สกู๊ปพิเศษ

8 เกมอินดี้ที่เทพได้ไม่แพ้เกมฟอร์มยักษ์

มาแรงแซงทางโค้ง ดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืน

Independent Game หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่าเกมอินดี้ ถือเป็นอีกหนึ่งประเภทเกมที่ในยุคปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากเกมเหล่านี้ต่างมีเสน่ห์ที่เหล่าเกมยักษ์ใหญ่ไม่มี ตั้งแต่เกมเพลย์ที่สนุกและเป็นเอกลักษณ์, คอนเซ็ปต์ของเกมที่มีความแปลกใหม่ ไปจนถึงเนื้อเรื่องที่นำเสนอออกมาในรูปแบบที่เราอาจไม่คุ้นเคย และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองเลยทำให้ในบางครั้ง เกมอินดี้ก็กลายเป็นเกมที่มีเสน่ห์น่าดึงดูด ชวนให้เกมเมอร์อย่างเราต้องหันมาสนใจสักครั้ง และในวันนี้ผมก็ได้ทำการรวบรวม 8 เกมอินดี้ที่เทพได้ไม่แพ้เกมฟอร์มยักษ์ จะมีเกมอะไรบ้างนั้นไปเริ่มกันเลย

1. Celeste

มาเริ่มกันที่อันดับแรกอย่าง Celeste เกมอินดี้น้ำดีจากผู้พัฒนาชาวแคนาดาอย่าง Matt Thorson และ Noel Berry นั่นเอง โดย Celeste จะให้เราได้รับบทเป็น Madeline ที่ต้องออกเดินทางผจญภัยผ่านอุปสรรคต่างๆ และเกมเพลย์ของ Celeste จะเป็นเกมแนว 2D Platformer หรือเกมแนวเดินตะลุยข้างที่ใส่ระบบเฉพาะของตัวเองลงไป เพื่อให้การเล่นมีความท้าทายยิ่งขึ้น อาทิเช่น การ Dash กลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของตัวเกม และนอกเหนือจากเกมการเล่นที่สนุกแล้วนั้น Celeste ยังมีการนำเสนอเนื้อเรื่องที่กินใจบวกกับการแฝงความหมายดีๆ ไว้อีกมาก และด้วยความยอดเยี่ยมของเกมนี้เอง มันก็ทำให้ Celeste คว้ารางวัลอย่าง Best Independent Game และ Games for Impact มาไว้ในครอบครองเป็นที่เรียบร้อยในปี 2018

2. Into The Breach

หากคุณกำลังมองเกมวางแผนดีๆ ที่เล่นสนุกและท้าทายจนไม่อยากจะทำอะไร ผมแนะนำเกมวางแผนฟอร์มเล็ก แต่คุณภาพใหญ่เกินขนาดอย่าง Into The Breach จากทีมผู้พัฒนาSubset Games ที่เคยฝากผลงานไว้กับเกมเทพสุดท้าทายอย่าง FTL : Faster Than Light เมื่อครั้งก่อนนั่นเอง

Into The Breach จะเป็นเกมแนววางแผนแบบ Turn-based ที่ให้เราได้สวมบทบาทเป็นกองกำลังที่ต้องปกป้องผู้คนจากเหล่าสัตว์ประหลาด ซึ่งเกมเพลย์ของมันก็เรียกได้ว่าเล่นง่าย เข้าใจง่าย แต่ถ้าจะเล่นให้เก่งก็เรียกได้ว่ายากเอาเรื่อง และนอกจากนั้น Into The Breach ยังมีระบบเกมอื่นๆ ที่ชวนให้เราติดพัน จนไม่อยากลุกไปไหนอีกด้วย ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาเกม Turn-Based ดีๆ มาเล่นสักเกม Into The Breach เกมนี้ใช่เลย รับรองไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน!

3. My Friend Pedro

ก่อนที่เราจะได้สวมบทบาทเป็น John Wick ในเกม John Wick Hex ผมขออนุญาตนำเสนอเกมเดินหน้ายิงสุดมันส์ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสว่าการเป็นมือปืนระดับเทพนั้นรู้สึกเป็นอย่างไรกับเกม My friend Pedro จากทีมผู้พัฒนา Devolver Digital

โดยตัวเกมจะให้เราได้รับบทเป็นมือปืนสวมหน้ากากความจำเสื่อมที่ต้องผจญภัยไปกับ Pedro เจ้ากล้วยหอมลอยได้ ที่จะคอยเป็นผู้ติดตามของเราไปตลอด และถ้าพูดถึงเกมเพลย์ของมัน My Friend Pedro ได้นำระบบ Combat ของเกมสไตล์เดินหน้ายิง มาผสมกับความเป็นเกม Puzzle ที่เราต้องคิดวิธีการฆ่าศัตรูตามฉากต่างๆ ที่ทำออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งพอเอาส่วนผสมทั้งสองมารวมกัน มันก็ออกมาเป็นเกมที่เล่นสนุกและเพลินได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

4. Katana Zero

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความเป็นซามูไร หรืออยากหาเกมเท่ๆ มาเล่นสักเกม ผมขอแนะนำให้รู้จักกับเกม Katana Zero โดยเกมนี้เป็นผลงานจากทีมผู้พัฒนา Askiisoft และจัดจำหน่ายโดย Devolver Digital ซึ่งตัวเกม Katana Zero จะเป็นเกมเดินหน้าลุยแบบ Side Scrolling ที่ได้ใส่กิมมิคสุดเท่อย่างการปัดกระสุนด้วยดาบคาตานะ, การชะลอเวลาที่ทำได้ระหว่างการเล่น ไปจนถึงระบบ 1 Hit 1 Kill ที่ทั้งเราและศัตรูจะไม่มีหลอดพลังชีวิต เรียกได้ว่าโดนยิงหรือโดนฟันเพียงครั้งเดียวก็ตายได้ในทันที ให้อารมณ์ในการเล่นที่รวดเร็วและเร้าใจ ไม่แพ้เกมอย่าง Hotline Miami เลยล่ะครับ

5. Unravel 2

มาต่อกันที่เกมอินดี้ม้ามืดประจำปี 2018 อย่าง Unravel 2 จากทีมผู้พัฒนาชาวสวีเดน Coldwood Interactive โดยเกมนี้เป็นเกมแนว Puzzle Platformer ซึ่งเสน่ห์ของ Unravel 2 นั้นก็จะมีตั้งแต่ ภาพกราฟิกที่สวยงามดูแล้วสบายตา, ปริศนาในเกมที่มีวิธีแก้ไขสุดสร้างสรรค์ และที่สำคัญตัวเกมมันสามารถเล่นได้พร้อมกันสองคนเลยนะเออ พูดได้เลยว่าถ้าใครอยากชวนคนในครอบครัวหรือคนรักมาลองเล่นเกมดู Unravel 2 ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้เลย

ดาวน์โหลดเกม

6. Untitled Goose Game

ในเวลานี้ผมเชื่อว่าต้องมีเกมเมอร์หลายคนต้องเคยเห็นและเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเกมๆ นี้มาอย่างแน่นอน นั่นก็คือเกมอินดี้ม้ามืดประจำปี 2019 อย่าง Untitled Goose Game จากค่าย House House โดยภายในเกม Untitled Goose Game จะให้ผู้เล่นได้รับบทเป็นเจ้าห่านตัวหนึ่ง ที่มีเป้าหมายในการยียวนกวนประสาทชาวบ้านไปทั่ว ตั้งแต่การไล่ขโมยของต่างๆ ไปจนถึงการทำลายข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้าน ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาเกมเล่นสบายๆ Untitled Goose Game กำลังรอให้คุณมาลองอยู่นะ

ดาวน์โหลดเกม

7. Dead Cell

ถ้าใครเป็นเกมเมอร์ที่ชื่นชอบแนวเกมสไตล์ Metroidvania ก็คงต้องร้องว้าวกับเกม Deadcell จากค่าย Motion Twin อย่างแน่นอน ซึ่ง Deadcell จะเป็นเกมเดินลุยแบบ Side Scrolling ที่ให้อารมณ์ที่คล้ายคลึงกับเกมตระกูล Castlevania ที่ถึงแม้จะเป็นการเดินตะลุยฉากแบบด้านข้าง แต่ตัวแผนที่ก็มีความลึกลับซับซ้อน ชวนให้ผู้เล่นต้องวนกลับมาสำรวจเรื่อยๆ บวกกับระบบการต่อสู้ที่มีความท้าทายสไตล์เกม Soul Series แต่ความพิเศษของเกม Dead Cell ที่ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งเกมที่สายฮาร์ดคอร์จะต้องชื่นชอบ อย่างระบบการตายแล้วเริ่มเกมใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งด้วยความท้าทายของมันนี้เอง ก็ทำให้ Dead Cell เป็นอีกหนึ่งเกม Action ยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การลอง

8. Undertale

ถ้าจะพูดเกมฟอร์มเล็กที่คุณภาพไม่แพ้เกมระดับ AAA ผมเชื่อว่าต้องมีเกมเมอร์ไม่น้อยเลยที่นึกถึงUndertale เกมฟอร์มเล็กระดับเทพ จากผู้พัฒนาเพียงคนเดียวอย่าง Toby Fox โดยในตัวเกม Undertale เราจะได้รับบทเป็นเด็กคนหนึ่งที่ตกลงมายังโลกใต้ดินที่เต็มไปด้วยปีศาจ และเรื่องราวของเกมก็เริ่มจากตรงนั้น ซึ่งจุดเด่นของ Undertale ก็คือทางเลือกในการเล่นที่ตัวเกมมีให้เราเลือกอยู่เสมอ เช่น เลือกที่จะไม่ฆ่าปีศาจตัวไหนเลย หรือจะฆ่าล้างพวกมันให้หมดก็ทำได้ และไม่ว่าเราจะเลือกเล่นทางไหน การกระทำของเราจะส่งผลถึงฉากจบของเกมทั้งสิ้น หากเกมเมอร์ท่านไหนที่ยังไม่เคยได้ลอง Undertale ผมก็ขอแนะนำให้ลองเล่นดูนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สำหรับเกมอินดี้ในยุคปัจจุบันเรียกได้ว่ามาพร้อมกับคุณภาพคับแก้วเทียบเท่ากับเกมยักษ์ใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะในเมื่อเกมระดับ AAA นั้นยังคงมาตรฐานเดิมของเกมตัวเองไว้ แต่เกมอินดี้ก็เลือกที่จะเดินเส้นทางที่แตกต่าง และคอยเฟ้นหาวิธีที่จะนำเสนอเกมของเกมให้แปลกแหวกแนวจนน่าจดจำ ซึ่งเกมที่ผมหยิบยกมา ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างที่ทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นว่าจริงๆ แล้วเกมอินดี้นั้น ก็มีความน่าเล่นไม่น้อยกว่าเกมฟอร์มยักษ์ในตลาดเลยล่ะครับ

Back to top button