เทคโนโลยี

Google ปรับโฉม Gemini Live บน Android ใหม่ เลิกใช้หน้าจอแบบ Fullscreen

เรียบง่ายขึ้นโดยการรวมเข้ากับหน้าหลักของแอป

Gemini Live ซึ่งเป็นโหมดโต้ตอบด้วยเสียงอัจฉริยะกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านรูปลักษณ์ หลังจากที่รักษาดีไซน์เดิมมาตั้งแต่เปิดตัว ล่าสุด Google เริ่มทดสอบการปรับเปลี่ยนหน้าจอการใช้งาน (UI) ใหม่บนระบบ Android โดยถอนการแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ (Fullscreen) ออกไป แล้วแทนที่ด้วยการทำให้โหมด Live ทำงานอยู่บนหน้าหลักของแอป Gemini โดยตรง ช่วยให้ความรู้สึกในการใช้งานดูเบาบางและเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม

ในการปรับโฉมครั้งนี้ แถบด้านบนของแอปจะเปลี่ยนข้อความพาดหัวเป็น Live with Gemini พร้อมกับเพิ่มปุ่มสำหรับดูข้อความถอดเสียง (Transcript) มาให้เห็นชัดเจน ส่วนด้านล่างที่เคยเป็นช่องพิมพ์คำสั่งจะถูกแทนที่ด้วยแถบทรงแคปซูลซึ่งแสดงคลื่นเสียงสีน้ำเงิน (Waveform) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งการขยับขยายดีไซน์ครั้งนี้เน้นไปที่ความต่อเนื่องของการใช้งานภายในแอปเดียวโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมาให้วุ่นวาย

ทางด้านซ้ายของแถบควบคุมใหม่นี้จะมาพร้อมปุ่มสำหรับแชร์กล้องหรือหน้าจอเพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์สิ่งที่เห็น ส่วนทางด้านขวาจะเป็นปุ่มสำหรับปิดไมโครโฟน ซึ่งหากต้องการออกจากโหมด Gemini Live ก็เพียงแค่แตะไอคอนคีย์บอร์ดหรือใช้ท่าทางปัดหน้าจอกลับ (System back gesture) ตามปกติ ดีไซน์ใหม่นี้ดูจะเน้นความชัดเจนของเมนูต่างๆ มากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Google เคยทดลองดีไซน์แบบมินิมัลสุดๆ ที่ซ่อนปุ่มปิดไมค์ไว้ใต้การแตะสองครั้งซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้บางส่วน

gemini-live-redesign

ปัจจุบันผู้ใช้งาน Google App เวอร์ชัน Beta (17.14) เริ่มได้รับการอัปเดตหน้าตาใหม่นี้กันอย่างแพร่หลายแล้ว แม้ว่าในช่วงแรกการเปลี่ยนแปลงจะจำกัดอยู่แค่การใช้งานภายในแอป Gemini เท่านั้น แต่มีรายงานว่าในอนาคตหน้าจอแบบ Overlay ที่ซ้อนทับอยู่บนแอปอื่นๆ ก็จะถูกปรับปรุงให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานมีความสอดคล้องกันทั่วทั้งระบบ

การตัดสินใจถอดหน้าจอแบบ Fullscreen ออกถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก เพราะหน้าจอสีสันสดใสที่แสดงผลเต็มตานั้นเป็นภาพจำและถูกใช้ในการสื่อสารการตลาดของ Google มาโดยตลอด แม้ว่าในแง่เทคนิคหน้าจอเต็มพื้นที่จะไม่ได้มีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบเสียง แต่การมีหน้าจอเฉพาะก็ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่ากำลังพูดคุยอยู่กับตัวตนที่มีชีวิตและเป็นมิตรมากกว่าการเห็นเพียงแถบคลื่นเสียงเล็กๆ

อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ใหม่นี้น่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ชอบความรวดเร็วและต้องการเรียกใช้ AI ไปพร้อมกับการดูข้อมูลอื่นๆ บนหน้าจอหลักได้ทันที ความเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่า Google กำลังขัดเกลาให้ Gemini กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันบนสมาร์ทโฟนที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่แอปแยกต่างหากที่ต้องเปิดขึ้นมาใช้งานแบบจริงจังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button