เทคโนโลยี

YouTube Music เริ่มเก็บเงินค่าดูเนื้อเพลงแล้ว

ฟีเจอร์ Lyrics กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิพิเศษ Premium อย่างเต็มตัว

ใครที่ชอบเปิดเนื้อเพลงร้องตามไปด้วยอาจต้องสะดุดกันบ้าง เพราะล่าสุด Google เริ่มขยายการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเนื้อเพลงบน YouTube Music อย่างเป็นทางการ โดยเปลี่ยนให้เป็นฟีเจอร์สำหรับสมาชิกที่เสียเงินเท่านั้น หลังจากที่แอบซุ่มทดสอบระบบนี้มาได้สักพักใหญ่จนตอนนี้เริ่มเห็นผลกระทบกันถ้วนหน้าในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือในหน้าจอ Now Playing ตรงแถบเนื้อเพลงจะมีข้อความแจ้งเตือนโผล่ขึ้นมาว่าเหลือโควตาการดูเนื้อเพลงฟรีได้อีกกี่ครั้ง หรือบอกให้สมัคร Premium เพื่อปลดล็อกเนื้อเพลงทั้งหมด ซึ่งดูเหมือนว่า Google จะใจดีให้ทดลองใช้ฟรีเพียง 5 ครั้งเท่านั้นก่อนที่จะเริ่มทำการปิดกั้นการมองเห็นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

หากโควตาฟรี 5 ครั้งของคุณหมดลง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคุณจะมองเห็นเนื้อเพลงได้เพียงไม่กี่บรรทัดแรกเท่านั้น ส่วนเนื้อหาที่เหลือจะถูกทำให้เบลอและไม่สามารถเลื่อนอ่านต่อได้เลย เรียกว่าเป็นการบีบให้ผู้ใช้งานที่รักการอ่านเนื้อเพลงต้องตัดสินใจเลือกสมาชิกระหว่าง YouTube Music Premium หรือ YouTube Premium เพื่อให้ใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนเดิม

youtube-music-lyrics-premium

สำหรับราคาค่าบริการในสหรัฐอเมริกานั้น YouTube Music Premium อยู่ที่ 10.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 365 บาทต่อเดือน ซึ่งจะได้สิทธิฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณา ฟังแบบเบื้องหลัง และดาวน์โหลดออฟไลน์ ส่วน YouTube Premium จะอยู่ที่ 13.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 465 บาทต่อเดือน โดยจะครอบคลุมสิทธิประโยชน์ทั้งหมดไปถึงแอป YouTube หลักด้วย

กลยุทธ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันรายได้ของ Google หลังจากที่เพิ่งรายงานตัวเลขผู้สมัครใช้งานบริการต่างๆ ในเครือว่าพุ่งสูงกว่า 325 ล้านรายแล้ว โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา รายได้จากโฆษณาและการสมัครสมาชิกของ YouTube เพียงอย่างเดียวก็โกยเงินไปได้มากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.99 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว

การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริการสตรีมมิงเริ่มนำฟีเจอร์พื้นฐานที่เคยให้ฟรีมาเป็นเครื่องมือในการดึงดูดคนให้สมัครสมาชิกมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้คู่แข่งอย่าง Spotify ก็เคยทดลองทำในลักษณะเดียวกันมาแล้ว ใครที่ไม่อยากพลาดเนื้อเพลงท่อนโปรดก็อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาสมัครแพ็กเกจรายเดือนกันดูสักตั้ง

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button