในยุคนั้น เพราะในส่วนของภาครีเมคและ Zero ก็จัดได้ว่ายอดเยี่ยมเทียบไม่ติด
- Resident Evil 6

สอบตกในฐานะเกม Resident Evil เพราะเรื่องของเนื้อหาอย่างเดียวจริงๆ สำหรับภาคที่นำเอาดาวเด่นโคจรมาพบกัน พร้อมสเกลของเกมที่ยิ่งใหญ่ ผสมผสานทั้งแคมเปญสายสยองของ Leon, แอ็กชันมันส์หยดของ Chris และ Jake ที่เป็นการผจญภัยแบบแอ็กชัน รวมไปถึงแคมเปญลับของ Ada สำหรับเล่นคนเดียวอีก แต่ด้วยการดีไซน์ของเกมและทิศทางที่ชวนออกทะเล เกมนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นยุคมืดของเกมอย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะคืนศรัทธาในภาค VII กระนั้นแล้วบอกเลยว่าในฐานะเกมมัลติเพลเยอร์ก็โคตรคุ้มเพราะคอนเทนต์จุกม้าก!
- Resident Evil Operation Raccoon City

เกมแนวแอ็กชันยิงปืนที่ให้ทีมงาน Slant Six Games ผู้พัฒนาผลงานแนวยิงแบบทหารมาลองนำเสนอเนื้อหาช่วงการแพร่ระบาดของ T-Virus ในเมืองแร็กคูนสู่สไตล์ Tactical TPS กันบ้าง และน่าเสียดายที่เกมดูจะไม่ลงตัวสักเท่าไร เพราะสุดท้ายเกมเมอร์ที่ชื่นชอบแฟรนไชส์นี้ก็อยากเล่นแบบโซโล่มากกว่า ซึ่งประสบการณ์ของมันไม่ได้เอื้อกับการเล่นคนเดียวแม้แต่น้อย ทั้ง AI ที่ไม่ฉลาดและการออกแบบภารกิจแบบเดินจากจุด A ไป B ที่มีการยิงๆๆ คั่นเวลา
- Resident Evil 3 (2020)

หลังจากการเปิดตัวของภาคสองเวอร์ชันรีเมคในปี 2019 ทุกคนก็คาดหวังไม่น้อยว่าภาคสามที่เป็นเนื้อหาคาบเกี่ยวกันจะได้กลับมากับเขาด้วย และเกมนี้ก็กลับมาจริงๆ แถม Jill Valentine ในการตีความของจักรวาลรีเมคนั้นถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยม แต่เกมนี้ถูกสับเละกันเพราะอะไร? คำตอบก็คือคอนเทนต์ที่หายไป และคุณค่าการเล่นซ้ำที่ลบเกลี้ยง มีเพียงสกินเดียวให้ปลดล็อก และ Live Selection ที่เคยทำให้เกมสั้นมากๆ อยู่แล้วสามารถเล่นใหม่เพื่อตัดสินใจการกระทำตัวเอกจนส่งผลต่อฉากจบก็ไม่มีเลย ฟางเส้นสุดท้ายคือฉากการไล่ล่าของ Nemesis ที่แม้จะสนุกตื่นเต้น หากมันดันเดาออกเป็นสคริปต์เป๊ะๆ
- Resident Evil RE: Verse

ปิดท้ายกับเกมที่โดนสาปมากที่สุดและเป็นภาคที่คะแนนต่ำที่สุดตลอดกาล และครั้นจะหามาเล่นใหม่… ก็ไม่ได้แล้ว เพราะปิดเซิร์ฟเวอร์กันไปเป็นที่เรียบร้อย! โดยเกมนี้เป็นการฉลองโอกาส 25 ปี ด้วยการนำตัวละครทั้งหมด… มาต่อสู้กันแบบ Deathmatch ด้วยฉากการเล่นเพยงจำนวนหยิบมือ ใครแพ้กลายเป็น B.O.W.s ช่างเป็นการเล่นที่กำปั้นทุบดินอะไรเยี่ยงนี้ จากที่ทุกคนอยากเล่นโหมดอะไรที่เล่นซ้ำได้บ่อยๆ อย่าง Raid หรือ The Mercenaries กลายเป็น PvP เต็มรูปแบบที่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรนอกจากยิงตัวละคร ‘ฮีโร่’ ด้วยกันเอง
เพื่อนๆ คนไหนเคยเล่นเกมภาคใดข้างต้นบนนี้บ้างว่าแล้วก็อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนกับ ThisIsGame Thailand กันได้ ซึ่งเอาเข้าจริงแน่นอนว่าทุกเกมก็ล้วนถูกพัฒนามาเพื่อให้ผู้เล่นได้สนุกกับประสบการณ์ที่ออกแบบมา แต่เพียงแค่บางครั้งมันอาจไม่ซิงโครไนซ์กับลูกค้ามากนัก แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยดังนั้นเรามองไปสู่อนาคตกันดีกว่าว่า Requiem ภาคปัจจุบันจะไปสุดกันถึงไหนเนอะ~







