ดราม่า Assassin’s Creed Black Flag Resynced เมื่อความสนุกปะทะกับระบบเติมเงิน
Ubisoft ยืนยันเกมสมบูรณ์แบบแม้มี DLC เพียบให้เลือกซื้อ

แม้ Assassin’s Creed Black Flag Resynced จะได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่านักวิจารณ์และทำยอดขายไปแล้วกว่า 2 ล้านชุด แต่สถานการณ์บนหน้า Steam กลับดูจะไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก เพราะบรรดาผู้เล่นพากันถล่มรีวิวแง่ลบใส่เกมรีเมคจากค่าย Ubisoft แบบไม่ยั้ง โดยสาเหตุหลักมาจากรายการ DLC เสริมจำนวนมหาศาลที่ถูกใส่เข้ามาตั้งแต่เปิดตัว จนทางค่ายต้องรีบออกมาชี้แจงด่วนว่าไอเทมเหล่านี้ไม่จำเป็นต่อการสัมผัสประสบการณ์การเล่นแบบครบถ้วนแต่อย่างใด
ปัจจุบันคะแนนรีวิวบน Steam ของเกมนี้อยู่ที่ระดับบวก 76 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ายังพอไปได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนรู้สึกขัดใจคือราคาเกมที่ตั้งไว้ 60 ดอลลาร์ กลับมาพร้อมกับ DLC มูลค่ารวมกว่า 84.91 ดอลลาร์ ซึ่งมีทั้งชุดคอสตูมสุดเท่ของ Edward Kenway ของตกแต่งเรือโจรสลัด ไปจนถึงแพ็กแผนที่ราคา 10 ดอลลาร์ที่ช่วยปลดล็อกสถานที่ลับโดยไม่ต้องเสียเวลาตามหาเอง ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาเกมเมอร์หลายคนมองว่าเป็นการหากินกับผู้เล่นมากเกินไป
เสียงสะท้อนจากผู้เล่นใน Steam อย่าง LittleFire131 ระบุว่าการออกแบบแผนที่ให้ผู้เล่นออกสำรวจและเก็บไอเทมเป็นเสน่ห์ของการเล่นเกมแบบเล่นคนเดียว แต่การเปลี่ยนไอคอนบนแผนที่ให้เป็นสินค้าที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพื่อประหยัดเวลาการเดินเล่นถือเป็นเรื่องน่ารำคาญและแสดงให้เห็นถึงความหิวกระหายเงินอย่างชัดเจน เพราะของเหล่านี้ควรจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เล่นได้รับจากการผจญภัยด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมานั่งควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม

เมื่อเจอกระแสวิจารณ์หนักเข้า ทาง Ubisoft จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ค่อนข้างแปลกใหม่ด้วยการเข้าไปตอบคอมเมนต์รีวิวแง่ลบด้วยตัวเอง โดยตัวแทนจากค่ายระบุว่าได้รับฟังทุกความคิดเห็นและขอบคุณที่แฟนเกมให้ความสำคัญกับ Black Flag Resynced พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนว่าตัวเกมมาตรฐานนั้นคือประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ทุกภารกิจ ทุกเกาะ เรื่องราวทั้งหมดถูกใส่มาให้ครบถ้วนโดยไม่มีอะไรถูกกั๊กไว้แน่นอน
ทางค่ายยังเน้นย้ำด้วยว่าแพ็กเสริมทั้งหมดเป็นเพียงตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายเท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดที่จำเป็นต่อการเล่นหรือการจบเกมแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกลายๆ ถึงเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Grand Theft Auto VI ที่เคยโดนถล่มเพราะกั๊กไอเทมและสถานที่สำคัญไว้ในรุ่น Deluxe Edition ราคา 100 ดอลลาร์ แต่ในโลกของ Assassin’s Creed ทุกอย่างถูกมอบให้ผู้เล่นตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องมีกำแพงจากการอัปเกรดแบบเสียเงินมาคั่นกลาง
หากมองย้อนไปถึงประวัติการขายของในเกม RPG โลกเปิดภาคอื่นๆ ของซีรีส์นี้ ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาค Resynced ยังถือว่าเบาบางกว่ามาก เพราะที่ผ่านมาเคยมีทั้งอุปกรณ์เพิ่มพลังการต่อสู้และไอเทมช่วยปั๊ม XP เพื่อลดความเหนื่อยล้าในการเล่นมาแล้ว ถึงแม้โมเดลการหารายได้ของ Ubisoft จะดูผ่อนปรนลงบ้าง แต่ดูเหมือนผู้เล่นจะเริ่มอ่อนไหวและตั้งคำถามกับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากสมรภูมิคอมเมนต์กว่า 497 รายการใต้รีวิวของทางค่ายบนโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในขณะนี้







