เทคโนโลยี

CMF by Nothing ใช้ AI เจนภาพคนโปรโมตหูฟังใหม่

แฟนคลับรุมสับภาพโฆษณา CMF Clip Pro ไร้ความสมจริง

แบรนด์ CMF ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยของ Nothing ได้เปิดตัวหูฟังทรงเปิดหรือ Open-ear รุ่นใหม่อย่าง CMF Clip Pro ที่มาพร้อมดีไซน์สุดเก๋และน่าสนใจมากๆ แต่แทนที่ผู้คนจะโฟกัสเรื่องสเปกหรือฟีเจอร์ของสินค้า กระแสพูดคุยบนโลกออนไลน์กลับเทไปที่รูปภาพโปรโมตของแบรนด์ ที่ดูเหมือนจะขยันใช้เทคโนโลยี AI เจนเนอเรตภาพคนขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงไปเสียอย่างนั้น

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้กระแสการต่อต้านภาพสร้างด้วย AI หรือที่หลายคนเรียกว่า AI slop กำลังมาแรงมาก เพราะผู้บริโภคเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพปลอมๆ ที่โผล่มาเต็มฟีดไปหมด พอ CMF นำ AI มาใช้สร้างภาพนายแบบนางแบบเสมือนจริงเพื่อโฆษณาหูฟัง CMF Clip Pro แฟนๆ และผู้ใช้บนโลกออนไลน์จึงพร้อมใจกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกันยกใหญ่

แม้ว่าภาพช่วงแรกๆ ที่ปล่อยออกมาจะดูเนียนพอสมควร แต่ก็มีบางภาพที่เห็นได้ชัดเลยว่างานเผาแบบสุดๆ จนทาง CMF ต้องตัดสินใจลบภาพเจ้าปัญหานั้นทิ้งไปเงียบๆ ยิ่งไปกว่านั้นในภาพสื่อและรูปโปรโมตอื่นๆ ยังมีการติดข้อความเตือนไว้ด้วยว่า ภาพเหล่านี้มีองค์ประกอบของ AI และหากไปคล้ายคลึงกับใครในชีวิตจริงก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ซึ่งทำให้ทุกคนรู้ทันทีว่าไม่มีคนจริงใส่หูฟังรุ่นนี้เลยสักคนเดียว

nothing-cmf-ai-generated

นอกจากภาพนิ่งแล้ว วิดีโอโฆษณาตัวล่าสุดก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาของเหล่าชาวเน็ตไปได้ เพราะถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นร่องรอยของ AI โผล่มาให้จับผิดกันแบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากภูเขาที่ไม่เนียน ตัวอักษรบนป้ายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่อ่านไม่เป็นภาษา แถมยังมีเรื่องตรรกะแปลกๆ อย่างการโฆษณาให้ใส่หูฟังแบบ Open-ear ที่รับเสียงภายนอกไปนั่งฟังในรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีเสียงดังรบกวนตลอดเวลาอีกด้วย

อันที่จริงเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไร เพราะทาง Nothing ภายใต้การนำของ CEO อย่าง Carl Pei เคยประกาศไว้ชัดเจนว่าบริษัทกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่โลกของ AI แบบเต็มตัว แต่การนำ AI มาใช้ในเชิงการตลาดและการสร้างคอนเทนต์ในยุคนี้ ถือเป็นดาบสองคมที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากกระแสความไม่พอใจของสังคมต่อสื่อประเภทนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากนี้คงต้องจับตากันต่อไปว่าทีมงานจะรับมือกับกระแสตอบรับฝั่งลบนี้อย่างไร การหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างเทคโนโลยีสุดล้ำกับความน่าเชื่อถือที่ผู้บริโภคต้องการ จะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ Nothing ต้องเร่งแก้ไข เพื่อไม่ให้สินค้าที่ดีอยู่แล้วต้องมาเสียราคาเพราะภาพโฆษณาจาก AI อีกต่อไป

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button