Google ยอมถอยถอดฟีเจอร์ AI สร้างภาพบน Google Earth หลังโดนถล่มหนัก
ทำลายความน่าเชื่อถือระดับโลก

เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่ทันไรก็ต้องรีบพับโครงการอย่างรวดเร็ว สำหรับฟีเจอร์ใหม่บน Google Earth ที่เดิมทีออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสั่งสร้างภาพปลอมหรือภาพจำลองทับลงบนภาพถ่ายดาวเทียมได้ผ่านเทคโนโลยี Nano Banana 2 แต่หลังจากเปิดตัวได้เพียงวันเดียว ทาง Google ก็เจอแรงต้านมหาศาลจากบรรดานักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองโอเพนซอร์ส ที่ออกมาเตือนว่าลูกเล่นนี้กำลังเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีใช้สร้างภาพถ่ายดาวเทียมปลอมเพื่อปั่นหัวและกระจายข่าวลือเท็จไปทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย
ฝั่ง Google ได้ออกมายอมรับถึงการสั่งระงับฟีเจอร์ดังกล่าวพร้อมชี้แจงว่า ถึงแม้จะมีกลุ่มคนทำงานด้านภูมิสารสนเทศนำเครื่องมือนี้ไปใช้ประโยชน์ในเชิงบวกได้อย่างน่าสนใจ แต่ก็เริ่มพบเห็นการแชร์ภาพถ่ายที่เข้าข่ายละเมิดนโยบายความปลอดภัยออกมาแล้วเช่นกัน ทางบริษัทจึงตัดสินใจถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยการปิดใช้งานฟีเจอร์นี้บน Google Earth ชั่วคราว เพื่อกลับไปพัฒนาระบบป้องกันและแนวทางการใช้งานที่รัดกุมยิ่งขึ้น เพราะตระหนักดีว่าผู้คนทั่วโลกให้ความไว้วางใจในข้อมูลของ Google Earth ในฐานะแหล่งอ้างอิงพื้นที่จริงบนโลกมาโดยตลอด
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสต้านอย่างหนัก มาจากการทดสอบของนักข่าวและผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักที่ลองใช้คำสั่งสร้างภาพเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นมา แล้วพบว่าระบบตอบสนองด้วยการเนรมิตภาพดาวเทียมปลอมของเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงปารีส ภาพโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน ภาพหลุมบอมบ์ในรัสเซีย หรือแม้กระทั่งภาพค่ายฝึกของกลุ่มก่อการร้ายได้อย่างสมจริงอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้จำลองภาพน้ำท่วมใหญ่ในบังกลาเทศ หรือค่ายผู้อพยพตามชายแดนได้อย่างเนียนตา จนเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ประเด็นการเมืองและสร้างความสงสัยในวงกว้าง

ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง เพราะในอดีตเคยมีภาพ AI ปลอมที่สร้างขึ้นมาอย่างเนียนๆ จนทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วนมาแล้ว หรือภาพดาวเทียมปลอมของฐานทัพทหารที่โดนทำลายซึ่งเคยมียอดเข้าชมหลายสิบล้านครั้งในโซเชียลมีเดีย Henk Van Ess ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนดิจิทัลถึงกับระบุอย่างเผ็ดร้อนว่า Google ใช้เวลากว่า 20 ปีในการสร้างมาตรฐานข้อมูลอ้างอิงที่คนทั้งโลกเชื่อถือ แต่วันนี้กลับเพิ่มปุ่มที่สร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเสียอย่างนั้น เช่นเดียวกับ Brady Africk นักวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมที่มองว่า สิ่งนี้ทำให้งานของนักข่าวและนักวิจัยยากลำบากขึ้นหลายเท่า
ด้านองค์กรความมั่นคงอย่าง Centre for Information Resilience โดย Ross Burley ผู้อำนวยการบริหาร ได้ออกมาชี้ว่า ความน่าเชื่อถือของภาพถ่ายดาวเทียมนั้นใช้เวลาสร้างมานานหลายทศวรรษ แต่กลับเสี่ยงที่จะถูกทำลายลงในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนจากการเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ที่ไม่รับผิดชอบเช่นนี้ ขณะที่กลุ่ม GeoConfirmed ซึ่งเป็นอาสาสมัครตรวจสอบภาพถ่ายในพื้นที่ขัดแย้ง ก็สังเกตเห็นผู้ใช้งานบางกลุ่มเริ่มนำเครื่องมือนี้ไปแต่งสร้างพิกัดทางทหารปลอม หรือเปลี่ยนป้ายระบุอาคารให้กลายเป็นโรงเรียน เพื่อเตรียมนำไปใช้ปั่นหัวในสงครามข่าวสารกันแล้ว
แม้ทาง Google จะเคยพยายามลดความกังวลด้วยการใส่ลายน้ำดิจิทัลแบบมองไม่เห็นอย่าง SynthID เข้าไปในทุกภาพที่สร้างขึ้น แต่ในโลกความเป็นจริงที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ลายน้ำดังกล่าวก็ไม่อาจหยุดยั้งความเข้าใจผิดของผู้คนที่พบเห็นภาพผ่านโซเชียลมีเดียได้ทันเวลา สุดท้ายปุ่มสั่งสร้างภาพบน Google Earth จึงถูกถอดออกไปอย่างเป็นทางการ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่ต้องพิจารณาความสุ่มเสี่ยงให้ดี ก่อนที่จะปล่อยความสามารถของ AI ออกสู่มือผู้ใช้งานจริง







