ดราม่าสนั่นวงการ Shift Up ปล่อยเอ็มวี AI โปรโมตภาคใหม่ Stellar Blade
ใช้ AI โปรโมตเกมใหม่ ทั้งที่มีโมเดลจริงในมืออยู่แล้ว

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนเกมเสียอารมณ์ไปตามๆ กัน เมื่อ Shift Up ทีมพัฒนาเกมชื่อดังจากเกาหลีใต้ ได้ปล่อยวิดีโอเพลงใหม่บนช่อง YouTube อย่างเป็นทางการ เพื่อโปรโมตเกมภาคต่อที่หลายคนรอคอยอย่าง Stellar Blade: Bloodrain แต่แทนที่จะใช้โมเดลในเกมจริงมาทำแอนิเมชันสวยๆ พวกเขากลับเลือกใช้เทคโนโลยีเจนเนอเรทีฟ AI แบบจัดเต็ม สร้างคลิปวิดีโอเพลงแนว K-Pop สุดแปลกตาขึ้นมาแทน
ภายในคลิปวิดีโอเพลงเปิดตัวนี้ มีนางเอกคนใหม่อย่าง Evie มายืนร้องเพลงที่มีชื่อว่า Wanna be in Love ในฉากเมืองไซไฟสุดอลังการ ซึ่งเคยมียอดตัวอย่างแรกปรากฏในงาน Summer Games Fest ให้เห็นกันไปบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้คนดูงงหนักกว่าเดิมคือช่วงท้ายคลิป ที่บรรดาผู้พัฒนาของ Shift Up ได้จำลองฉากว่ากำลังถ่ายทำ นั่งกินข้าว และแทกมือกับตัวละคร AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสนิทสนม
อันที่จริงเหตุการณ์นี้อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประธานบริหารของ Shift Up ซึ่งควบตำแหน่งผู้กำกับเกม Stellar Blade ได้เคยออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการใช้ AI แบบเต็มตัว โดยอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นอย่างมากในการก้าวขึ้นไปต่อสู้กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างประเทศจีน แม้ว่าจะยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าในตัวเกมจริงจะมีการใช้ AI มากน้อยแค่ไหนก็ตาม
หลังจากมิวสิกวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนเกมต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความสับสนและไม่พอใจกันเพียบ บางคนถึงกับเข้ามาคอมเมนต์ประชดประชันว่าประธานบริหารไม่ได้พูดเล่นจริงๆ ขณะที่บางคนก็ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ทั้งที่มีโมเดลและทรัพย์สินในเกมอยู่แล้ว เหตุใดถึงไม่นำสิ่งเหล่านั้นมาทำเป็นแอนิเมชันวนลูปให้ดูสมจริงมากกว่าการใช้ AI สร้างขึ้นมา
ในตอนนี้กำหนดการวางจำหน่ายของ Stellar Blade: Bloodrain ยังไม่มีการระบุวันเวลาที่แน่ชัด แต่จากการคาดการณ์ในเบื้องต้น คาดว่าน่าจะได้เห็นตัวเกมออกวางขายอย่างเป็นทางการก่อนปี 2027 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเปิดตัวให้ได้เล่นกันภายในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังคงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากทาง Shift Up อีกครั้ง
สำหรับใครที่กำลังรอคอยเกมภาคต่อนี้อยู่ คงต้องจับตากันต่อไปว่าทาง Shift Up จะออกมาเคลื่อนไหวหรือรับฟังเสียงสะท้อนจากแฟนเกมอย่างไรบ้าง เพราะการกระโดดเข้าหาเทคโนโลยี AI ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะสร้างคำถามและความกังวลใจให้กับผู้เล่นมากกว่าความน่าตื่นเต้นไปเสียแล้ว







