เทคโนโลยี

เปิดตัว Pixel 11 Pro Fold สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นล่าสุดจาก Google

อัปเกรดความอึดถึกทนขึ้น 3 เท่า

Google ได้ประกาศเผยโฉม Pixel 11 Pro Fold สมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นล่าสุดที่เคลมว่าเป็นรุ่นที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยทำมา โดยรอบนี้มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยว แถมยังเน้นโครงสร้างที่แข็งแกร่งทนทานขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แอบกระซิบเลยว่าตัวเครื่องเบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ และบางลงอีกประมาณ 1 มิลลิเมตร ทำให้เวลาหยิบถือใช้งานหรือพกใส่กระเป๋ากางเกงนั้นสบายมือขึ้นเยอะ แถมยังมีขอบจอที่บางเฉียบลงกว่าเดิม โดยมีให้เลือก 2 สีคือสีดำคลาสสิก Obsidian และสีใหม่ล่าสุดอย่างสีเขียวมะกอก Olive

ไฮไลต์เด็ดที่เห็นแล้วต้องสะดุดตาคือการเพิ่มลูกเล่นใหม่ตรงแถบกล้องถ่ายรูปที่เรียกว่า HiLight ซึ่งเป็นการฝังระบบไฟ LED ไว้รอบๆ ไฟแฟลชของกล้อง เพื่อทำหน้าที่แจ้งเตือนข้อมูลสำคัญให้ผู้ใช้งานเห็นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดจอ เช่น การกะพริบแสงตามรหัสสีที่ตั้งไว้เมื่อมีสายเรียกเข้าจากคนสนิท หรือแสดงสถานะไฟในตอนที่กำลังเปิดใช้งานพูดคุยกับระบบ AI อัจฉริยะอย่าง Gemini แบบแฮนด์ฟรี และในอนาคตทางค่ายยังมีแผนที่จะอัปเดตเพิ่มความสามารถให้ระบบไฟนี้รองรับการแจ้งเตือนข้อความใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย เรียกว่าทั้งเท่และมีประโยชน์ในเวลาเดียวกัน

เรื่องความอึดถึกทนรอบนี้จัดมาให้แบบไม่กั๊ก เพราะนอกจากจะรักษารอบมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 เอาไว้แล้ว ตัวฝาหลังยังเลือกใช้บอดี้วัสดุกระจกไฟเบอร์คอมโพสิตแบบใหม่ที่ออกแบบมาให้แตกหักได้ยากมาก ผสานเข้ากับบานพับกลไกแบบใหม่ที่ไม่มีฟันเฟืองคอยช่วยปกป้องหน้าจอด้านใน ส่วนหน้าจอด้านนอกก็ใช้กระจกเซรามิก Super Actua ที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ส่งผลให้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่นี้มีความทนทานเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 3 เท่าตัว แถมระบบบานพับแบบใหม่ยังมีรัศมีการพับที่กว้างขึ้นและมีชั้นกระจกหน้าจอด้านในที่หนาขึ้น ช่วยลดรอยพับกลางหน้าจอให้ดูเนียนตาขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเรื่องความสว่างหน้าจอก็จัดเต็มพุ่งสูงถึง 3600 nits สว่างขึ้นกว่าปีก่อนถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

นอกจากเรื่องหน้าจอและบอดี้แล้ว Google ยังแอบอัปเกรดระบบชาร์จไฟให้ทันใจวัยรุ่นยิ่งขึ้น โดยการชาร์จแบบเสียบสายชาร์จ 30W จะช่วยปั๊มแบตเตอรี่จาก 0 ไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาเพียงแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น หรือถ้าใครชอบความสะดวกสบายในการชาร์จไร้สาย รุ่นนี้ก็รองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi2 ได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 25W ส่วนเรื่องระยะเวลาการใช้งานทั่วไปก็หายห่วง เพราะตัวเครื่องมีระบบบริหารพลังงานที่ช่วยให้แบตเตอรี่อยู่รอดปลอดภัยยาวนานทะลุ 24 ชั่วโมง สามารถพกพาออกไปลุยงานนอกบ้านได้อย่าง มั่นใจตลอดทั้งวัน

เมื่อเจาะลึกไปที่ความแรงภายในตัวเครื่อง Pixel 11 Pro Fold ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปประมวลผล Tensor G6 ที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ จับคู่กับแรมขนาดมหึมาถึง 16GB เพื่อให้การทำงานร่วมกับระบบ Gemini Intelligence เป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด และด้วยความที่เป็นมือถือสองหน้าจอ จึงมีการพัฒนาฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ร่วมกับชุมชนผู้พิการทางการกิตติมศักดิ์ เกิดเป็นระบบแปลภาษามือเป็นข้อความ โดยผู้ใช้งานสามารถส่งภาษามืออเมริกันผ่านกล้องหน้า แล้วตัวระบบจะทำการแปลความหมายออกมาเป็นตัวอักษรโชว์บนหน้าจอด้านนอกทันที แถมยังมีการปรับแต่งระบบหน้าต่างแอปพลิเคชันแบบป๊อปอัพทรงฟองสบู่ให้ซ่อนอยู่ตรงมุมจอเพื่อช่วยให้สลับหน้าจอทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ง่ายขึ้น

ปิดท้ายด้วยเรื่องกล้องถ่ายรูปที่เป็นจุดขายหลักของตระกูลนี้ รอบนี้ยกระดับความคมชัดด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 48MP คู่กับกล้องเทเลโฟโต้ที่รองรับพลังซูมขั้นสุดด้วยระบบ Super Zoom ถึง 30 เท่า ทำให้ถ่ายภาพวิวระยะไกลหรือภาพซูมใกล้ๆ ได้คมชัดสวยงามในทุกสถานการณ์ พ่วงด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Magic Capture และ Camera Looks ที่ช่วยแต่งแต้มสีสันและบันทึกภาพวัตถุเคลื่อนไหวรวดเร็วให้ออกมาเพอร์เฟกต์ตามสไตล์ของแต่ละคน สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของเทคโนโลยีชิ้นนี้ ตัวเครื่องเริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 สิงหาคม เป็นต้นไป

ที่มา
Google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button