
Intel ออกมายืนยันความเชื่อมั่นในแผนการปล่อย CPU เจเนอเรชันถัดไปภายใต้รหัส Nova Lake ในช่วงปลายปี 2026 โดย Lip-Bu Tan ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Intel ได้ระบุในระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ว่า Nova Lake จะเป็นหัวหอกสำคัญในการดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาให้ได้ถึง 45% ทั้งในกลุ่ม โน้ตบุ๊ก และเดสก์ท็อปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของค่ายฟ้าในการกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำด้านประสิทธิภาพ
ไฮไลต์ที่น่าจับตามองของ Nova Lake คือข่าวลือเรื่องการใส่แคชระดับสุดท้ายขนาดใหญ่พิเศษที่เรียกว่า bLLC (Big Last Level Cache) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคู่ชกโดยตรงกับเทคโนโลยี 3D V-Cache อันโด่งดังของ AMD ในซีรีส์ Ryzen X3D หาก Intel ทำสำเร็จ Nova Lake จะกลายเป็น CPU ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานระดับโปรเฟสชันนัล แซงหน้าข้อจำกัดเดิมๆ ที่ Arrow Lake เคยทำไว้
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องความแรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องของ ซ็อกเก็ต (Socket) ที่ Intel มักจะเปลี่ยนบ่อยจนผู้ใช้งานบ่นอุบ มีการคาดการณ์ว่าซ็อกเก็ต LGA1851 ที่เพิ่งใช้ใน Arrow Lake อาจจะสิ้นสุดอายุขัยและถูกแทนที่ด้วยซ็อกเก็ตใหม่สำหรับ Nova Lake ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานที่ต้องการอัปเกรดอาจจะต้องควักเงินจ่ายค่าเมนบอร์ดใหม่ยกชุด ท่ามกลางภาวะราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ในด้านการบริหารจัดการซัพพลาย Intel ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับข้อจำกัดในการผลิตอย่างหนัก โดย David Zinsner ผู้ดำรงตำแหน่ง CFO ยืนยันว่าบริษัทจะให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม High-end และ Mid-range เป็นหลัก ส่วนตลาดระดับล่าง (Low-end) อาจต้องถูกลดความสำคัญลงชั่วคราว เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปตอบสนองความต้องการของตลาด Data Center และกลุ่มลูกค้าองค์กรที่สร้างกำไรได้มากกว่า
สำหรับสถานการณ์การเงินล่าสุด Intel รายงานรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 13.7 Billion USD (ประมาณ 496,625 ล้านบาท) ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี แต่ถึงอย่างนั้น Intel ยังมีแสงสว่างจากโปรเจกต์ Panther Lake ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับ โน้ตบุ๊ก บางเบาและเครื่องเล่นเกมพกพา ซึ่งกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดีและอาจช่วยพยุงสถานการณ์ก่อนที่ Nova Lake จะมาถึง
บทสรุปของสงคราม CPU ในช่วงปลายปี 2026 จึงขึ้นอยู่กับว่า Nova Lake จะทำประสิทธิภาพได้แรงจริงตามที่คุยไว้หรือไม่ และจะคุ้มค่าพอที่จะทำให้ผู้ใช้งานยอมละทิ้งแพลตฟอร์มเดิมเพื่อย้ายค่ายมาหา Intel หรือไม่ โดยในช่วงแรกเราคงได้เห็นรหัส K-series ที่เน้นความแรงทะลุหลอดออกมาวางจำหน่ายก่อนตามธรรมเนียม เพื่อเจาะกลุ่มฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ที่พร้อมจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด







