เทคโนโลยี

Samsung เตือนราคาคอนโซลและพีซีจ่อพุ่งสูงปี 2026

สงครามแย่งชิง HBM ดันต้นทุน RAM พุ่ง

Samsung ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยในงาน CES 2026 ว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนครั้งใหญ่ เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ที่ต้องการหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) จำนวนมหาศาล ส่งผลให้โรงงานต้องปรับสายการผลิตไปรองรับฝั่ง Data Center จนทำให้ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องเล่นเกมคอนโซลและคอมพิวเตอร์ทั่วไปขาดตลาด และมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้ยุคของอุปกรณ์เกมมิ่งราคาเข้าถึงได้ต้องสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้

ข้อมูลจากรายงานระบุว่าราคาโมดูลหน่วยความจำในตลาดได้ขยับขึ้นจาก 255 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,800 บาท ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 พุ่งสูงถึง 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,500 บาทในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์อีกว่าราคาอาจทะยานไปแตะ 700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 24,000 บาทภายในเดือนมีนาคม 2026 ขณะที่ราคา RAM DDR5 ซึ่งเป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ก็ปรับตัวขึ้นจากเดิมหน่วยละ 7 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 240 บาท กลายเป็น 19.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 670 บาทไปเรียบร้อยแล้ว

TM Roh ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Samsung อธิบายว่าความต้องการหน่วยความจำของระบบ AI นั้นรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะคอขวดในการผลิต ซึ่งบีบให้ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมอย่าง Sony, Microsoft และ Nintendo ต้องเลือกระหว่างการแบกรับต้นทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ไว้เอง หรือผลักภาระไปที่ราคาขายปลีกเพื่อให้บริษัทอยู่รอดได้ สถานการณ์นี้ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าราคาของ PlayStation 5 และ Xbox Series X อาจถูกปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้ หรืออาจพุ่งสูงเกินกว่า 700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 24,000 บาทเป็นครั้งแรก

samsung-console-pc-price-hike-2026

ผลกระทบนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องเกมเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงสมาร์ทโฟนและหน้าจอแสดงผล โดย Wonjin Lee หัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Samsung เตือนว่าปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์จะส่งผลต่อราคาสินค้าทุกอย่างตั้งแต่โทรศัพท์ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยเฉพาะทีวีและจอมอนิเตอร์สำหรับเกมมิ่งที่จะมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามราคาชิปควบคุมและหน่วยความจำที่ฝังอยู่ภายในตัวเครื่อง ทำให้การอัปเกรดมุมพักผ่อนของเกมเมอร์ต้องใช้เงินมากกว่าเดิมอย่างมาก

นอกจากนี้ ตลาดพีซีแบบพกพาอย่าง Steam Machine รุ่นใหม่จาก Valve ก็มีข่าวลือว่าอาจเปิดตัวด้วยราคาสูงถึง 800 – 900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,600 – 31,000 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ผู้เล่นในตลาดพีซีก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงพายุราคาในครั้งนี้ได้ เหล่ากูรูในวงการจึงแนะนำว่า หากใครที่กำลังเล็งจะซื้อเครื่องเกมหรือทีวีใหม่ในช่วงนี้ การตัดสินใจซื้อทันทีหรือเลือกซื้อเครื่องมือสองสภาพดีอาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ก่อนที่ราคาสินค้าล็อตใหม่ที่ผลิตด้วยต้นทุนปี 2026 จะเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว

ท่ามกลางวิกฤตนี้ เกมเมอร์หลายส่วนเริ่มปรับตัวด้วยการหันไปใช้บริการสตรีมมิ่งอย่าง Xbox Game Pass Ultimate หรือ GeForce NOW เพื่อเข้าถึงเกมคุณภาพสูงโดยไม่ต้องลงทุนกับฮาร์ดแวร์ราคาแพง ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นทางออกเดียวที่ยั่งยืนในยุคที่การเล่นเกมกำลังจะกลายเป็นความบันเทิงระดับหรูหราที่ต้องจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนกว่าโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่จะสร้างเสร็จและเริ่มเดินเครื่องได้จริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ที่มา
Outlookindia

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button