ประวัติศาสตร์เกมสกู๊ปพิเศษ

10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

ปลดล็อกตัวลับแบบไม่ต้องซื้อ / เกมพกพาขนานแท้ / จอยปืนอาร์เคด

ท่ามกลางกระแสการเติบโตของวิดีโอเกมที่เป็นเหมือนสื่อบันเทิงหนึ่งแล้วในระนาบเดียวกันกับสื่ออื่นๆ การมีตัวตนอยู่ของมันไม่ใช่เรื่องใหม่ และวิดีโอเกมนี้เองก็มีวิวัฒนาการหลายขั้นตอน ผ่านร้อนหนาวและเหตุการณ์จนกว่าจะมาเป็นแม่แบบ เป็นบรรทัดฐานอย่างที่เราได้เล่นกัน และย่อมเป็นเรื่องปกติที่ช่วงที่ผ่านมา มันจะต้องมีเทรนด์อะไรสักอย่างที่ผู้พัฒนาทำกันพรึ่บพรั่บ แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกต่อไป ดังนั้น ThisIsGame Thailand จะพาเพื่อนๆ เปิดลิ้นชักย้อนวัยกันครับ

  1. การเป็นเจ้าของเกมตลอดไปแบบถาวร

ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปสู่การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลนั้นสังเกตได้ว่า เราเข้าถึงวิดีโอเกมของตัวเองได้ตลอดเวลา แต่สิ่งเหล่านี้จะยืนยงมั่นคงกันสักเท่าไรนะ? ไม่มีอะไรรับประกันได้คลังเกมในบัญชีออนไลน์ของเราจะอยู่ไปตลอด หรือแม้ว่าจะมีแผ่นเกม ตลับเกม แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่เวอร์ชันเริ่มต้นที่ไม่ได้พร้อมให้เราเล่นในเวอร์ชันที่ใหม่ที่สุด นี่ยังไม่รวมเกมประเภท Live Service แบบกึ่งพรีเมียมที่เราต้องเสียเงินแรกเข้า หากวันนึงเซิร์ฟเวอร์ยุติสนับสนุนขึ้นมาก็ต้องบ๊ายบายไป

  1. เกมซิมูเลชันที่เกิดขึ้นทดแทนสังคมโลกแห่งความจริง ท่ามกลางโรคระบาดใหญ่
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

หลายคนน่าจะจำได้ว่าในปี 2020 ได้เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของ COVID-19 ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตสู่ New Normal ไปตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้เองมองย้อนไปกับเวลาประมาณสี่ห้าปีแห่งการสูญเสียทั้งเวลา สุขภาพจิต และทรัพย์สิน มีหลายเกมที่ถือกำเนิดในเวลาไล่เลี่ยกันแต่ไม่มีเกมไหนจะเป็นน้ำทิพย์ชำระจิตใจได้เท่า Animal Crossing: New Horizons ที่ทำหน้าที่เหมือนสังคมบนอินเทอร์เน็ต ตกปลา แต่งบ้าน พูดคุย บางคนใช้เป็นที่ประชุมแทนออฟฟิศกันก็ยังได้ แต่เอาจริงก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุแบบนี้ซ้ำอีกหรอกนะ

  1. การวางจำหน่ายเกมภาคเดียวกัน ในเวอร์ชันที่ต่างกัน
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

เทรนด์นี้เพิ่งจะจางหายไปเมื่อราว 10 ปีก่อนเองแต่ก็ไม่ได้นานจนเราจะลืมไปเสียสนิท โดยเฉพาะกับ ‘เครื่องเล่นเกมพกพา’ มีหลายเกมใหญ่ๆ ที่เลือกพัฒนาเกมเดียวกัน เนื้อเรื่องเดียวกัน แต่เป็นเวอร์ชันที่ออกแบบเพื่อการเล่นบนอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น Sonic Colors แบบสามมิติที่เปลี่ยนมาเป็นวิ่งตะลุยด่านคลาสสิกในเครื่อง DS หรือจะเป็น Final Fantasy XV กับเวอร์ชัน Pocket Edition ที่เปลี่ยนกราฟิกและเกมเพลย์ใหม่กันเลย กลับกันทุกวันนี้เราจะเห็นว่าเส้นกั้นแบ่งของอุปกรณ์เกมถูกหลอมรวมกันแล้ว มีการพอร์ตเกมลงมือถือ หรือ Mini PC ไปจนถึงเครื่องไฮบริดอย่าง Switch ที่พกพาประสบการณ์ AAA ไปไหนก็ได้

  1. เครื่องเล่นเกมพกพาเต็มรูปแบบจากค่าย Nintendo
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว
แถมเครื่องพกพาของ Nintendo เกือบทุกรุ่น จะมีระบบ Single-pak หรือตลับเดียว แชร์เกมกับเพื่อนได้ด้วย

ความสำเร็จของ Nintendo Switch ทำลายรูปแบบธุรกิจเดิมที่เคยแบ่งเป็นคอนโซลกับพกพาพร้อมรวมให้มาอยู่ในศูนย์เดียวกัน จากโปเกมอนที่เคยเป็นแฟรนไชส์บนเครื่องพกพา ตอนนี้ก็กลายมาเป็นเกมสำหรับ ‘เครื่องเล่นในเครือ Nintendo’ และเมื่อปู่นินของเราจับทางตลาดได้อยู่หมัด ต่อยอดฐานเดิมด้วยการนำไอเดียมาอัปเกรดสเปค แบบนี้ดูท่าว่า Switch จะเป็นสินค้าหลักไปอีกในระยะยาวเพราะชีเสิร์ฟทุกไลฟ์สไตล์ทั้งการเล่นในบ้านและถอดจอมาเล่นนอกบ้านแทนการพกพา

  1. การปลดล็อคตัวละครเกมต่อสู้ผ่านการเล่นเกมจริงๆ

เกมต่อสู้สายหลักเกือบทั้งหมดได้เริ่มให้บริการในรูปแบบซีซัน พร้อมการปรับแต่งบาลานซ์ที่ต่อเนื่อง รวมไปถึงนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ ทั้งตัวละคร ฉากการเล่น ผ่านช่องทางดาวน์โหลด โดยหลายคนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราไม่ต้องปลดล็อกตัวละครอะไรอีกเพราะว่าจะได้พร้อมสำหรับการเล่นเกมเพื่อแข่งขันในทัวร์นาเมนต์เลย แต่เสน่ห์ของการใช้เวลา หาวิธีปลดล็อกตัวละครที่ซ่อนตามโหมดต่างๆ แบบออฟไลน์ก็ยังเป็นอะไรที่น่าคิดถึง (อย่างน้อย Smash Bros. ก็ยังมีนะ!)

  1. ขายเกมแบบพร้อมจำหน่าย ไม่มี Day-1 Patch ไม่มีดีเลย์จนเบื่อ
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว
Mass Effect Andromeda ในแพตช์แรกบอกเลยว่าดูไม่จืด

ก่อนที่เครื่องเล่นเกมจะมีระบบอินเทอร์เน็ตฟังก์ชันพื้นฐาน ผู้พัฒนามีความจำเป็นอย่างยิ่งทีเดียวกับการพัฒนาและปรับจูนเกมให้พร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่อง หรือหากจะมีการอัปเดตอย่างมากที่สุดก็คงมีเพียงสองถึงสามครั้ง แต่ทุกวันนี้ แม้จะเป็นเวอร์ชันดาวน์โหลดที่เราได้รับไฟล์เกมล่วงหน้าก่อนเปิดให้เล่น ยังไง้ ยังไงเราก็เลี่ยง Day-1 Patch ได้ยากมากๆ ซึ่งก็เพื่อประสบการณ์ที่ราบรื่นนั่นแหละ

  1. จอยปืน จอยกีตาร์ จอยอะไรก็ตามที่เสริมอารมณ์ร่วม
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

ใครที่มีโอกาสไปตามอาร์เคดยกมือขึ้น! เพื่อนๆ อาจจะต้องเคยอยากเล่นเกมให้ถึงอารมณ์กันเหมือนตามตู้เช่น The House of the Dead และ Time Crisis ใช่ไหมครับ ซึ่งในยุค 90 – 2000s เราจะพบว่ามีผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมเพื่อทดแทนการเล่นที่บ้าน เช่นจอยปืน จอยตกปลา หรือแม้กระทั่งกีตาร์จำลองสำหรับเล่นเกมต่างๆ แต่ปัจจุบันการสร้างประสบการณ์ร่วมได้เปลี่ยนใหม่แล้ว เช่นการมาถึงของแว่น VR ที่ให้ภาพเข้าถึงตรงหน้าพร้อมจอยที่เข้ามือกว่าเดิม หรือมากสุดก็คงเป็นชุดขับรถ แต่นั่นก็ราคาสูงกว่าจอยทดแทนข้างต้นมาก สำหรับทุกท่านชอบแบบไหนมาพูดคุยกันได้

  1. แฟรนไชส์เกมตะลุยด่านด้านข้างสไตล์แพลตฟอร์เมอร์ที่ขายถี่ๆ เหมือน Mario, Sonic และ Crash
10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

Super Mario, Sonic the Hedgehog และ Crash Bandicoot เป็นเหมือนหน้าตาของเกมแนวตะลุยด่านแพลตฟอร์เมอร์ ซึ่งทั้งสามมีจุดร่วมกันที่เอกลักษณ์ในเกมชัดเจน และเคยวางจำหน่ายกันได้แบบถี่ๆ คนตามเล่นกันไม่เบื่อแม้จะเป็นแนวทางการเล่นแบบเดิมเป๊ะๆ ทั้งนี้ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป เกมรูปแบบตะลุยด่านด้านข้าง (หรือ Crash แบบดั้งเดิม) ก็กลายเป็นความสำคัญที่รองลงมา อย่างเกมมาริโอ้ก็มีการสนับสนุนส่วนของภาครถแข่งมากกว่า หรือกลายเป็นภาคสามมิติแทน ส่วน Crash เองก็ไม่ค่อยมีภาคตะลุยด่านออกมาแล้ว… คิดถึงจัง!

  1. Action Replay

หากใครเจอบอสโหดไปต่อไม่ถูกอย่ากังวลไป เพียงแค่ใส่แผ่นหรือตลับ Action Replay ก็พร้อมที่จะเป็นเทพได้ตลอดเวลา จะให้ค่า HP ไม่มีวันลด จะตีแรงดาเมจ 999 หรือวันฮิตคิลศัตรูก็เพียงแค่เลือกติ๊กถูกในสูตรที่ต้องการ ไปจนถึงการปลดล็อกตัวละครลับที่ห้ามใช้งานก็ทำได้ แต่เดี๋ยวนี้ฟังก์ชันการช่วยเหลือผู้เล่นนั้นเป็นมิตรกว่าแต่ก่อนมากทีเดียวครับ นอกจากนั้นผู้พัฒนายังให้ความสำคัญไปถึงการช่วยการเข้าถึงเช่นตัวเลือกแสดงผลแบบตาบอดสีหรือการปิดคำสั่งแชทเพื่อรักษาบรรยากาศให้เล่นได้อย่างราบรื่น

  1. การยืนบนเวทีร่วมกันของผู้บริหาร Sony, Microsoft และ Xbox และอีเวนต์ประจำปีเวทีงาน E3

ในปี 2019 มีเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนน่าจะลืมไม่ลง นั่นคือการยืนบนเวทีเดียวกันของผู้บริหารฝั่ง Sony PlayStation, Microsoft Xbox และ Nintendo ที่งาน The Game Awards 2018 และยังเป็นปีแรกที่เราได้เห็นประสบการณ์ครอสเพลย์มากขึ้นอย่างชัดเจน

ตอนนี้สองในสามคนได้โบกมือลาตำแหน่งไปแล้ว และความนิยมของงานนอก กอปรกับเหตุการณ์หลายอย่าง ก็ทำให้มหกรรมเทรดแฟร์อย่าง E3 ลดความสำคัญไปด้วย ยิ่งลดโอกาสที่จะได้เห็นอะไรแบบนี้ไปอีก ส่วนค่ายเกมต่างๆ เองก็เริ่มมีอีเวนต์เป็นของตัวเองแทน แน่นอนว่าความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้นนะครับ แต่เราจะไม่ได้เห็นการจับมือชัดๆ ด้วยตาเนื้อหรือตาดิจิทัลแบบนี้ในเวลาอันใกล้หรอก… เฮ้อ

10 เทรนด์ในวงการเกมที่ (น่าจะ) ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

มั่นใจได้เลยว่าคุณผู้อ่านโดยเฉพาะเด็กหนวดจะต้องเคยประสบพบพานกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาแล้ว จะว่าไปสิ่งเหล่านี้ก็สะท้อนถึงความต้องการ และการใช้ชีวิตของเหล่าเกมเมอร์ในช่วงเวลานั้นๆ มากมายทีเดียว เพราะอย่างผู้เขียนเองก็เคยอยากมีจอยปืนไว้เล่นเกมบน Dreamcast เหมือนกันนะ สำหรับโอกาสหน้าพวกเรา ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปัน อย่าลืมติดตามที่นี่เช่นเคย

GantaroZX

นักข่าวเกมที่แต่งตัวโป๊ที่สุดในประเทศไทย
Back to top button