
มีรายงานว่า OnePlus เตรียมยุติการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกาและยุโรปภายในสัปดาห์นี้ หลังจากเผชิญกับสถานการณ์ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์นี้ในฝั่งตะวันตกที่อาจจะต้องมองหาตัวเลือกใหม่ในอนาคตอันใกล้
แหล่งข่าวระบุว่าการปิดตัวลงของสาขาในสหรัฐอเมริกาและยุโรปครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ Oppo ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยข่าวคราวที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ OnePlus อาจจะค่อยๆ ลดการดำเนินงานในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีนลงด้วยเช่นกัน ทำให้แบรนด์นี้เหลือพื้นที่การเติบโตที่จำกัดลงมากในตลาดโลก
OnePlus ก่อตั้งโดย Pete Lau และ Carl Pei ตั้งแต่ปี 2013 โดยเริ่มต้นจากการทำสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาเข้าถึงง่ายสำหรับเหล่าเทคเอนทูเซียสต์ จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและขยายตัวไปทั่วโลก แม้กระทั่งตอนที่ Carl Pei ตัดสินใจลาออกไปทำ Nothing ก็ยังคงมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น ถึงแม้ภายหลังจะขยับราคาเรือธงให้สูงขึ้นจนต้องออกตระกูล Nord มาแก้เกมในตลาดระดับกลาง

สาเหตุสำคัญของวิกฤตนี้หนีไม่พ้นภาวะ RAMageddon หรือการขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งนักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint ต่างคาดการณ์กันว่ายอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนอาจลดลงกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและการวางแผนจำหน่ายของหลายแบรนด์ รวมถึงค่ายยักษ์ใหญ่ที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
Oppo เองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยมียอดการส่งมอบลดลงเป็นเลขสองหลักในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2026 ตามรายงานของ Counterpoint ที่ระบุว่าบริษัทเผชิญกับภาวะชะลอตัวในเกือบทุกตลาดหลัก เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือโน้ตบุ๊ก ทำให้กลยุทธ์การขายแบบเดิมเริ่มใช้ไม่ได้ผลในสถานการณ์ปัจจุบัน
สำหรับทิศทางในอนาคต รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าบริษัทจะมุ่งเน้นการดำเนินงาน OnePlus ต่อไปเฉพาะในตลาดจีนเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศจะเปลี่ยนไปมุ่งเน้นการทำตลาดสมาร์ทโฟนแบรนด์ Realme แทน โดยเฉพาะในภูมิภาคนอร์ดิกที่ถือเป็นจุดแข็งและประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่น่าจับตามองว่าแบรนด์น้องใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ได้อย่างไรบ้าง







