
Samsung เดินหน้าลุยตลาดมอนิเตอร์ระดับโลกแบบจัดเต็ม ด้วยการประกาศเปิดตัวไลน์อัปจอเกมมิ่ง Odyssey และจอทำงาน ViewFinity S8 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งการกลับมาในรอบนี้ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในเรื่องของความละเอียดและการประมวลผลที่แรงทะลุหลอด โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การส่งหน้าจอรุ่น Odyssey G8 ที่มาพร้อมความละเอียดระดับ 6K เป็นรุ่นแรกของวงการไอที ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดจอเกมมิ่งของแบรนด์ได้อย่างเหนียวแน่น หลังจากที่ทำยอดขายคว้าอันดับหนึ่งในกลุ่มจอเกมมิ่ง OLED มาติดต่อกันถึงสามปีซ้อนจากข้อมูลของสถาบัน IDC
สำหรับพระเอกของงานอย่างตระกูล Odyssey G8 ขนาด 32 นิ้ว โมเดล G80HS ถือเป็นก้าวสำคัญที่เหนือกว่ามาตรฐานจอ 4K ทั่วไปในปัจจุบัน เพราะให้ความคมชัดระดับ 6K ที่อัตรารีเฟรชเรท 165Hz และยังมีระบบ Dual Mode ที่สลับความละเอียดมาเป็น 3K เพื่อดันความลื่นไหลได้สูงสุดถึง 330Hz ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกบาลานซ์ระหว่างภาพที่สวยเนียนตาและความเร็วในการตอบสนองได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมีรุ่นขนาด 27 นิ้ว โมเดล G80HF ที่รองรับความละเอียด 5K ที่ 180Hz หรือจะปรับสลับมาเล่นแบบลื่นๆ บนความละเอียด QHD ที่ 360Hz ก็ทำได้ตามใจชอบ ตอบโจทย์ทั้งสายเสพกราฟิกอลังการและสายแข่งขันที่ต้องการความไวเป็นเลิศ
นอกจากรุ่นธรรมดาแล้ว ทางค่ายยังมีทีเด็ดอย่าง Odyssey OLED G8 โมเดล G80SH ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 27 นิ้วและ 32 นิ้ว โดยใช้งานพาเนลแบบ OLED ความละเอียด 4K อัตรารีเฟรชเรท 240Hz และใส่เทคโนโลยี Glare Free ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอโดยไม่ทำให้คุณภาพของสีสันดรอปลง ความเจ๋งคือใช้เทคโนโลยี QD-OLED Penta Tandem ที่ช่วยเพิ่มความสว่าง ความทนทาน และความประหยัดพลังงานขึ้นไปอีกขั้น โดยในรุ่น 32 นิ้วยังได้ใบรับรองมาตรฐาน VESA DisplayHDR True Black 500 ที่การันตีเรื่องการแสดงผลสีดำได้มืดสนิทและสีสันสดใสสมจริงที่สุด และที่ขาดไม่ได้คือการใส่พอร์ตเชื่อมต่อยุคใหม่อย่าง DisplayPort 2.1 มาให้เพื่อรองรับการส่งข้อมูลแบนด์วิธสูงๆ ร่วมกับกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่

หากใครที่อยากสัมผัสจอเกมมิ่งพาเนล OLED ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น Samsung ก็ได้ส่งตัวเลือกอย่าง Odyssey OLED G7 ขนาด 32 นิ้ว โมเดล G73SH มาช่วยขยายฐานผู้ใช้งานให้กว้างขวางกว่าเดิม โดยรุ่นนี้มาพร้อมความละเอียด 4K อัตรารีเฟรชเรท 165Hz ให้ภาพที่ละเอียดและลื่นไหลกำลังดี และยังมีฟีเจอร์ Dual Mode ที่สามารถปรับลดความละเอียดลงมาเป็นระดับ FHD เพื่อดันอัตรารีเฟรชเรทให้พุ่งสูงได้ถึง 330Hz แถมยังมีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจเพียง 0.03ms เท่านั้น ถือเป็นหน้าจออีกหนึ่งรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความได้เปรียบในโลกของการแข่งขันเกมออนไลน์ได้อย่างยอดเยี่ยม
ไม่ได้มีแค่จอเกมมิ่งเท่านั้น เพราะทางค่ายยังเอาใจคนทำงานสายครีเอทีฟและมืออาชีพด้วยไลน์อัป ViewFinity S8 ที่เน้นความคมชัดระดับสูงและพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน โดยรุ่นใหญ่ขนาด 40 นิ้ว โมเดล S85TH จะมาในดีไซน์หน้าจอโค้งความละเอียด WUHD อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ช่วยให้มีพื้นที่ในการทำงานหลายๆ หน้าต่างพร้อมกันได้อย่างสะดวก และรองรับพอร์ต Thunderbolt 5 ที่สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วแรงถึง 80 Gbps พร้อมรองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นสูงถึง 140W ส่วนรุ่นขนาด 27 นิ้ว โมเดล S80HF จะให้ความละเอียดระดับ 5K และเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C สำหรับโอนถ่ายข้อมูลและชาร์จไฟในตัว ซึ่งถูกออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้สามารถนั่งทำงานได้อย่างสะดวกสบายในระยะยาว
หน้าจอมอนิเตอร์ซีรีส์ Odyssey G8, Odyssey G7 และ ViewFinity S8 รุ่นใหม่ทั้งหมดนี้ พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สำหรับราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยคงต้องรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ถ้าอ้างอิงจากรุ่นยอดฮิตในปีก่อนอย่าง Odyssey OLED G8 ที่เคยเปิดตัวในต่างประเทศด้วยราคาประมาณ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือแปลงเป็นเงินบาทไทยจะอยู่ที่ประมาณ 42,300 บาท ก็คาดว่ารุ่นใหม่ที่จัดเต็มสเปกและพอร์ต DisplayPort 2.1 ในปีนี้จะมีราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับความพรีเมียมอย่างแน่นอน
![[CES 2025] SteamOS เตรียมขยายตลาดใหม่ในปี 2025 3 valve-steamos-free-to-use](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/01/valve-steamos-free-to-use-main-419x220.jpg)


![[รีวิว] HyperX Cloud Core Wireless 6 [รีวิว] HyperX Cloud Core Wireless](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2022/08/hy-390x220.png)



