
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเทคโนโลยีทันที เมื่อมีภาพหลุดของเครื่องดัมมี่ที่เชื่อว่าเป็น iPhone Ultra มือถือจอพับรุ่นแรกจาก Apple ที่หลายคนเฝ้ารอ โดยคาดกันว่าราคาตัวเครื่องอาจพุ่งสูงถึง 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 73,500 บาท) แต่ข้อมูลล่าสุดกลับระบุว่า สมาร์ทโฟนสุดหรูรุ่นนี้อาจขาดฟีเจอร์หลักที่รุ่น Pro มีถึง 5 อย่าง เนื่องจากข้อจำกัดของตัวเครื่องที่เน้นความบางเพียง 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็น iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา
ฟีเจอร์แรกที่คาดว่าจะหายไปคือระบบ Face ID ที่เราคุ้นเคยกันดี โดยมีข่าวลือว่า Apple จะกลับไปใช้ Touch ID แทน เนื่องจากตัวเครื่องบางเกินกว่าจะติดตั้งชุดกล้อง TrueDepth ได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควรที่มือถือระดับท็อปจะกลับไปใช้เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากล้องหลังจะมีเพียง 2 ตัวเท่านั้น คือเลนส์ Wide และ Ultra Wide โดยจะไม่มีเลนส์ Telephoto สำหรับซูมภาพเหมือนในรุ่น Pro
อีกสองสิ่งที่ภาพหลุดเครื่องดัมมี่เผยให้เห็นคือ การหายไปของปุ่ม Action และระบบชาร์จแม่เหล็ก MagSafe โดยปุ่มปรับเสียงถูกย้ายไปอยู่ขอบด้านบนแทนเพื่อให้จัดการพื้นที่ภายในเครื่องได้ง่ายขึ้น ส่วน MagSafe นั้นคาดว่าความบางของเครื่องอาจทำให้ไม่สามารถใส่ชุดแม่เหล็กเข้าไปได้ ซึ่งนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์เสริมเดิมๆ ต้องคิดหนักหากจะอัปเกรดมาใช้รุ่นนี้

นอกจากนี้ iPhone Ultra ยังเดินตามรอยรุ่นน้องอย่าง iPhone Air ในเรื่องของการตัดถาดใส่ซิมการ์ดออกไป โดยจะรองรับเฉพาะ eSIM เท่านั้น ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะเริ่มเป็นที่แพร่หลาย แต่สำหรับบางกลุ่มที่ยังต้องสลับซิมการ์ดบ่อยๆ อาจมองว่าเป็นความไม่สะดวกสบายอย่างหนึ่ง และยังมีคำถามตามมาถึงระบบลำโพงสเตอริโอว่าจะถูกลดทอนลงด้วยหรือไม่เพื่อให้เข้ากับดีไซน์ที่เน้นความบางเป็นพิเศษ
หากวิเคราะห์จากดีไซน์แล้ว iPhone Ultra ดูเหมือนจะเป็นลูกผสมที่เน้นวัสดุพรีเมียมอย่างเฟรมไทเทเนียมและกระจกด้านหลังที่หรูหรา แต่กลับต้องยอมลดสเปกภายในลงคล้ายกับ iPhone Air เพื่อให้ได้รูปทรงที่ล้ำสมัยที่สุด ซึ่งการตัดฟีเจอร์อย่าง MagSafe หรือเลนส์ซูมออกไปในมือถือราคาทะลุ 70,000 บาทนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่ท้าทายความรู้สึกของแฟนคลับ Apple อย่างมาก เมื่อเทียบกับ iPhone 18 Pro ที่มีฟีเจอร์ครบครันในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง
บทสรุปของ iPhone จอพับรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร เราคงจะได้เห็นคำตอบที่ชัดเจนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้พร้อมกับการเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max โดยสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า นวัตกรรมจอพับและความบางเฉียบที่ Apple นำเสนอนั้น จะมีค่ามากพอให้ผู้ใช้งานยอมสละฟีเจอร์หลักๆ ที่เคยมีมาตลอดหลายปีได้จริงหรือไม่







