สกู๊ปพิเศษ

7 สิ่งกวนใจที่คุณต้องเคยเจอในเกม JRPG 8 Bit สมัยก่อน

เล่นทีไรเป็นต้องเจอสิ่งเหล่านี้ทุกที

สวัสดีครับเพื่อน ๆ เชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็น่าจะต้องเคยเล่นเกมแนว 8 Bit ที่เป็น J-RPG มาก่อนใช่ไหมครับ ซึ่งสมัยก่อนนั้นเกมแนวนี้ได้รับความนิยมอย่างมาในช่วงยุค 90 ขยับมาจนถึงปัจจุบันก็ยังมีเกมแนวนี้อยู่ เพราะมันเป็นแนวที่สนุก ตื่นเต้น เหมือนได้ผจญภัยไปพร้อม ๆ กับตัวละครในเกม มีเนื้อเรื่องที่หลากหลายและน่าสนใจเอามาก ๆ แต่หากพูดถึงระบบเกมเพลย์แล้วก็ยังมีสิ่งที่น่ากวนใจผู้เล่นอย่างเราอยู่ บางอย่างก็กวนใจในแง่ความยาก บางอย่างก็ดูหงุดหงิดจนน่ารำคาญ แต่มันก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ของเกมยุคนั้นเลยทีเดียว เราไปดูกันดีกว่าครับว่าเกมแนวนี้มีอะไรที่สามารถกวนใจคุณได้บ้าง

1. NPC เดินขวางทาง

image 131


เนื่องจากเกมเพลย์ของเกมแนวนี้จะเป็นสไตล์ 8 Bit และการเคลื่อนไหวของตัวละครจะถูกฟิกซ์เป็นช่อง ๆ การเดิน 1 ก้าว จะมีค่าเท่ากับเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 1 ช่องสี่เหลี่ยม และแน่นอนว่า NPC ภายในเกม ไม่ว่าจะอยู่ตามเมือง ดันเจี้ยน หรือร้านค้า หากมันขยับได้ก็จะใช้ระบบการเคลื่อนที่แบบเดียวกันกับเรา เพียงแต่ว่ามันจะสุ่มการเดินแบบมั่ว ๆ ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะเดินไปทางไหนและเดินตอนไหน บางครั้งเส้นทางของเราอาจจะคับแคบขนาดว่าผ่านได้ทีละคน แล้วเจ้า NPC นี่ก็ดันมายืนขวางทางอีก ถ้าเกมไหนไม่ได้ออกแบบมาให้เดินทะลุยูนิตได้นี่แบบว่า น่าจะรำคาญกันระดับนึงเลยล่ะครับ

2. มีทางหลอกให้เสียเวลาเล่น

image 130


ผู้เล่นหลายคนที่เป็นสาย J-RPG มักจะมีสกิลติดตัวพื้นฐานมาแทบทุกคน นั่นก็คือความอยากรู้อยากเห็น หรือการสำรวจทุกซอกทุกมุม เพราะเกมประเภทนี้หลายครั้งมักจะมีของรางวัลแห่งการสำรวจให้กับเรา เช่น ทางลับ กล่องสมบัติ จุดเซฟ ห้องพัก ร้านลับ เป็นต้น ดังนั้นอาจทำให้เรามีความคิดว่า “ถ้าไม่มีอะไร แล้วเดฟจะสร้างทางมาทำไม” แต่ก็นั่นแหละครับ เดฟเองก็ใช่ย่อยซะที่ไหน เขารู้ว่าผู้เล่นมีนิสัยอย่างไร และการออกแบบทางเปล่า ๆ เพื่อมาดักให้เสียเวลาเล่นอยู่บ่อยครั้ง แถมบางดันเจี้ยนมันก็ไม่ได้ง่าย การเสียเวลาเดินมาสำรวจต้องเสี่ยงเจอมอนสเตอร์ระดับสูง บางจังหวะเราเองก็แทบตายอยู่แล้ว ต้องมาเจอทางตัน ทางดัก อันนี้ก็ปวดใจเหมือนกันนะครับ 

3. Skip เนื้อเรื่องไม่ได้

image 6


เกม J-RPG สมัยก่อน การดำเนินเนื้อเรื่องจะแทบไม่มีคัตซีนที่ตัดฉากให้เราดู มันจะเป็นการที่ตัวละครเล็ก ๆ เดินไปมาและคุยกันผ่านกล่องคำพูด ผู้เล่นสามารถเสพเนื้อเรื่องได้จากการอ่าน Text และภาพเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พอเข้าใจสถานการณ์เท่านั้น และเกมเพลย์ในยุคนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้เรา Skip ฉากได้ ถ้าใครที่เป็นผู้เล่นสายรีบ อยากโฟกัสที่เกมเพลย์ หรือมีเหตุด่วนให้ต้องรีบเล่น รีบหาจุดเซฟ แล้วมาเจอเนื้อเรื่องขั้นระหว่างนั้นก็ขอบอกได้เลยว่าทำใจครับ ไม่มีทางอื่นนอกจากกดคุยรัว ๆ แล้วลุ้นว่ามันจะจบเมื่อไหร่เท่านั้น ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะเป็นแค่เนื้อเรื่องสั้น ๆ แต่ถ้าไซส์ใหญ่ระดับสงครามหรือกำลังจะปราบบอส อันนี้ก็รอนานหน่อยนะครับ

4. ไม่มี GPS คอยบอกทาง

image 129


หากคุณเป็นคนที่เล่นเกมยุคใหม่กับยุคเก่า คุณจะเปรียบเทียบได้เลยว่าเกม RPG ยุคใหม่มักจะมาพร้อมกับระบบสักอย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณรู้เป้าหมายที่ต้องไป เช่น Open World, World Map, Quest Location หรืออื่น ๆ ที่จะคอยมาร์คพิกัดให้คุณว่า คุณต้องเดินไปทางไหน คุณต้องคุยกับใคร คุณต้องล่ามอนสเตอร์ตัวไหนถึงจะผ่าน ใช่ครับ เกม J-RPG ยุคก่อนไม่ได้มีระบบพวกนี้คอยอำนวยความสะดวกให้ สิ่งที่คุณทำได้คือการอ่าน Text ในเนื้อเรื่องและจำเอาไว้ในใจ จากนั้นก็เดินหาในโลกที่แสนกว้างใหญ่เอาเองจนกว่าจะเจอครับ

5. สำรวจมั่ว กับดักเพียบ

image 128


อย่างที่กล่าวมาในข้อ 2 ว่ามีทางหลอก และข้อ 4 ที่ไม่มี GPS บอกทาง มันทำให้ผู้เล่นอย่างเราต้องเผชิญกับการผจญภัยของแท้ เพราะเราต้องหาทางไปต่อด้วยตัวเอง และที่สำคัญตัวเกมไม่ได้ปล่อยให้เราเผชิญกับมอนสเตอร์ตามทางเท่านั้น เกมยังมีกับดักอีกหลากหลายประเภทที่เข้ามาจู่โจมเราให้เราลำบากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นหลุมที่ทำให้ตกลงไปชั้นล่าง, กล่อง Mimic ที่เปิดแล้วเป็นศัตรูซะงั้น, ประตูห้องที่นึกว่าจุดเซฟแต่พอเปิดเข้าไปกลายเป็นมอนสเตอร์ระดับ Elite หรือ Mini Boss ซึ่งมันจะผลาญยาและค่าพลังของคุณลงไปมาก ถ้าอยู่ในระหว่างทางที่ต้องไปสู้บอส บอกเลยว่ากว่าจะเจอบอสคือแทบหมดตัวครับ

6. เจอ Debuff ใหม่ครั้งแรกแก้ยากมาก

image 127


เกม J-RPG สมัยก่อน เวลาที่ต้องไปยังสถานที่ใหม่ ๆ เช่น แมพใหม่ ภูมิประเทศใหม่ ดันเจี้ยนใหม่ ก็มักจะมาพร้อมกับมอนสเตอร์ใหม่ ๆ ที่มีความสามารถใหม่ ๆ และแน่นอนว่า First Impression ที่คุณจะได้รับหลังจากเข้าดันเจี้ยนใหม่มาก็คือสถานะผิดปกติหรือ Debuff จากมอนสเตอร์เจ้าถิ่นแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งการโดน Debuff ใหม่ครั้งแรกมักจะสร้างความลำบากให้เราค่อนข้างมาก เพราะว่าร้านค้าในเมืองใกล้ ๆ จะไม่มียาแก้สถานะนี้ขาย หรืออาจจะมีแต่เรามักจะไม่พร้อมซื้อ ทำให้สถานะใหม่ที่โผล่มาเล่นงานเราไปเต็ม ๆ หรือไม่ก็ต้องใช้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เช่น ติดพิษก็ปั้มยาแข่ง ถ้าหลับก็ตีพวกเดียวกันปลุก หรือถ้ารักษาไม่หายก็ตายแล้วชุบเอา มันก็จะทุลักทุเลหน่อย แต่ก็พอถูไถครับ

7. คอนเทนต์ลับคือลับจริง ๆ 

image 126


เกม 8 Bit สมัยก่อน โดยเฉพาะแนว J-RPG มักจะมาพร้อมกับคอนเทนต์ปริศนามากมายที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเกม คือเรียกได้ว่าการที่คุณจะเล่นเกมนั้นจบได้ว่ายากแล้ว แต่การที่เล่นคอนเทนต์ครบแบบ 100% นั้นเป็นอะไรที่ยากกว่า เพราะอย่างที่บอกว่าเกมไม่ได้มี GPS คอยบอกทาง อยากรู้อะไรต้องสำรวจกันเอาเอง ถ้าไม่ได้มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นทุกซอกทุกมุมก็คงจะไม่เจอบอสลับ ดันเจี้ยนลับ ไอเทมพิเศษ อาวุธสุดยอด เนื้อเรื่องลับ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มักจะถูกแทรกอยู่ตามมุมโลกของเกม และมันไม่ได้อยู่ในเส้นเรื่องหลัก เพราะงั้นคนเล่นเกมจบแล้วจะไม่รู้ก็ไม่แปลกครับ ดังนั้นคนสมัยก่อนเลยรู้สึกภูมิใจมากที่สามารถเล่นเกมจบได้ 100% หรือได้รู้ความลับของเกมมากกว่าคนอื่น ๆ


และนี่ก็คือ “7 สิ่งกวนใจที่คุณต้องเคยเจอในเกม J-RPG 8 Bit สมัยก่อน” ตรงกับประสบการณ์ที่เพื่อน ๆ เคยเล่นเกมเหล่านี้มาก่อนไหมครับ ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เผชิญกับสิ่งเหล่านี้มาเหมือนกัน มันเป็นอะไรที่กวนใจ หงุดหงิด รำคาญ แต่ก็แอบคิดถึงอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นเสน่ห์ของเกมสมัยก่อนที่ปัจจุบันก็ลดน้อยลงไปทุกทีแล้ว พูดถึงก็อยากจะกลับไปเล่นเกมเก่า ๆ บ้างเหมือนกันนะครับเนี่ย

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button