สกู๊ปพิเศษ

เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในเกม The Last Of Us Part II คือความแยบยลในการเล่าเรื่อง

สิ่งที่เกมไม่ได้บังคับแต่เสนอเป็นทางเลือกผ่านโน๊ตที่พบเจอได้ตลอดการเดินทาง

แน่นอนว่าเนื้อหาของเกม The Last Of Us Part II หลักๆ นั้นจะโฟกัสไปที่ตัวละครเอกที่เราคุ้นเคยจากภาคแรกกันอย่างเอลลี่ ทว่าเมื่อคุณได้เล่นตัวเกมจริง ๆ แล้วจะพบว่า ตัวเกมได้นำเสนอเนื้อเรื่องเสริมของตัวละครอื่น ๆ อีกมากมาย จะว่าคล้ายเป็นเนื้อเรื่องลับก็ว่าได้ ของตัวละครที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ แต่มันกลับมีเรื่องราวที่ส่งผลต่อจิตใจเราได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงเนื้อเรื่องและตัวละครเหล่านั้นกันค่ะ

*คำเตือน* บทความต่อไปนี้จะมีการสปอลย์เนื้อหาของเกม The Last of Us 2

หากคุณยังจำได้จะมีอยู่ฉากหนึ่งในเกมที่น่าจะตราตรึงและมอบประสบการณ์สุดลุ้นระทึกให้ผู้เล่นที่อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเกมนี้เลยก็ว่าได้ (หรือวิดีโอเกมในภาพรวมเสียด้วยซ้ำ) นั่นก็คือตอนที่ผู้เล่นตรงไปที่โต๊ะ Workbench ณ โรงแรมร้างแห่งหนึ่ง ขณะที่คุณกำลังจะอัปเกรดตัวปืนและสิ่งของ ทันใดนั้นก็มีกลุ่มผู้รอดชีวิตอื่นตรงเข้ามาทำร้ายคุณอย่างแรงจากทางด้านหลัง ไม่ใช่แค่นั้น พวกมันยังทำงานเป็นทีม มีภาษีได้เปรียบทั้งการหลบซ่อนที่เตรียมตัวมาอย่างดี บ้างหลบซ่อนหลังโซฟา ตู้เคาน์เตอร์ครัว แต่หากคุณได้อ่านโน้ตที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแล้วล่ะก็ คุณอาจไม่ตกใจมากนัก (เพราะมีการเตือนถึงกลุ่มคนนี้ก่อนหน้าแล้ว) แทนที่คุณจะโกรธแค้น คุณอาจจะเห็นใจพวกเขาเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

อันที่จริงตัวเกมปราณีตมากขนาดที่ว่า ถ้าคุณย้อนไปดูตั้งแต่ทางเข้า จะรู้เลยว่าที่แห่งนี้มีคนอยู่ (การปลูกมะเขือเทศสดที่แปลว่ามันไม่ได้ร้างผู้คน) การวางขวดอย่างเป็นระเบียบที่ประตู สิ่งที่เป็นเรื่องราวเงียบ ๆ ที่ไม่ได้บอกผู้เล่นอย่างตรง ๆ แต่บอกผ่านสภาพแวดล้อมและโน๊ตทั่วทั้งเกม

แม้ว่า The Last Of Us Part 2 จะมีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรง มีตัวละครและมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ระหว่างการเดินทางก่อนจะไปถึงปลายจุดหมายนั้น ตัวเกมยังได้นำเสนอเรื่องเล่าเรื่องราวของตัวละครอื่น คู่ขนานไปด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่าผ่านการอ่านโน๊ตที่คุณสามารถพบเจอได้จากการสำรวจซอกมุมต่าง ๆ ของตัวเมือง ตัวอย่างเช่น เรื่องของชายคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียลูกชายอันที่เป็นรัก 2 คนให้กลุ่มคลั่งศาสนา เพียงเพราะว่าเขากลัวเกินกว่าจะออกจากที่หลบภัย (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ) เขาตายขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างโดดเดี่ยว บอกเล่าถึงความเสียใจที่ไม่ยอมก้าวเท้าออกไปจากที่แห่งนั้น หรือเรื่องราวของครอบครัวที่ต้องเสียชีวิตอยู่ใต้หลังคาโรงงานที่โดนน้ำท่วมพร้อมตัวยาที่เขาไม่สามารถไปส่งให้กับสมาชิกในครอบครัวที่เจ็บป่วย, เรื่องของทหารคนหนึ่งที่ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายในห้องนิรภัยของธนาคาร เขาตายเพราะปกป้องบางสิ่งที่ไม่ใช่ของเขาเองเสียด้วยซ้ำ นี่ล่ะคือเรื่องราวเสริมเพียงบางส่วนจากเกม The Last Of Us Part II ที่มันน่าสนใจไม่แพ้กับเนื้อเรื่องหลักที่คุณสามารถสัมผัสได้โดยตรงจากตัวละครหลักของเกม

แน่นอนว่าเราได้เรียนรู้, เดินทาง, ผจญภัย, เจ็บปวด, มีความสุข และทุกข์ระทมไปกับตัวละครหลักอย่างโจเอล, เอลลี่, ดีน่า, แอ๊บบี้ และ เลฟ ใน The Last Of Us Part II ผ่านจากการนำเสนอเรื่องเล่าหลักของตัวเกม แต่ขณะเดียวกันตัวเกมก็ได้นำเสนอเรื่องเล่าของตัวละครอื่นในโลกของ  The Last Of Us ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักหรือเห็นหน้าพวกเขา แต่รับรู้ถึงความเจ็บปวดและทุกข์และจุดจบของพวกเขาได้เช่นกัน เรื่องนี้เปรียบแล้วก็เหมือนงานเขียนของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ผู้ให้กำเนิด The Lord of the Rings แค่เพียงเพราะว่าโฟรโดเป็นผู้ครอบครองแหวนไม่ได้แปลว่าความยากลำบากหรือเรื่องราวของเขาที่เผชิญนั้นจะยากลำบากหรือยิ่งใหญ่กว่าเรื่องราวของคนอื่น ๆ อย่าลืมว่ามีคนมากมายในไชร์ที่ชีวิตต้องถูกทำลาย ผู้คนที่ไม่ได้ถูกเอ่ยชื่อถึงจำนวนมหาศาล

อันที่จริงแล้วการเล่าเรื่องผ่านตัวละครเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่ตัวละครหลักเหล่านี้นั้นก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้เสพได้ลงทุนทางอารมณ์ไปกับเนื้อเรื่องให้มากยิ่งขึ้น และมันเป็นเรื่องที่ชาญฉลาดมากเสียด้วยซ้ำที่เกม The Last Of Us Part 2 ได้ใช้วิธีแบบนี้โดยการทิ้งโน้ตต่าง ๆ บอกอธิบายประวัติศาสตร์ของตัวเกมผ่านโน้ตสั้นๆ ทั่วสนามรบเมืองร้างตลอดการเดินทางของคุณ ถามว่าดีอย่างไร? ดีตรงที่มันไม่บังคับคุณว่าจะต้องรู้เนื้อเรื่องเหล่านี้ มันเป็นทางเลือกเสริมที่คุณไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรเลยก็ได้ ถ้าคุณจะอยากเล่นแต่เนื้อเรื่องหลักไปจนจบเกม คุณไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มของ WLF หรือเรื่องของกลุ่มสการ์ ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องของครอบครัวจำนวนมากที่ต้องพลัดพรากกันในเมืองซีแอตเทิลแห่งนี้ แต่เมื่อใดที่คุณต้องการ “จะเรียนรู้” ขอแค่คุณหยิบโน้ตเหล่านี้มาอ่านมันจะทำให้คุณยิ่งเข้าใจ ยิ่งหลงรัก ยิ่งลงทุนทางด้านอารมณ์ไปกับโลกและตัวละครของเกมนี้มากยิ่งขึ้น ทำให้เรื่องราวของทั้งเอลลี่และแอ๊บบี้ยิ่งมีค่ามากยิ่งขึ้นหากเราจะมองในมุมมองที่เกิดขึ้นในโลกที่พวกเขาต้องเผชิญ

นี่คือโลกที่การสูญเสียเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โลกที่ต่อให้คุณเสียสละซึ่งทุกสิ่งอย่างแล้วก็อาจไม่เพียงพอ โลกที่ครอบครัวที่อยู่อย่างสงบสุขพร้อมลูกน้อยและสุนัขพันธุ์โกลเด้น-รีทรีฟเวอร์ในบ้านเล็ก ๆ กลางทุ่งแห่งหนึ่งคือเหล่ากลุ่มโจรที่มีความรุนแรงที่ไม่แยแสต่อสิ่งใดและจิตใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังในปัจจุบัน นี่คือโลกของ The Last Of Us Part II โลกที่ได้สร้างสภาพแวดล้อม บรรยากาศออกมาอย่างพิถีพิถัน แน่นอนว่าแฟน ๆ หลายคนมักจะบ่นเรื่องการตามของ Collectable ภายในเกม ที่มักจะไม่ค่อยสลักสำคัญอะไร และหลายคนก็ยอมถอดใจ (เช่น พวกการ์ด Heroes หรือ เหรียญจากเมืองต่าง ๆ) ทว่าโน๊ตที่เป็นเหมือนกระบอกเสียงเงียบนั้นมันต่างออกไปมาก ไม่ว่าคุณจะเล่นเป็นแอ๊บบี้หรือเอลลี่ คุณจะเจอโน๊ตที่สะท้อนถึงมุมมองของกลุ่มคนจากทุกฝ่าย คุณจะได้รับรู้เรื่องราวที่ถูกปิดตายที่ถูกขังอยู่ในเซฟเป็นเวลาหลายปี สิ่งพวกนี้ทำให้เราอยากเก็บ อยากอ่าน อยากทำความรู้จักโลก ตัวละคร และตัวเกมให้ดีมากยิ่งขึ้น มันดีกว่า Collectable ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเพราะโน๊ตเหล่านี้คือการลงทุนทางด้านอารมณ์ ชนิดที่เมื่อคุณได้เรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ในบันทึกคุณจะเข้าถึงใจสภาพภูมิประเทศและสังคมการเมืองที่เปลี่ยนไป

ตัวอย่างเช่น ตอนเอลลี่มาถึง Hillcrest หลังจากทิ้งดีน่าไว้ที่โรงละครเก่า คุณจะได้อ่านโน้ตเกี่ยวกับบอริส ชายที่ตัดสินใจทำสิ่งที่ร้ายแรง โหดร้าย คือการกักขังเพื่อนบ้านจำนวนมากไว้ที่โรงรถที่เต็มไปด้วยเชื้อสปอร์ แต่ท้ายที่สุดเขาก็โดนกัดและติดเชื้อในที่สุดก่อนจะเขียนจดหมายบอกลาช่วงสุดท้ายให้เราได้อ่าน ทว่ามันมีเบื้องหลังที่โศกเศร้าในเรื่องนี้ เขาเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก และครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำของกลุ่ม Community ที่ทุกคนนับถือ เขาแม้กระทั่งออกมาตามหาหมาของเพื่อนบ้าน แต่กลับโดนหักหลักจากกลุ่มคนในชุมชนที่เขาไว้ใจ และความเคียดแค้นทำให้เขาทำสิ่งที่เราพบเจอในเกมนั่นเอง เขาคือนักธนูฝีมือเยี่ยมที่ได้รับรางวัลมากมาย ที่น่าช็อคไปกว่าก็คือเขากลายเป็น stalker ที่เอลลี่ต้องจัดการนั่นเอง และธนูที่เราได้ใช้ก็คือจากตัวบอริสที่เราฆ่าได้สำเร็จ มันเป็นเรื่องราวเสริมที่ทรงพลัง ที่ธนูซึ่งครั้งหนึ่งโดยใช้จากชายผู้ที่ต้องการปกป้องพวกพ้องคนที่เขารักจากเหล่า Wolf แล้วเอลลี่ก็ได้รับมาต่อเพื่อที่จะใช้กับแอ๊บบี้สมาชิกจาก Wolf เช่นเดียวกัน นี่คือการเล่าเรื่องที่ฉลาดและยอดเยี่ยม เนื้อเรื่องเสริมที่โดดเด่นและพิถีพิถันไม่แพ้เนื้อเรื่องหลัก เรื่องราวที่ทำให้ The Last Of Us Part II เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมทางด้านการถ่ายทอดเกมหนึ่งของอุตสาหกรรมวงการเกม

ที่มา
gamespot
Back to top button