
กลายเป็นฝันร้ายของเหล่าเกมเมอร์สายพกพา เมื่อราคาหน่วยความจำหรือ RAM และหน่วยจัดเก็บข้อมูลอย่าง NAND Flash กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาเครื่องเกมคอนโซลขนาดเล็กและแท็บเล็ต โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวอย่างบ้าคลั่งของดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI ที่กว้านซื้อ RAM ประสิทธิภาพสูงไปจนหมดตลาด ทำให้ผู้ผลิตเครื่องเกมเข้าสู่สภาวะยากลำบากในการควบคุมราคาขายให้เข้าถึงง่ายเหมือนแต่ก่อน
ยักษ์ใหญ่อย่าง Lenovo คือหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด โดยพบว่าเครื่องเกมพกพารุ่นยอดฮิตอย่าง Lenovo Legion Go 2 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วด้วยราคาประมาณ 1,350 ดอลลาร์ (ประมาณ 49,300 บาท) ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Asus ROG Ally X ที่ขายอยู่ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 36,500 บาท) ล่าสุดกลับมีราคาพุ่งไปแตะที่ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 73,000 บาท) บนหน้าเว็บ Best Buy ส่วนเครื่องมือสองสภาพดีก็ยังมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 1,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,700 บาท) เลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่เครื่องเกมเท่านั้น แท็บเล็ตสำหรับเล่นเกมอย่าง Legion Tab รุ่นที่ 3 ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES 2026 ก็ตกที่นั่งลำบากเช่นกัน จากที่เคยขายในช่วงกุมภาพันธ์ในราคาประมาณ 380 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,800 บาท) แต่พอเข้าสู่เดือนเมษายน ทาง Lenovo กลับถอดป้ายราคาออกและขึ้นสถานะว่า สินค้าจะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ (Available Soon) แทน ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่าเมื่อกลับมาขายใหม่ ราคาอาจจะพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่บิดเบี้ยวในขณะนี้
แม้จะมีข่าวดีเล็กๆ ว่าราคา RAM ในตลาดผู้บริโภคอาจลดลงบ้างประมาณ 20% จากการที่เทคโนโลยี TurboQuant ของ Google ช่วยให้ระบบ AI กินทรัพยากรน้อยลง แต่รายงานจาก TrendForce กลับเตือนว่าอย่าเพิ่งวางใจ เพราะในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้ ราคา DRAM มีสิทธิ์ดีดตัวขึ้นอีกกว่า 60% และ NAND Flash อาจพุ่งไปถึง 75% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากสำหรับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายย่อยที่ไม่มีอำนาจต่อรองสูงเท่าแบรนด์ใหญ่
แบรนด์เฉพาะทางอย่าง Ayaneo ถึงกับต้องประกาศระงับการขายเครื่องรุ่นไฮเอนด์อย่าง Next II ชั่วคราว เนื่องจากต้นทุนที่พุ่งสูงจนหากวางขายตามจริงจะไม่มีใครยอมจ่ายแน่นอน เช่นเดียวกับ Retroid ที่ตัดสินใจเลิกผลิตรุ่น Pocket G2 เป็นการชั่วคราว และปรับราคา Pocket Classic ขึ้นจาก 114 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,100 บาท) เป็น 150 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,400 บาท) แม้แต่ค่ายใหญ่อย่าง Sony หรือ Raspberry Pi ก็หนีไม่พ้นกระแสการปรับขึ้นราคานี้เช่นกัน
ในอนาคตอันใกล้ ทางเลือกของเหล่าเกมเมอร์ในการซื้อโน้ตบุ๊กสำหรับเล่นเกมหรือเครื่องพกพาอาจจะน้อยลงเรื่อยๆ และเครื่องที่เหลืออยู่ในตลาดก็จะมีราคาสูงเกินเอื้อมมากขึ้น วิกฤตการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังมุ่งไปหา AI อย่างสุดตัว กำลังสร้างผลกระทบข้างเคียงต่อความบันเทิงในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย การเป็นเจ้าของเครื่องเกมพกพาแรงๆ สักเครื่องอาจกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่ใครหลายคนจะรับไหว







