เทคโนโลยี

Flipper เผยโฉม Flipper One ของเล่นชิ้นใหม่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Linux

อุปกรณ์เน็ตเวิร์กสารพัดประโยช

หลังจากที่ Flipper Devices ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ Flipper Zero อุปกรณ์แฮกเกอร์สุดฮิตที่ทำยอดขายถล่มทลายไปมากกว่าหนึ่งล้านเครื่อง และสร้างรายได้ให้บริษัทไปมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,890 ล้านบาท ล่าสุดทางค่ายได้ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่อย่าง Flipper One ออกมาให้สายดาร์กและเหล่านักประดิษฐ์ได้ตื่นเต้นกันอีกรอบ ทว่าทางผู้พัฒนาบอกไว้ก่อนเลยว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ใช่รุ่นภาคต่อของ Flipper Zero แต่อย่างใด เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อทำงานในระดับเลเยอร์ของระบบเครือข่ายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หากใครยังจำกันได้ Flipper Zero รุ่นเดิมนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่แฮกเกอร์เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับคลื่นวิทยุได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, RFID, NFC, คลื่นความถี่ต่ำกว่า 1GHz รวมไปถึงอินฟราเรด ซึ่งทำให้มันแปลงร่างเป็นกุญแจรีโมตรถหรือบัตรผ่านประตูคีย์การ์ดได้สบาย ๆ แถมยังมีคนซนเอาไปส่งสัญญาณกวนใจใส่ iPhone แถวๆ นั้นด้วย แต่สำหรับ Flipper One ตัวใหม่นี้ จะเน้นหนักไปที่เรื่องของการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

สเปกการเชื่อมต่อเครือข่ายของ Flipper One นั้นจัดเต็มสุดๆ ด้วยพอร์ต Gigabit Ethernet ถึงสองช่อง พอร์ต USB Ethernet ความเร็ว 5 Gbps และรองรับ Wi-Fi 6E ครบทุกย่านความถี่ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเครื่องยังมีสล็อต M.2 มาให้ด้วย ซึ่งจุดนี้แหละที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกโมเด็มมาเสียบเพื่อใช้งาน 5G หรือจะต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างโมดูล SDR ตัวเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ และฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD ก็ทำได้ผ่านตัวแปลง แต่อย่างไรก็ตามโปรเจกต์นี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเท่านั้น ทางบริษัทเพิ่งจะนำแผนงานออกมากางให้ดูกัน

flipper-one-release-linux

ขุมพลังภายในของเจ้าเครื่องนี้จะใช้ชิปประมวลผลสองตัวทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB โดยชิปหลักจะเป็นรหัส RK3576 แบบ 8 คอร์ ที่ทำหน้าที่รันระบบปฏิบัติการ Linux แบบเปิด พร้อมชิปกรฟิก Mali-G52 และหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ NPU สำหรับใช้งานโมเดล AI ในตัวเครื่อง ซึ่งทาง Flipper Devices ได้จับมือกับบริษัทที่ปรึกษาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่าง Collabora เพื่อผลักดันให้ชิปตัวนี้ได้รับการรองรับใน Mainline Linux Kernel ทำให้ใครก็สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก Kernel.org ไปนั่งโมดิฟายเล่นเองได้เลย

ส่วนชิปตัวที่สองจะเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ Raspberry Pi RP2350 แบบ 2 คอร์ ที่คอยดูแลเรื่องการแสดงผลบนหน้าจอ การกดปุ่ม ทัชแพด ไฟ LED รวมถึงระบบพลังงานสำรอง ซึ่งความเจ๋งคือต่อให้ปิดการทำงานในส่วนของ Linux ไปแล้ว แต่อุปกรณ์ก็ยังเปิดขึ้นมาให้กดใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานได้อยู่ นอกจากนี้ Pavel Zhovner ประธานบริหารของ Flipper Devices ยังแอบสปอยล์ว่ากำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการ Flipper OS ของตัวเองขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาของระบบปฏิบัติการคู่แข่งอย่าง Raspberry Pi OS ที่เวลาลงโปรแกรมไปเยอะๆ แล้วอยากล้างเครื่องใหม่ให้สะอาด จะทำได้ยากนอกจากต้องถอดการ์ดความจำมาแฟลชใหม่ แต่ระบบของ Flipper จะช่วยให้สลับโปรไฟล์การตั้งค่าไปมาได้โดยไม่ต้องถอดการ์ดเปลี่ยนให้วุ่นวาย

ในแง่ของการใช้งานจริง Flipper One สามารถแปลงร่างเป็นเราเตอร์ เป็นตัวกระจายสัญญาณ VPN หรือเป็นสะพานเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย แถมถ้าเอาไปต่อจอภาพ คีย์บอร์ด และเมาส์ผ่านตัวพ่วง USB Hub มันก็จะกลายร่างเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Linux ทันที หรือจะพกพาไปต่อสาย HDMI 2.1 เปิดดูวิดีโอความละเอียด 4K ที่ 120 Hz เป็นกล่องมีเดียเคลื่อนที่ก็ยังไหว แม้ว่าตอนนี้ฟีเจอร์หลายอย่างและซอฟต์แวร์ FlipperOS จะยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องรอการพัฒนาต่อร่วมกับชุมชนนักพัฒนาอีกสักพักใหญ่ แต่ทางบริษัทก็แง้มราคาคร่าวๆ ออกมาแล้วว่ารุ่นเริ่มต้นแบบไม่มีโมดูลเซลลูลาร์น่าจะจับต้องได้ในราคาไม่เกิน 350 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตกเป็นเงินไทยประมาณ 11,400 บาท

ที่มา
Techcrunch

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button