คอนโซล / พีซีพีซีสกู๊ปพิเศษเกม

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

คุ้มค่าแก่การซื้อหรือไม่

หลังจากที่ทาง GOG ได้นำเกมสยองขวัญคลาสสิกอย่าง Resident Evil ภาค 1 2 และ 3 ต้นฉบับมาวางจำหน่ายและได้กระแสตอบรับอย่างดี คราวนี้ Capcom ก็ได้นำเกมทั้งสามนี้มาวางจำหน่ายบน Steam ซึ่งแน่นอนว่าได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ เกมบน Steam ด้วยเช่นกัน

แต่ก็คงมีผู้เล่นอีกหลาย ๆ ท่านที่ยังรู้สึกลังเลใจว่าจะซื้อเกมเหล่านี้มาเล่นดีหรือไม่ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับเกมเก่าคลาสสิกอย่างสามภาคนี้ ในบทความนี้ผมก็จะมาแนะนำเกมทั้ง 3 ภาค ให้แก่เพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยเล่นได้ตัดสินใจกันครับ

ความแตกต่างของ Original กับ Remake

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วว่าเกมที่จะมีการรีเมกนั้นต้องมีระยะห่างของเรื่องเวลาจากเกมภาคต้นฉบับที่นานพอสมควรระยะหนึ่ง ดังนั้นความแตกต่างของการเล่นเกมภาคต้นฉบับกับรีเมกนั้น จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงความแตกต่างของยุคสมัยของเกมเลยทีเดียว โดยเฉพาะภาครีเมก 2 กับ 3 ที่มีการเปลี่ยนวิธีเล่นแตกต่างจากของเดิม แต่กับภาคแรกที่มีการรีเมกนั้นยังคงมีวิธีการเล่นแบบคลาสสิกเหมือนเดิม เว้นแต่เรื่องของ CG กับระบบการเล่นที่พัฒนาให้ดีขึ้น

Resident Evil ภาคต้นฉบับ หรือเกมที่ถูกนิยามกันว่าเป็นเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอดแบบคลาสสิก รูปแบบการเล่นหลัก ๆ เลยก็คือการใช้มุมกล้องการเล่นแบบ Fixed Camera Angle มุมกล้องแบบตายตัวและล็อกตำแหน่งไว้ ซึ่งผู้เล่นจะไม่สามารถหมุนมุมกล้องเองได้ ใช้การควบคุมตัวละครแบบ Tank Controls ซึ่งเป็นระบบกดเดินหน้าไปตามทิศทางที่ตัวละครหันไม่ว่ามุมกล้องจะเป็นแบบใดก็ตาม ทรัพยากรต่าง ๆ ภายในเกมจะมีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นหมึกเซฟ กระสุน ไอเทมฟื้นฟู ผู้เล่นต้องรู้จักการบริหารไอเทมต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้ดี พร้อมทั้งแก้ปริศนาที่ยาก เพื่อเปิดทางเอาชีวิตรอดไปให้ได้ถึงตอนจบ

Resident Evil (1996) vs Resident Evil (Remake)

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?
Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

เริ่มต้นในส่วนเนื้อเรื่องของทั้งสองเกมนี้กันก่อนครับ อาจพูดได้ว่าในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ภาค Remake จะเสริมเรื่องราวใหม่ ๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มอรรถรสของการเล่นเกมให้มากขึ้น เกมจะแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็นส่วนของ Chirs และ Jill ที่จะมีตัวละครหลัก ๆ ในการดำเนินเนื้อเรื่องที่ต่างกัน คือ หากเล่น Chris ก็จะมี Rebecca และ Jill แต่ถ้าเล่นเป็น Jill ก็จะมี Barry และ Chris ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้วเนื้อเรื่องของภาคนี้จะไม่มีโอกาสให้ Rebecca และ Barry ได้มาเจอกันเลยครับ และเนื้อเรื่องในตอนจบก็จะเปลี่ยนไปโดยขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่นด้วยครับ

สองเกมนี้ระบบการเล่นเหมือนกัน นั่นคือการใช้มุมกล้องแบบ Fixed Camera Angle และการควบคุมแบบ Tank Controls มีตัวละครหลักให้เลือกเล่นได้ 2 ตัว ได้แก่ Chris (ยาก) และ Jill (ง่าย) โดยที่มีพลังชีวิต พลังป้องกัน ไอเทมเริ่มต้น ช่องกระเป๋า และความสามารถต่าง ๆ ของตัวละครที่แตกต่างกัน เช่น Chris ที่ไม่รู้วิชาเคมีกับดนตรีจะไม่สามารถแก้ปริศนาพวกนี้ได้ แต่ Jill จะสามารถทำได้เลยทันทีหากครบเงื่อนไข และในภาค Remake ก็จะมีปริศนาที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มขึ้นจากภาคต้นฉบับ รวมถึงศัตรูที่ได้เจอในเกมก็จะมีอาวุธชีวภาพใหม่ ๆ เพิ่มจากเดิมด้วยครับ

Resident Evil 2 (1998) vs Resident Evil 2 (Remake)

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?
Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

เนื้อเรื่องหลัก ๆ ใน RE2 ทั้งภาคต้นฉบับกับภาครีเมกนั้นค่อนข้างจะเหมือนกันครับ แต่ในภาครีเมกก็จะถูกตัดเนื้อหาสำคัญไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ จะมีความแตกต่างกันอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว เช่น การพบกับ Robert Kendo การปรากฏตัวของ Mr. X การตายของ Annette Birkin หรือแม้กระทั่งการจากไปของ Ada เป็นต้น โดยรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ก็จะมีทั้งที่ดูสมเหตุสมผลหรือแค่มาประกอบเรื่องผ่าน ๆ แตกต่างกันไปในทั้งสองเกมครับ

ใน Resident Evil 2 (Remake) เราจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นที่ชัดเจนและต่างจากเดิม นั่นคือการใช้มุมกล้องแบบ Over-the-shoulder (มุมมองผ่านไหล่) ที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ RE4 (Original) ซึ่งทำให้องก์ประกอบการเล่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของความแอคชั่น และทำให้เกมภาคนี้สามารถเข้าถึงผู้เล่นเกมยุคใหม่ได้ง่ายขึ้นกว่าเกมยุคคลาสสิก

Resident Evil 2 (1998) สมัยก่อนเกมนี้จะถูกแบ่งเป็น 2 แผ่นครับ โดยแบ่งเป็นแผ่น 1 (Leon) และแผ่น 2 (Claire) รวม ๆ ตัวเกมจะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันให้เล่นถึง 4 แบบเหมือนกับภาค Remake ซึ่งก็ต้องเล่นจบเกมรอบแรกก่อนถึงจะปลดล็อกเหตุการณ์แบบ B ได้ ดังนี้ครับ (จำเป็นต้องใช้การเซฟด้วย)

  • เล่นแผ่น 1 Leon (A) จบ จะปลดล็อก Claire (B) ในแผ่น 2
  • เล่นแผ่น 2 Claire (B) จบ จะรีเซ็ตกลับไปที่ Leon (A) ที่แผ่น 1
  • เล่นแผ่น 2 Claire (A) จบ จะปลดล็อก Leon (B) ในแผ่น 1
  • เล่นแผ่น 1 Leon (B) จบ จะรีเซ็ตกลับไปที่ Claire (A) ในแผ่น 2

โดยเนื้อหาในส่วนของ A และ B จะมีรายละเอียดแตกต่างกันทั้งเรื่องแผนที่ จุดเก็บไอเทม การแก้ไขปริศนา แต่เรื่องราวของ Leon กับ Claire ที่ได้พบตัวละครอื่น ๆ ในเนื้อเรื่องของตัวเองจะยังคงเดิมครับ ซึ่งใครที่ไม่เคยเล่น RE2 ภาคต้นฉบับ เคยเล่นแต่ภาค Remake หากลองมาเล่นภาคนี้ดูจะเห็นถึงความแตกต่างและรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ

Resident Evil 3: Nemesis (1999) vs Resident Evil 3 (Remake)

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?
Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

หากพูดถึงความแตกต่างของเนื้อเรื่องภาค 3 ต้นฉบับกับภาครีเมกนั้น ผมบอกได้เลยว่า “แตกต่าง” กันมากกกกกกกกก ถ้าใครที่ไม่เคยเล่นภาคต้นฉบับและเคยเล่นแต่ภาครีเมกอย่างเดียว น่าจะเคยเห็นตามสื่อโซเชียลกับคำบ่นของบรรดาแฟนเกมรุ่นเก๋ามาเยอะแล้วใช่ไหมล่ะครับ? และคงสงสัยว่าทำไมถึงมีแต่คนกร่นด่าภาค 3 รีเมกแบบนั้น? ในภาครีเมกนั้นเนื้อเรื่องค่อนข้างสั้นและกระชับมาก ซึ่งตัดเนื้อหาสำคัญหลาย ๆ อย่างจากภาคต้นฉบับไปจนสมควรโดนบ่นเลยล่ะครับ เรียกได้ว่าเป็นการรีเมกที่ไม่ได้แย่จนเกินไปแต่ก็ไม่น่าประทับใจมากสักเท่าไหร่

ในส่วนของ Resident Evil 3: Nemesis นั้นจะมีการพัฒนาระบบของเกมและเน้นความแอคชั่นมากขึ้น หลัก ๆ ที่ผู้เล่นจะได้เห็นเลยคือระบบ AI ตามล่า หรือที่เรารู้จักกันว่ามันคือ Nemesis ที่จะตามผู้เล่นไปแทบทุกพื้นที่ของเกม การเพิ่มระบบหลบหลีก (Emergency Dodge) ระบบทางเลือกแบบเรียลไทม์ (Live Selection) ระบบการสร้างกระสุน (Ammo Combination) สภาพแวดล้อมที่โต้ตอบได้ เช่น การยิงถังน้ำมันให้ระเบิด การสุ่มองค์ประกอบ (Randomization) ไอเทมบางชิ้นและตำแหน่งศัตรูที่อาจเปลี่ยนไปในการเล่นแต่ละรอบ มุมกล้องและฉากที่มีรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม และการเคลื่อนไหวของตัวละครที่มีการปรับปรุงให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งระบบทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือส่วนที่ทำให้ตัวเกมเล่นได้สนุกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ

เกมเก่าก็จริงแต่มีการปรับปรุงใหม่

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

ถึงแม้ว่าเกมเหล่านี้จะเป็นเกมเก่า แต่ก็มีการปรับปรุงและพัฒนาโดยความร่วมมือกับทาง GOG ก่อนจะเป็นเกมเวอร์ชันใหม่ที่นำมาวางจำหน่ายให้กับแฟน ๆ ซึ่งเราจะได้เห็นถึงความแตกต่างจากตัวเกมต้นฉบับจริง ๆ เช่น

  • ตัวเลือกภาษา (รวมภาษาทั้งหมดที่มีวางจำหน่ายจากต้นฉบับ)
  • ปรับปรุงการแสดงผลเกม DirectX
  • ตัวเลือกการแสดงผลใหม่ (โหมดหน้าต่าง แก้ไขแกมม่า ลดรอยหยัก อื่น ๆ)
  • ปรับปรุงจังหวะเวลาของคัทซีน
  • ปรับปรุงโปรแกรมเล่นวิดีโอเกม
  • ปรับปรุงฐานข้อมูลส่วนกลาง
  • ปรับปรุงคำบรรยายซับไตเติล
  • การออกจากเกมและสลับการใช้งานได้อย่างราบรื่น
  • RE1 ตัดการเซ็นเซอร์ความรุนแรงของคัทซีนต่าง ๆ
  • การแก้ไขบั๊กต่าง ๆ เช่น RE2 แก้ปัญหาในห้อง 114 และ 115 ที่ข้อความหายไป
  • RE2 เปิดใช้งานโหมด 4th Survivor และ Tofu ตั้งแต่เริ่มต้น
  • ปรับปรุงการมองเห็นเคอร์เซอร์เมาส์

ซึ่งโดยรวมแล้วก็ทำให้การเล่นเกมราบรื่นขึ้น แถมให้ความรู้สึกใหม่ ๆ จากเกมเก่าอีกด้วยครับ

สรุปภาพรวม

Resident Evil ภาคคลาสสิกที่เพิ่งลง STEAM น่าซื้อมาเล่นแค่ไหน?

ถ้าให้สรุปภาพรวมของเกมระหว่างภาคต้นฉบับกับภาครีเมกแล้ว ผมสามารถสรุปให้ได้ตามนี้ครับ

  • Resident Evil 1 เนื้อเรื่องไม่ต่างกันมาก ภาครีเมกเพิ่มเนื้อหาเข้ามาให้มีรายละเอียดมากขึ้นและยังคงเนื้อเรื่องต้นฉบับไว้ได้เป็นอย่างดี แถมยังคงวิธีการเล่นแบบความคลาสสิกเอาไว้ เพิ่มเติมด้วยระบบที่พัฒนาขึ้นทำให้การเล่นเร้าใจ แต่หากอยากเห็นความคลาสสิกจริง ๆ ของต้นกำเนิดเกมที่ใคร ๆ ต่างก็รักแล้ว ควรลองเล่นภาคต้นฉบับดูสักครั้งเพราะสนุกไม่แพ้กัน แถมมีคัทซีนคนแสดงระดับตำนานให้ได้ดูในฉากเปิดและฉากปิดด้วย
  • Resident Evil 2 ด้วยการรีเมกเกมตามยุคสมัยทำให้รูปแบบการเล่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภาครีเมกมีความสนุกในแบบของการรีเมก แต่เนื้อหาสำคัญหลาย ๆ อย่างที่เป็นสีสันจากต้นฉบับบางส่วนก็ขาดหายไปด้วย หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากเห็นจุดกำเนิดของ Leon และ Claire แบบจริง ๆ แล้ว ก็ไม่ควรพลาดซื้อภาค 2 ต้นฉบับมาเล่นกันครับ แถมจะได้ความรู้สึกในการเล่นที่แตกต่างจากเดิมมากโขเลยทีเดียว
  • Resident Evil 3 หากใครที่เป็นสายเสพเนื้อเรื่องแล้ว ควรซื้อภาคต้นฉบับนี้มาเล่นแบบจริง ๆ จัง ๆ เลยล่ะครับ ด้วยเพราะภาครีเมกนั้นตัดเนื้อหาสำคัญและรายละเอียดต่าง ๆ ไปค่อนข้างเยอะ ทำให้ภาพรวมของเนื้อเรื่องสั้นลงอย่างน่าตกใจ การที่ Jill Valentine แสดงบทบาทได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นในภาครีเมกนั้น เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ แต่ถ้าคุณลองมาเล่นภาคต้นฉบับแล้ว แน่นอนว่าจะได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเกมภาคนี้และจะได้เข้าใจว่าทำไมภาครีเมกถึงมีคนด่ามากกว่าคนชมครับ

เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของเกมสมัยก่อน ที่คนเล่นไม่ควรพลาดเก็บ นั่นก็คือการปลดล็อกและค้นหาความลับของเกมครับ แน่นอนว่าเกมสมัยก่อนไม่ได้ขาย DLC การที่จะปลดล็อกอาวุธ ชุดแต่งตัว โหมดการเล่น ฯลฯ มันมากจากการเล่นเกมของเราล้วน ๆ ครับ ซึ่งความท้าทายนี้ก็เป็นเรื่องสนุก ๆ ของการเล่นเกมเช่นกัน ทว่าในเกมเวอร์ชันนี้จะมีการปลดล็อกความลับบางส่วนมาให้ตั้งแต่ต้นเกมเลยครับ

พูดได้ว่า Resident Evil 1-3 ต้นฉบับที่นำมาขายใหม่นี้ เป็นเกมที่คุ้มค่ามาก ๆ แถมราคาเปิดตัวลด 50% อีกด้วย ควรค่าแก่การลองเล่นสักครั้งในชีวิต (สำหรับคนที่ไม่เคยเล่น) และสำหรับแฟน ๆ ตัวยงของ Resident Evil ผมว่าไม่ควรพลาดซื้อมาเล่นด้วยประการทั้งปวง นอกจากจะได้ระลึกหวนคืนสู่เสน่ห์ของเกมเก่าแล้ว ยังได้เห็นการปรับปรุงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการเล่นอีกเช่นกันครับ

Back to top button