สกู๊ปพิเศษ

รวมเกมต่างๆ ที่มีโจโคโบะเป็นตัวเอกดำเนินเรื่อง

มาดูกันว่าเกมที่โจโคโบะได้เป็นตัวเอกนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีกันทั้งหมดกี่เกม!?

สำหรับแฟนเกม Final Fantasy แล้ว ไม่น่าจะมีใครที่ไม่รู้จักเจ้านกน้อยตัวสีเหลืองตัวนี้แน่ๆ ‘โจโคโบะ’ มาสคอตยอดนิยมที่อยู่เคียงคู่มากับเกม Final Fantasy ตั้งแต่ภาคต้น ๆ จนจวบถึงปัจจุบัน บทบาทที่ได้ช่วยเหลือการเดินทางให้กับตัวเอกของเกมเป็นสิ่งที่เกมเมอร์นั้นจดจำได้เป็นอย่างดี เมื่อเป็นที่จดจำของผู้เล่นทุกคนกันได้แล้ว โจโคโบะก็เลยได้มีเกมที่เป็นตัวเอกกับเขาด้วย! บทความนี้ผมจะมาแนะนำเกมต่าง ๆ ที่มีโจโคโบะเป็นตัวเอกให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ

1. Chocobo no Fushigi na Dungeon

เกมแรกที่นำโจโคโบะมารับบทเป็นตัวเอก หรือแปลเป็นภาษาไทยจะได้ชื่อว่า “ดันเจี้ยนลึกลับของโจโคโบะ” เกมนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่ว่าถูกสร้างขึ้นสำหรับเครื่อง PlayStation และ WonderSwan ครับ (แน่นอนว่าคุณภาพที่ได้ก็ต่างกันออกไปด้วย) รวมถึงเป็นภาคที่มีการจำหน่ายเฉพาะเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น รูปแบบจะเป็นเกม RPG ตะลุยดันเจี้ยน ทำการสำรวจเก็บไอเทม ซึ่งตัวดันเจี้ยนแต่ละชั้นจะมีพื้นที่เกิดแบบสุ่ม ทำให้ไม่สามารถระบุรายละเอียดในแต่ละชั้นได้ชัดเจนนัก เช่น จุดเก็บไอเทม จำนวนศัตรู เป็นต้น ภายในเกมก็จะมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าสนใจและทำให้เล่นได้เพลิดเพลินเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องของเกมนั้น โจโคโบะตัวเอกของเราที่มีชื่อว่า ‘พูเร่’ (プーレ/Poulet) กับโมกุริชื่อ ‘แอทล่า’ (アトラ/Atla) ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเพื่อที่จะค้นหาแรร์ไอเทม (อารมณ์แบบนักผจญภัยน่ะแหละ) แต่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเขาได้พบกับโจโคโบะปริศนาที่ถูกครอบงำด้วยพลังความชั่วร้ายจากคริสตัลเตะลงไปยังดันเจี้ยนแปลก ๆ เข้า นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งนี้ขึ้นนั่นเอง

เกมนี้ถือว่าเป็นเกมตะลุยดันเจี้ยนที่มีความยากพอตัวในระดับหนึ่งเลยล่ะ

เกร็ดความรู้: ชื่อพูเร่ของโจโคโบะเป็นการเล่นคำระหว่างภาษาญี่ปุ่นและภาษาฝรั่งเศสครับ โดย “พูเร่” จะเป็นการเล่นคำจาก Player ที่อ่านออกสำเนียงแบบญี่ปุ่น และในภาษาฝรั่งเศส Poulet แปลว่า “ไก่” ครับ

2. Chocobo no Fushigi na Dungeon 2

เกมภาคต่อของ Chocobo no Fushigi na Dungeon ซึ่งภาคนี้ก็มีทำออกมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษและจำหน่ายที่อเมริกาด้วยครับ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นโจโคโบะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือในภาคนี้คู่หูในปาร์ตี้ของเราสามารถใช้ผู้เล่นอีกคนบังคับได้ครับ ทำให้สามารถเล่นเกมได้ถึง 2 คน รูปแบบการเล่นก็จะยังคงเหมือนกับภาคก่อน ดันเจี้ยนปรากฏแบบสุ่ม การเดินสำรวจพื้นที่ ค้นหาไอเทม วางกลยุทธ์ในการผจญภัยให้สำเร็จ ซึ่งภาคนี้ก็จะมีระบบหลอมรวมไอเทมเข้ามาใหม่ด้วย ผู้เล่นสามารถทำให้อุปกรณ์สวมใส่ของโจโคโบะ เช่น กรงเล็บ ปลอกคอ อานโจโคโบะ มีคุณภาพและทรงพลังมากยิ่งขึ้น

สำหรับเนื้อเรื่องในภาคนี้ก็ยังคงเกี่ยวกับการผจญภัยค้นหาสมบัติของโจโคโบะกับโมกุริครับ โดยในวันหนึ่งทั้งสองไปล่าสมบัติในถ้ำขนาดใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเป็นดันเจี้ยน เมื่อทั้งสองสำรวจดันเจี้ยนจนไปพบกับคันโยกลึกลับเข้า โมกุริก็ได้ทำการสับมัน (แน่นอนว่าเป็นกับดัก) จึงทำให้โจโคโบะถูกดีดออกจากดันเจี้ยนไปเพียงตัวเดียว และนั่นทำให้โจโคโบะได้พบกับ ‘ชิโรมะ’ (シロマ/Shirma) ที่เป็นจอมเวทมนตร์ขาว ซึ่งได้เข้ามาช่วยเหลือตัวเองไว้ โจโคโบะที่พลัดหลงกับโมกุริได้ตัดสินใจเล่าเรื่องให้ชิโรมะฟังและกลับเข้าไปที่ดันเจี้ยนเพื่อค้นหาโมกุริอีกครั้งหนึ่ง และได้มีเรื่องราวอีกมากมายตามมาหลังจากนั้น

ตัวเกมที่พัฒนาขึ้นทำให้สามารถสนุกกับการเล่นได้มากยิ่งขึ้น

3. Chocobo World (おでかけチョコボRPG)

Chocobo World หรือในชื่อภาษาญี่ปุ่น Odekake Chocobo RPG เป็นเกมบนเครื่อง PocketStation ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกม Final Fantasy VIII ครับ (จะเรียกว่าเกมนี้เป็นมินิเกมของ FFVIII ก็ไม่ผิดนัก) โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นโจโคโบะตัวจิ๋วชื่อ ‘โบโกะ’ (Boko) ซึ่งออกเดินทางร่วมกับ ‘มูมบ้า’ (Moomba) และ ‘ซาโบเทนด้า’ (Cactuar) เพื่อตามหาโมกุริที่หายตัวไป หลังจากที่เขาออกเดินทางเพื่อค้นหาสมบัติ การเล่นก็จะบังคับโบโกะเดินสำรวจให้ค้นพบเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น พบศัตรูและต่อสู้ พบเพื่อนและได้รับความช่วยเหลือ เป็นต้น

ในยุคแรก ๆ ของเกม Final Fantasy VIII การที่ผู้เล่นต่างประเทศ (นอกญี่ปุ่น) จะได้เล่น Chocobo World นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากเครื่อง PocketStation ไม่ได้มีจัดจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แต่การเชื่อมต่อตัวเกม Chocobo World นั้นยังคงมีการใส่ไว้ในเกม FFVIII ทุก ๆ เวอร์ชั่นนอกจากภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นผู้เล่นชาวต่างชาติก็ยังคงสามารถซื้อ PocketStation มาใช้งานกับ FFVIII เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ หลังจากที่ FFVIII ได้มีการพอร์ทมาเป็นเวอร์ชั่น PC ผู้เล่นจะสามารถเรียกใช้งาน Chocobo World จากลันเชอร์ของตัวเกมได้เลยทันที อย่างไรก็ตามภาครีมาสเตอร์ได้ลบเมนูนี้ออกไปพร้อมกับเปลี่ยนตำแหน่งไอเทมพิเศษต่างๆ มาเป็นความสามารถในการใช้ Angelo Search ค้นหาแทนได้ครับ

4. Chocobo Racing

หนึ่งในเกมที่สร้างชื่อให้กับโจโคโบะได้เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้น ตัวเกมได้นำตัวละครจากซีรีส์ Final Fantasy ยกโขยงมาประชันความเร็วด้วยพาหนะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโจโคโบะที่ใช้โรลเลอร์สเกต โมกุริที่ขี่สกูตเตอร์ จอมเวทมนตร์ดำที่ขี่เมฆวิเศษ เป็นต้น ทุกตัวละครจะมีอลิบิตี้เฉพาะตัวที่สามารถใช้ช่วยเหลือในการแข่งขันได้ และภายในสนามแข่งขันก็จะมีหินเวทมนตร์อยู่ระหว่างทาง ผู้เล่นสามารถเก็บมาใช้งานเพื่อช่วยเหลือหรือขัดขวางคู่แข่งได้อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเกมจะถูกแบ่งเป็นโหมดการเล่นหลายแบบ ได้แก่

Grand Prix : ผู้เล่นต้องทำการแข่งขันทั้งหมด 4 สนาม และทำการเก็บแต้มสะสมในแต่ละสนามเพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศ

Versus : โหมดแข่งขันซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะแข่งกับคอมพิวเตอร์ เพื่อน หรือจะดูคอมพิวเตอร์แข่งกันเองก็ได้

Story : โหมดเนื้อเรื่องของเกม ผู้เล่นสามารถติดตามเนื้อเรื่องสนุก ๆ พร้อมแข่งขันไปเรื่อย ๆ จนจบโหมดได้ เมื่อจบโหมดแล้วยังสามารถปลดล็อกตัวละครลับ รวมไปถึงทำการปรับแต่งตัวละครของตัวเองได้อีกด้วย

Time Attack : โหมดแข่งความเร็วแบบจับเวลา ผู้เล่นสามารถวิ่งบนสนามเพื่อทำเวลาให้ดีที่สุดได้ นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลของเราไว้สำหรับสร้างอวตารในการใช้ลองแข่งความเร็วครั้งต่อไปได้ด้วย

Relay Race : ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครมาได้ทั้งหมด 3 ตัว และทำการแข่งแบบผลัดรอบกัน

ด้วยการจัดโหมดการเล่นไว้อย่างชัดเจน ผู้เล่นจึงสามารถเลือกสนุกสนานไปกับการเล่นเกมได้หลายรูปแบบเลยครับ

นี่คือหนึ่งในเกมรถแข่งที่สนุกที่สุดตลอดกาลบนเครื่อง PlayStation เลยล่ะ

5. Chocobo Stallion

เกมจำลองการเลี้ยงโจโคโบะ โดยเกมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากมินิเกมวิ่งแข่งโจโคโบะใน Gold Saucer ของ Final Fantasy VII ครับ กราฟิกในเกมมีสีสันสดใส ตัวละครน่ารัก ภายในเกมผู้เล่นจะได้ทำฟาร์มโจโคโบะ ฝึกฝน และพาโจโคโบะไปลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ เพื่อคว้าชัยชนะมา (รวมถึงทำการเดิมพันได้ด้วย) โดยรวมคงบอกได้ว่าเกมนี้ค่อนข้างเป็นเกมเฉพาะทางครับ หากใครที่ชื่นชอบเกมแนวเลี้ยงม้าไว้แข่งน่าจะชื่นชอบเกมนี้เช่นกัน

ซื้อโจโคโบะมาดูแลเพื่อเลี้ยงให้แข็งแกร่ง!

พาโจโคโบะเข้าแข่งขันเพื่อพิสูจน์ความเร็วในการวิ่ง

6. Dice de Chocobo

Dice de Chocobo เป็นเกมที่จัดจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation ซึ่งรวมอยู่ใน Chocobo Collection ครับ (ดังนั้นจึงไม่มีรูปหน้าปกเกมอย่างเป็นทางการ) เกมนี้ได้มีแผนเพิ่มเติมจะพัฒนาลงให้กับเครื่อง WonderSwan Color ด้วย แต่ก็ถูกยกเลิกไปซะก่อน จากนั้นก็มีการสร้างขึ้นใหม่เพื่อลงให้กับเครื่อง GameBoy Advance ในปี 2002 โดยใช้ชื่อว่า Chocobo Land: A Game Of Dice ครับ

รูปปกของ Chocobo Collection
ซึ่งรวมเกม Chocobo Racing, Chocobo Stallion และ Dice de Chocobo ไว้ 3 เกมครับ

Chocobo Land: A Game Of Dice

รูปแบบการเล่นของเกมนี้ก็จะเป็นแนวบอร์ดเกมครับ ผู้เล่นจะต้องทอยลูกเต๋าเพื่อเดินเกมรอบกระดาน โดยมีสิ่งที่ต้องทำหลัก ๆ เพื่อคว้าชัยชนะ คือ การสร้างพื้นที่ของผู้เล่นครับ เมื่อผู้เล่นทอยลูกเต๋าตกลงยังช่องว่างของกระดาน ผู้เล่นจะสามารถวางตัวละครของตัวเองเพื่อสร้างดินแดนได้ครับ และหากคู่แข่งตกลงมายังดินแดนของเราก็จะต้องเสียเงินให้กับเรานั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ภายในกระดานอยู่ด้วย นั่นก็คือ ‘คริสตัลพอยท์’ ครับ หากเราเดินผ่านคริสตัลพ๊อยท์ก็จะเป็นการเก็บสะสม และเมื่อสะสมครบทั้ง 4 ชิ้น หากเราเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นก็จะทำให้ได้รับเงินรางวัลเพิ่มเติมครับ ในแต่ละด่านก็จะมีการกำหนดจำนวนเงินที่ต้องสะสมให้ครบเพื่อรับชัยชนะ หากทำเงินได้มากตามที่กำหนดไว้แล้วก็จะต้องเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อให้ได้รับชัยชนะอย่างแท้จริงด้วยครับ โดยรวมแล้วเป็นเกมที่เล่นได้เพลิดเพลินดีครับ แต่อาจต้องใช้เวลาในการเล่นนานหน่อย รูปภาพกราฟิกของเกมก็น่ารักมากครับ เหมาะสำหรับเล่นเป็นเกมครอบครัวเลยทีเดียว

ถึงจะมีคอนโทรลเลอร์เพียงอันเดียว แต่ก็สามารถเล่นพร้อมกันกับเพื่อนได้สูงสุด 4 คนเลยนะ

7. Hataraku Chocobo

เกมจำลองการเลี้ยงโจโคโบะอีกหนึ่งเกม ถูกสร้างขึ้นเพื่อวางจำหน่ายให้กับเครื่อง WonderSwan (รองรับการใช้งานเครื่อง WonderSwan Color ด้วย) ผู้เล่นจะต้องเลี้ยงโจโคโบะพร้อมกับทำภารกิจต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับไอเทมคุณภาพดีมาใช้งานเพิ่มเติมครับ

เปลี่ยนแนวมาเป็นคนทำฟาร์มเลี้ยงโจโคโบะกันมั่ง

8. Doko de mo Chocobo

เกมที่เปิดตัวบนโทรศัพท์มือถือของประเทศญี่ปุ่นสำหรับผู้ใช้งาน NTTDoCoMo imode และเป็นเกมที่มีการติดตั้งไว้ล่วงหน้าสำหรับโทรศัพท์ของ Mitsubishi Electric และ movaD ภายในเกมผู้เล่นจะต้องใช้โจโคโบะผจญภัยและแก้ไขปริศนาครับ

ภาพส่วนหนึ่งจากตัวเกม แถมเกมนี้มีด้วยกันถึง 3 ภาคเลยนะ

9. Chocobo de Mobile 

เป็นเกมพิเศษเฉพาะบนมือถือของประเทศญี่ปุ่นอีกหนึ่งเกมครับ โดยภายในเกมนี้จะรวบรวมมินิเกมต่าง ๆ ให้เล่นกันเพลิน ๆ เช่น ตีเบสบอล วิ่งหลบสิ่งกีดขวางเข้าเส้นชัย เป็นต้น

มีมินิเกมมากมายให้เราได้เล่นกันเพลิน ๆ

10. Final Fantasy Fables: Chocobo Tales 

เกมนี้เป็นเกม RPG เล่าเรื่องการผจญภัยของโจโคโบะกับผองเพื่อนที่ไปเปิดหนังสือประหลาด ๆ เข้า และทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ตัวเกมมีระบบการต่อสู้ด้วยการ์ด และมินิเกมที่เล่นได้หลายแบบ ผู้เล่นสามารถใช้ Wi-Fi ของ Nintendo เชื่อมต่อและทำการเล่นแบบช่วยเหลือกันได้ ภายในเกมผู้เล่นจะต้องทำการสำรวจหนังสือภาพเพื่อเข้าไปยังโลกของหนังสือ เล่นมินิเกมให้สำเร็จเพื่อปลดล็อกเนื้อเรื่องถัดไป การ์ดใบใหม่ พวกพ้องโจโคโบะ และหนังสือเล่มใหม่

สำหรับเรื่องราวในหนังสือที่เป็นธีมส่วนใหญ่ของเกมจะเป็นการนำเรื่องเล่านิทานสุดคลาสสิกมาดัดแปลงเป็นฉบับของโลก Final Fantasy ครับ เช่น กระต่ายกับเต่า แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เป็นต้น

การต่อสู้โดยใช้ระบบการ์ดเกมสู้กัน

11. Final Fantasy Fables: Chocobo’s Dungeon

กลับมาตะลุยดันเจี้ยนกันอีกครั้งบนเครื่อง Wii ซึ่งรูปแบบของเกมยังคงเหมือนกับ Chocobo no Fushigi na Dungeon ทั้ง 2 ภาคบนเครื่อง PlayStation ครับ แต่ก็มีระบบบางส่วนเพิ่มเติมเข้ามาให้ทันสมัยขึ้น เช่น การเปลี่ยนอาชีพให้กับโจโคโบะ ครับ แถมในส่วนของเพลงประกอบมีการนำเพลงจาก Final Fantasy ภาคต่าง ๆ มาใช้ร่วมด้วย ทำให้ได้อารมณ์ในการเล่นแตกต่างจากโจโคโบะดันเจี้ยนภาคก่อน ๆ เลยครับ

สำหรับเนื้อเรื่องของภาคนี้จะเริ่มต้นเล่าเรื่องของโจโคโบะและซิดที่เป็นนักล่าสมบัติได้เดินทางไปหาสมบัติยัง ‘หอคอยในทะเลทราย’ เพื่อค้นหาสมบัติล้ำค่าที่เรียกว่า ‘Timeless Power’ แต่เมื่อเข้าไปถึงส่วนลึกของหอคอยกลับพบว่า ‘เออม่า’ และ ‘โวร์ค’ ได้ชิงตัดหน้าหยิบสมบัติชิ้นดังกล่าวไปแล้ว ในทันใดนั้นเองก็เกิดแสงปริศนาส่งผ่านไปยังตัวพวกเขาทุกคน จากนั้นซิดกับโจโคโบะก็ได้หลุดมาอยู่ในเมืองที่มีชื่อว่า Lostime เมืองหลวงของประเทศ Memoria ทำให้ซิดตั้งข้อสันนิษฐานว่าพวกเขาหลุดมายังโลกใบอื่น จากนั้นจู่ ๆ เสียงระฆังของเมืองก็ดังขึ้น ความทรงจำของซิดก็หายไปและลืมว่าโจโคโบะคือใคร ผู้คนภายในเมืองก็มีท่าทีแปลก ๆ จนน่าหวาดหวั่น ทันใดนั้น ‘ชิโรมะ’ ก็ปรากฏตัวขึ้นและช่วยพาโจโคโบะกับซิดออกไปจากเมือง เรื่องราวการผจญภัยและไขปริศนาเพื่อช่วยเหลือผู้คนของโจโคโบะจึงได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้ครับ

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้มีการทำเวอร์ชั่นปรับปรุงและพอร์ตไปลงเครื่อง Nintendo DS ในชื่อว่า Cid and Chocobo’s Mysterious Dungeon: Labyrinth of Forgotten Time DS+ ในปี 2008 และมีเวอร์ชั่นรีมาสเตอร์ที่ลงให้กับเครื่อง PlayStation 4 และ Nintendo Switch ในปี 2019 โดยใช้ชื่อเกมว่า Chocobo’s Mystery Dungeon Every Buddy! ครับ

รูปปก Cid and Chocobo’s Mysterious Dungeon: Labyrinth of Forgotten Time DS+

ภาพอาร์ตเวิร์กของ Chocobo’s Mystery Dungeon Every Buddy! สำหรับ PS4 และ Switch

12. Chocobo to Mahou no Ehon: Majo to Shoujo to Go-nin no Yuusha

อีกหนึ่งเกมของโจโคโบะที่ลงบนเครื่อง Nintendo DS โดยถ้าแปลชื่อเป็นภาษาไทยก็คือ ‘โจโคโบะกับหนังสือเวทมนตร์: แม่มดกับเด็กสาวและผู้กล้าทั้งห้า’ ภาคนี้ตัวเกมจะเน้นไปทางมินิเกมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ผู้เล่นสามารถสนุกไปกับเกมได้ในหลาย ๆ แบบ พร้อมเนื้อเรื่องชวนติดตามสไตล์เกมโจโคโบะที่มีเนื้อหาไม่หนักมาก

ภาพโปรโมทเกมที่มาพร้อมกับเรื่องย่อและรายละเอียดตัวเกมเล็ก ๆ น้อย ๆ

13. Chocobo Panic

เกมโจโคโบะสำหรับระบบ iOS เป็นเกมง่าย ๆ ที่ไม่ได้มีระบบอะไรซับซ้อน ผู้เล่นต้องทำการจับโจโคโบะโดยใช้นิ้วสัมผัสลงไปยังตัวโจโคโบะตามสีที่กำหนดเรื่อย ๆ และห้ามปล่อยจนกว่าจะมีคำสั่งว่าให้สามารถปล่อยโจโคโบะตัวนั้นได้ เราจะต้องทำคะแนนให้ได้มากที่สุดก่อนที่เวลาจะหมดลง และเกมนี้สามารถทำการแข่งกับผู้เล่นคนอื่นได้ด้วยครับ

แตะโจโคโบะ 3 สีกันไปมาจนเมื่อยนิ้วเลยก็มี

14. Chocobo’s Crystal Tower 

เกมโจโคโบะเกมแรกและเกมเดียวที่เปิดให้บริการบน Facebook เกมนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นคนเลี้ยงโจโคโบะตั้งแต่ฟักไข่จนโต ให้อาหารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มค่าสถานะ ทำความสะอาดเมื่อโจโคโบะสกปรก และผู้เล่นสามารถเลี้ยงโจโคโบะได้หลายตัวเหมือนกับการทำฟาร์มนั่นเอง

เมื่อเราเลี้ยงโจโคโบะได้โตเต็มวัยแล้ว เราจะสามารถส่งโจโคโบะไปผจญภัยตามหอคอยต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งนี้ได้ โจโคโบะจะเข้าผจญภัยต่อสู้กับมอนสเตอร์ต่าง ๆ ภายในหอคอยและค้นพบสมบัติล้ำค่า ซึ่งนั่นจะทำให้ได้รับค่าประสบการณ์เพื่อการเติบโตของโจโคโบะและคนเลี้ยง นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถทำการตกแต่งฟาร์มให้สวยงามตามแบบฉบับของตัวเองได้อีกด้วย

ปัจจุบันเกมนี้ก็ได้ปิดให้บริการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ถือว่าเกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมในยุคบุกเบิกเกมบน Facebook ก็ว่าได้เลยนะครับ

15. Chocobo no Chocotto Nouen

เกมนี้เป็นเกมโซเชียลทำฟาร์มปลูกผัก ซึ่งมีเปิดให้บริการเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งตัวเกมจะมีสเตปการเล่นง่าย ๆ คือ หว่านเมล็ดพืช รดน้ำ รอให้พืชผลเติบโต หากมีสัตว์หลงเข้ามาในแปลงผักเราก็จับแล้วนำไปปล่อย เมื่อผลผลิตเติบโตเราก็เก็บเกี่ยว ซึ่งการกระทำต่าง ๆ ก็จะเป็นการเก็บค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มเลเวลของผู้เล่นครับ นอกจากนี้ตัวเกมยังมีการโคลาโบกับเกมอื่น ๆ หรืออนิเมะค่อนข้างบ่อยด้วย ทำให้ผู้เล่นสามารถสนุกไปกับอีเวนท์ต่าง ๆ ได้ตลอดช่วงเวลาเลยครับ

เคยโคลาโบกับอนิเมะเรื่อง DanMachi ด้วยนะ

16. Chocobo GP 

กลับมาอีกครั้งในรอบหลายสิบปี หรือจะพูดให้ถูกก็ราว ๆ 23 ปี กับเกมแนวแข่งขันความเร็ว Chocobo Racing ในชื่อ Chocobo GP ตัวเกมได้มีการพัฒนาให้มีรูปแบบที่แตกต่างจาก Chocobo Racing พอสมควรเลยทีเดียวครับ เช่น ปรับสมดุลยานพาหนะของตัวละคร แทนที่จะมีพวกใช้ยานพาหนะลอยได้ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นรถติดดินกันหมด ทางด้านของตัวละครเองก็มีการปรับเปลี่ยนไปส่วนหนึ่ง อย่างเช่นจะเห็นได้ว่ามีตัวละครจากซีรีส์โจโคโบะจากเกม Chocobo no Fushigi na Dungeon เข้ามาหลายตัวเลยทีเดียว

ในส่วนของโหมดการเล่นก็ยังคงมีหลาย ๆ โหมดที่ยังมีให้เลือกเล่นได้คล้าย ๆ แบบเดิม เช่น โหมดเนื้อเรื่อง โหมดกรังปรีซ์ โหมดจับเวลา เป็นต้น ซึ่งเกมนี้ก็จะปล่อยให้เกมเมอร์ได้เล่นกันในเดือนมีนาคมปี 2022 นี้ครับ

เกมที่ถูกยกเลิกการพัฒนาและไม่ได้ไปต่อ

มีเกมบางส่วนที่วางแผนจะพัฒนาออกสู่ตลาดให้ผู้เล่นได้เล่นกันด้วย แต่ก็ดันถูกยกเลิกไปซะก่อน ลองมาดูกันครับว่ามีเกมอะไรกันบ้าง

1. Battle de Chocobo

เกมที่ตั้งใจจะลงให้กับเครื่อง Arcade และ PlayStation ซึ่งเกมนี้เป็นเกมแนวขี่โจโคโบะต่อสู้กัน สามารถกระโดดหลบ ปล่อยเวทมนตร์ใส่คู่ต่อสู้ได้ แต่ก็นั่นแหละครับ กลายเป็นเกมที่ถูกยกเลิกไป ส่วนสาเหตุที่ยกเลิกไปนั้นก็ไม่ทราบแน่ชัดครับ แต่จากการสันนิษฐานของผู้เขียนคาดว่าก็เพราะตัวเกมไม่น่าจะขายได้เท่าไหร่ ถ้าเกมนี้ไม่ได้ถูกยกเลิกไปก็จะกลายเป็นเกมแรกของซีรีส์โจโคโบะเลยล่ะครับ

2. Chocobo Racing 3D

เกมที่ประกาศว่าจะลงให้ Nintendo 3DS แต่สุดท้ายก็เป็นอันยกเลิกการพัฒนาไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสุดท้ายก็ได้มีการพัฒนา Chocobo GP ที่จะมาลงให้กับ Nintendo Switch ในปี 2022 นี้ ก็ถือว่าแทนกันได้ล่ะนะครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเกมที่มีโจโคโบะมาสคอตสุดน่ารักประจำซีรีส์ Final Fantasy เป็นตัวเอกครับ เรียกได้ว่าทำเกมออกมาได้หลากหลายรูปแบบจริง ๆ แต่ละเกมก็มีความสนุกแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเห็นได้ว่าเป็นเกมที่มีเนื้อหาของการผจญภัย แฝงไปด้วยความน่ารัก เหมาะสมสำหรับให้ผู้เล่นทุกวัยได้เล่นกัน ในอนาคตผมเองก็อยากเห็นเกมที่มีเจ้าโจโคโบะตัวน้อยกับผองเพื่อนออกมาโลดแล่นกันให้พวกเราได้เพลิดเพลินกันอีกเยอะ ๆ เลยล่ะครับ

Back to top button