Sundar Pichai ยอมรับ Google ยังตามหลังในด้าน Agentic Coding
ช่องว่างด้านข้อมูลนักพัฒนาพร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องเต็มสูบ

Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ออกมาเปิดเผยแบบตรงไปตรงมาผ่านรายการพอดแคสต์ Hard Fork ว่าบริษัทกำลังตามหลังคู่แข่งในด้าน Agentic Coding หรือการเขียนโค้ดด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้ด้วยตัวเอง โดยยอมรับว่านี่คือจุดที่ Google ยังมีช่องว่างให้ปรับปรุง แม้ว่าเทคโนโลยีอื่นจะทำได้ดีเยี่ยมก็ตาม ซึ่งนับว่าเป็นมุมมองที่ค่อนข้างเปิดเผยและแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่นำเสนอในงานประชุมนักพัฒนา I/O ที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Google ตามหลังในเรื่องนี้คือการขาดผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงนักพัฒนาโดยตรง เพื่อสร้างกระแสข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ของระบบ AI ซึ่ง Sundar Pichai ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ของ Anthropic กับ Cursor ว่าเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จในการเก็บข้อมูล ซึ่ง Google ยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่มีแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับนักพัฒนาได้แนบแน่นในลักษณะนั้น ทำให้เสียโอกาสในการเรียนรู้จากรูปแบบการเขียนโค้ดที่ซับซ้อนไปอย่างน่าเสียดาย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปหลังจาก Google ประกาศเปิดตัว Antigravity 2.0 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปที่เน้นเวิร์กโฟลว์การเขียนโค้ดแบบ AI โดย Sundar Pichai เผยว่าการใช้งานภายในบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเท่าตัวในทุกสัปดาห์ สิ่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถเร่งประสิทธิภาพของโมเดลให้ก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าได้อีกครั้ง หลังจากที่พยายามเร่งเครื่องอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา

นอกจากประเด็นเรื่องโค้ดแล้ว ยังมีการพูดถึงโมเดลใหม่อย่าง Gemini 3.5 Flash ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยซีอีโอท่านนี้ยอมรับว่ามีความผิดพลาดและข้อจำกัดเกิดขึ้นในช่วงแรก โดยเฉพาะเรื่องราคา คุณภาพ และขีดจำกัดการใช้งาน ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้แก่ผู้ใช้งานไม่น้อย ทางบริษัทได้ชี้แจงว่าการจำกัดสิทธิ์ในช่วงเปิดตัวทำไปเพื่อป้องกันระบบล่ม แต่รับปากว่าจะรีบจัดการปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความหมายอย่างมากต่อทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต เพราะการเขียนโค้ดเป็นหัวใจหลักของงาน AI ทั้งหมด การที่ Sundar Pichai ยอมรับเรื่องช่องว่างนี้แสดงให้เห็นว่า Google เข้าใจถึงปัญหา Feedback Loop ที่ข้อมูลการใช้งานจริงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาโมเดลถัดไป การมุ่งมั่นสร้างแพลตฟอร์ม Antigravity จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า Google กำลังพยายามอุดรอยรั่วและสร้างลูปข้อมูลของตัวเองขึ้นมาใหม่
ในก้าวต่อไป Google กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในโลกของ AI ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมีการนำ Gemini 3.5 Pro มาใช้งานภายในและเตรียมปล่อยให้ใช้งานทั่วไปในเดือนหน้า แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าโมเดลใหม่จะช่วยลดช่องว่างเรื่องการเขียนโค้ดได้มากน้อยเพียงใด แต่ความพยายามในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีแห่งนี้พร้อมทุ่มเทสุดตัวเพื่อทวงคืนบัลลังก์







