สกู๊ปพิเศษ

10 เรื่องชวนหัวร้อนของผู้เล่นสาย Multiplayer

เจอ Smurf, เซิร์ฟล่ม, Lag เกินบรรยาย, เจอผู้เล่นสาย Toxic

ในปัจจุบันการเล่นเกมแบบหลายคนหรือที่เรานิยมเรียกว่า ‘มัลติเพลเยอร์’ นับว่าเป็นเทรนด์การเล่นเกมที่นิยมไม่แพ้การเล่นเกมแนว ‘ซิงเกิ้ลเพลเยอร์’ เลยทีเดียว เพราะด้วยธรรมชาติของเกมแนวมัลติเพลเยอร์ ไม่ว่าจะเป็นแนว MOBA, FPS หรือ MMORPG มักจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวเกมไม่จำเจ แถมเกมแบบเล่นหลายคนก็ยังเปิดโอกาสให้เราแบ่งปันความสนุกกับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งปัจจัยที่ว่ามานี้ก็เป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้เราs]’รักเกมแนวมัลติเพลเยอร์นั่นเอง แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมอ มีดีก็ต้องมีร้าย โดยในวันนี้ผมได้ทำการรวบรวม 10 เรื่องชวนหัวร้อนที่เหล่าเกมเมอร์สายมัลติเพลเยอร์ ต้องเคยสัมผัส ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยดีกว่าครับ

1.ผู้เล่นสุด Toxic

ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์จากยุคไหน เล่นเกมอะไร ยังไงก็ต้องเคยเจอกับคนประเภทนี้สักครั้ง ยิ่งถ้าเป็นเกมที่เน้นการ PVP ( ผู้เล่นปะทะกับผู้เล่น ) คุณต้องเคยมีประสบการณ์หัวอุ่นๆจากการเจอผู้เล่น Toxic อย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝั่งศัตรูหรือฝั่งเดียวกันก็ตาม ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำก็จะแตกต่างกันไปตามแต่กรณี แต่ที่เหมือนกันอย่างแน่นอนก็คือพวกเขาพร้อมที่จะมอบประสบการณ์การเล่นที่ย่ำแย่ให้กับทุกๆ คนในเกม ไม่ว่าจะเป็นการพูดอัดไมค์สร้างความรำคาญ หรืออาจจะหนักไปจนถึงการพูดจาหยาบคายใส่ผู้เล่นคนอื่นๆ ทำให้การเล่นเกมหมดสนุกไปโดยปริยาย ซึ่งไม่ว่าเราจะไปเกมๆ ไหนก็ตาม ขอแค่มันเป็นเกมมัลติเพลเยอร์ก็ทำให้เรามีโอกาสต้องเจอกับผู้เล่นประเภทนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้( แถมบางครั้งคนพวกนี้มักจะมาพร้อมกับวลีเด็ด Ggez อีกต่างหาก )

2. Hacker / Cheater

มากันต่อที่ผู้เล่นสายแฮคหรือสายขี้โกง สำหรับผู้ประเภทนี้อาจจะเห็นค่อนข้างบ่อยในเกมมัลติเพลเยอร์สาย FPS ซะส่วนใหญ่ ( แต่แนวเกมอื่นๆ ก็มีให้เห็นอยู่เหมือนกันนะครับ ) โดยผู้เล่นประเภทนี้มักจะมาพร้อมสกิลในการเล็งที่เหนือมนุษย์ที่แค่ผู้เล่นคนอื่นเดินผ่านแค่เสี้ยววินาทีก็อาจจะโดนยิงตายโดยไม่รู้ตัว หรือจะมีเนตร ( สีขาว ) ที่มองทะลุทุกสิ่งกีดขวางทุกอย่างในฉากทำให้การเล่นของพวกเขาง่ายขึ้นเป็นกอง ( Hack สองอย่างนี้รู้จักกันในชื่อของ Aimbot และ Wall hack นั่นเองครับ ) และผู้เล่นประเภทนี้ต่อให้ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม พวกเขาก็ยังคงคอยตามหลอกหลอนชาวเกมเมอร์อยู่เรื่อยๆ ไม่หายไปไหน แม้ว่าหลายๆ เกมจะมีมาตรการป้องกันแน่นหนาแค่ไหนก็ตาม ( กระแส China no.1 ของ PUBG ก็คงจะไม่หายไปเร็วๆ นี้แน่นอน )

3. ผู้เล่นสายโยนหรือ Throw

ผู้เล่นสายโยนถ้านิยามกันง่ายๆ ก็คือผู้เล่นที่เล่นเกมแบบไม่ตั้งใจเล่น จะแพ้หรือชนะก็ได้ไม่เป็นไร ซึ่งบางทีเราก็อาจจะเหมารวมผู้เล่นเหล่านี้เป็นพวก Toxic ด้วยก็ได้ แต่ผู้เล่นสายโยนก็อาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะผู้เล่นสายโยนอาจจะไม่ได้มาพร้อมความหยาบคายหรือวลีชวนตีเหมือนผู้เล่นสาย Toxic แต่อย่างไรก็ตามผู้เล่นสายโยนก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่เกมเมอร์มากนัก เพราะหลายๆ คนทีเล่นเกม ( และยิ่งถ้าเป็นการลงแร้งค์จัดอันดับ ) มักจะเล่นกันอย่างตั้งใจเพื่อการเก็บแต้ม mmr ซึ่งเมื่อการโยนเกมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากคนๆ เดียวหรือหลายคนก็ตาม ผู้เล่นที่ตั้งใจเข้ามาเล่นเกมก็คงต้องปลงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับแต้ม mmr ที่โบกมือลาเราไปอย่างไม่มีวันกลับ

4. การ Rage Quit

นิยามการ Rage quit ก็ตรงตัวเลยครับก็คือการออกเกมดื้อๆ เพราะหัวร้อนจนระเบิดนั่นเอง ( หรืออาจะเป็นเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้พวกเขาไม่อยากเล่นต่อแล้ว ) โดยเหตุการณ์ประเภทนี้ก็เกิดขึ้นในหลายๆ เกมเลยล่ะครับ ( ตั้งแต่ Overwatch, Tekken7 , Rainbow Six, Dota 2 และอื่นๆ อีกหลายเกม ) ซึ่งการออกเกมกลางคันแบบไปแล้วถ้าเป็นเกมที่เล่นเป็นทีมอย่าง Dota 2 หรือ CSGO ก็บอกได้เลยว่าถ้าคนที่ออกอยู่ฝั่งเรา ก็คงเป็นเรื่องที่ชวนให้เรากำหมัดทุบโต๊ะซะเหลือเกินหรือจะเป็นเกมเล่นต่อสู้อย่าง Tekken 7 การ Rage quit ( หรือการ Plug ) ก็มีให้เราเห็นอยู่ประจำ ซึ่งถ้าใครเคยพบกับเหตุการณ์รูปแบบนี้ก็คงทำได้แค่ Report ผู้เล่นคนนั้น พร้อมกับฝืนเล่นกันต่อให้จบเกมนั่นเอง ( ส่วนตัวผมเจอการ Rage quit หนักๆ เลยก็ในเกมต่อสู้เนี่ยแหล่ะ ผมนี่ถึงกับกำหมัดกันเลยทีเดียว เพราะมันไม่มีบทลงโทษผู้เล่นเลย )

5. Lag เกินบรรยาย

อันนี้อาจจะเป็นปัญหาจากหลายปัจจัยแล้วแต่กรณีๆ ไปนะครับ แต่ไม่ว่าอาการเกมกระตุกหรืออาการ Lag จากสาเหตุใดก็ตาม ผลที่ตามมามักจะเป็นอาการชักกระตุกระหว่างเล่นที่ทำให้การเล่นเกมของเรามันน่าหงุดหงิด จนทำให้แทบจะยกคีบอร์ดไปทุบ Router ของเราได้ในทันที ซึ่งนอกจากความหงุดหงิดจากภาพการเล่นที่ดูไม่สมประกอบแล้ว อาการ Lag อาจทำให้เราตอบสนองช้ากว่าผู้เล่นคนอื่นๆ อีกด้วย เนื่องจากภาพที่เราเห็นจะช้าและไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เราโดนยิงหรือโดนตีตายโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ทำให้ความสนุกในการเล่นเกมดิ่งลงเหวอย่างไม่ต้องสงสัย ชวนให้ผู้เล่นอย่างเราต้องจำใจปิดเกมและไปทำอย่างอื่นในที่สุด ( อาจจะมีอาการหัวอุ่นๆ ตามมาหลังจากปิดเกมด้วย )

6. โดนเรียกระหว่างเล่น

ผมว่าปัญหานี้คงจะมีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยเลยต้อโดนเรียกระหว่างเล่นเกม ถ้ามันเป็นเกมซิงเกิ้ลเพลเยอร์คงจะไม่เท่าไหร่ เพราะเราสามารถกดหยุดระหว่างเล่นได้ ( แต่ถ้าคุณเล่นเกมตระกูล Soul คุณจะเข้าใจหัวอกพวกเรา ) แต่ถ้าเป็นเกมแบบมัลตินี่สิเรื่องใหญ่ เพราะเกมมันไม่สามารถหยุดได้ แถมมันจะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ถ้าเกมๆ นั้นเป็นเกมมัลติแบบเป็นทีม ( เช่น Dota 2, LoL, CSGO ) ถ้าเราเกิด AFK กลางคัน นอกจากแต้มของเราจะลดแล้ว มิหนำซ้ำอาจจะโดนข้อความด่าทอมาอีกเป็นขบวนได้ง่ายๆ 

7. ความไม่สมดุลของตัวเกม

สำหรับข้อนี้ถ้าผู้เล่นคนไหนที่เล่นเกมมัลติเพลเยอร์สาย E-sport คงจะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของเกมแนวนี้เป็นอย่างดี นั่นก็คือทุกอย่างในเกมมันต้องแฟร์และสามารถแก้ทางกันได้ จะไม่มีตัวละครหรือฮีโร่ตัวไหนเก่งเกินหน้าเกินตาตัวอื่น แต่สุดท้ายไม่ว่าตัวเกมจะมีการปรับสมดุลมากแค่ไหนก็จะมีความไม่สมดุลหลุดออกมาจนได้ ซึ่งความไม่สมดุลที่ว่านี้อาจจะเป็นตัวละครที่เก่งเกินตัวละครอื่น หรือจะเป็นปืนที่แรงจนเกินพอดี ( ตัวอย่างเช่น Brigitte ของ Overwatch ที่เป็นตัวละครสาย Sup แต่กลับทำได้ทุกอย่างทั้งแทงค์, ฮีลและโจมตี ) ซึ่งปัญหาข้อนี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้ตัวเกมหมดความสนุกและน่าเบื่อไปเลย แถมอาจจะเป็นผลทำให้ผู้เล่นหลายคนเลิกเล่นเกมไปในที่สุด

8. การ Smurf

สำหรับข้อนี้ ผมว่าขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลยว่าจะมองอย่างไร แต่ก่อนอื่น ผมขออนุญาตเท้าความก่อนว่าการ Smurf คืออะไร ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือการที่ผู้เล่นแรงค์สูงๆ มาสร้างไอดีใหม่เพื่อลงมาเล่นกับคนที่แรงค์ต่ำกว่า โดยผู้เล่นสาย Smurf จะมีจุดประสงค์ในการเล่นในอีก Account แตกต่างกันไป ไล่ตั้งแต่ผู้เล่นสายโหดที่ไล่บี้ผู้เล่นใหม่อย่างความไร้ปราณีเพื่อความบรรเทิง ไปจนถึงสายโยนที่เล่นเกมแบบไม่แคร์โลก เพราะนี่ไม่ใช่ Accout หลักจะแพ้หรือชนะก็ไม่เป็นไร ฉันไม่แคร์

พูดได้เลยว่าถ้าใครเคยพบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้คงหมดความสนุกแน่นอน เพราะนอกจากเราอาจจะสู้ฝีมือเค้าไม่ได้แล้ว เราอาจจะโดนโยนเกมอีกต่างหาก ( แต่สำหรับคนบางคนการได้สู้กับผู้เล่น Smurf ก็อาจจะเป็นเรื่องดีได้เหมือนกันนะครับ )

9. ระบบกาชา ( เกลือ )

ถึงแม้ว่าระบบ Loot Box หรือกาชานี้จะเป็นระบบที่มีอยู่แพร่หลายในเกมมือถือ แต่เอาเข้าจริงๆ ทางฝั่ง PC ก็มีระบบนี้อยู่เช่นกัน ไม่ต่างกับทางฝั่งมือถือเลย ตั้งแต่เกมค่าย Valve ที่มีระบบสุ่มของ ไม่ว่าจะเป็นใน Dota 2 หรือระบบเปิดกล่องใน Csgo ซึ่งถ้าผู้เล่นต้องการไอเทม ( ด้วยการเปิดกล่อง ) ก็ต้องมานั่งลุ้นอีกว่าเราจะได้ของที่ต้องการหรือไม่ แถมเรทในการได้รับไอเทมแต่ละชิ้นนั้น มันช่างน้อยเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเราจะเติมเงินเปิดกล่องไปแค่ไหนก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วหลายคนก็ต้องเป็นโรคไตจากความเกลือของระบบ Loot Box กันถ้วนหน้าเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าการเปิด Loot Box นั้น ถ้าเกมเมอร์คนไหนไม่ได้มากับดวงก็คงต้องหัวร้อนและเซ็งกับความเกลือของกาชาไปตามๆ กัน ( แต่บางเกมเราก็สามารถซื้อไอเทมที่เราต้องการได้ แต่ราคาก็คงแพงหูฉีกเลยล่ะ )

10. เซิร์ฟเวอร์ล่ม

มาถึงปัญหาสุดท้ายที่ผมว่าถ้าคุณผู้อ่านเล่นเกมออนไลน์มาอย่างโชกโชน คุณจะต้องเคยประสบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่มสักครั้งแน่นอน เนื่องจากธรรมชาติของเกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมากไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้เซิร์ฟเวอร์ต้องทำหน้าที่ในการรองรับผู้เล่นอย่างหนัก เป็นผลให้เกิดเหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ล่มในที่สุด ทำให้ผู้เล่นที่กำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนานอาจจะหลุดไปอยู่หน้าจอหลักอย่างงงๆ ทำให้ความติดพันในการเล่นของเราโดนตัดฉับอย่างน่าเศร้าใจ สุดท้ายแล้วผู้เล่นอย่างเราก็คงทำได้มากสุดแค่การนั่งภาวนาให้เกมกลับมาเล่นได้ไวๆ และอย่าล่มอีกเป็นครั้งที่สอง ( ส่วนตัวเคยเจอเหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ล่มจากเกม Overwatch แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว )

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับ 10 เรื่องหัวร้อนที่เหล่าเกมเมอร์สายมัลติเพลเยอร์ต้องเคยเจอ เป็นยังงัยกันบ้างครับ มีเหตุการณ์ไหนที่คุณเคยเจอกันบ้างหรือเปล่า เอาเข้าจริงๆ ปัญหาที่ผมยกขึ้นมาเหล่านี้อาจจะแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ผมเชื่อเลยว่าอาจจะเจอปัญหานอกเหนือจากนี้อย่างแน่นอน ผมเองก็เป็นอีกคนที่เล่นเกมมัลติเพลเยอร์เป็นประจำและเล่นหลายเกม แต่ไม่ว่าจะไปเกมไหนสุดท้ายก็ต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้เข้าจนได้ ( มักจะเป็นความ Toxic นี่แหละครับ ) แต่อย่างไรก็ตาม เกมยังไงมันก็คือเกม มีทั้งสนุกและทุกข์ปะปนกันไป บางปัญหาอย่างเซิร์ฟเวอร์หรือความไม่สมดุลของตัวเกมอาจจะเป็นเรื่องไกลตัวที่เราไม่สามารถจัดการได้ แต่เรื่องสังคมเกมนั้น ผมเชื่อว่าเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขให้มันกลายเป็นสังคมคนเล่นเกมที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

Back to top button