3 ปีผ่านไปกับ Microsoft 365 Copilot แต่ตัวเลขผู้ใช้งานยังน่าใจหาย
ยอดการใช้งานยังไม่ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์

หลังจากเปิดตัวมานานถึง 3 ปี ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ Microsoft 365 Copilot จะไม่สู้ดีนัก เมื่อรายงานล่าสุดระบุว่าสัดส่วนการใช้งานจริงในองค์กรยังต่ำกว่า 4.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับความคาดหวังสูงลิ่วในช่วงแรก แม้ว่า AI จะถูกโฆษณาว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ง่ายขึ้น แต่ดูเหมือนพนักงานจำนวนมากยังไม่รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องหยิบมาใช้งานในชีวิตประจำวัน
ความน่าสนใจอยู่ที่พฤติกรรมการใช้งานจริง ซึ่งพบว่ามีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เลือกเปิดใช้เครื่องมือนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่ที่ลองใช้ก็เป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้นแล้วหันหลังให้ไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาหลักอาจไม่ใช่ความสามารถของตัว AI แต่เป็นเรื่องของความซับซ้อนในขั้นตอนการทำงานจริงที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า การพิมพ์คำสั่งเองยังมีความรวดเร็วและแม่นยำมากกว่าการรอคอยผลลัพธ์จากระบบอัจฉริยะ
ที่น่าตั้งคำถามไปมากกว่านั้นคือ การที่ Microsoft ตัดสินใจปรับเพิ่มราคาค่าบริการในขณะที่อัตราการยอมรับของผู้ใช้งานยังคงอยู่ในระดับต่ำ กลยุทธ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับบรรดาผู้บริหารฝ่ายไอทีในหลายบริษัท ซึ่งต้องกลับมาทบทวนความคุ้มค่าของการลงทุนครั้งนี้อย่างหนัก เพราะค่าใช้จ่ายต่อหัวที่เพิ่มขึ้นกำลังกลายเป็นภาระต้นทุนที่อาจไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่ได้รับกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม

แม้แต่ผู้ที่ตัดสินใจซื้อสิทธิ์การใช้งานไปแล้ว ก็ยังเกิดภาวะลังเลว่าจะต่ออายุการใช้งานในปีถัดไปดีหรือไม่ หลายเสียงสะท้อนว่าฟีเจอร์ส่วนใหญ่ยังดูไกลตัวและไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาคอขวดของการทำงานเอกสารหรืองานสเปรดชีตอย่างที่คาดหวังเอาไว้ในตอนแรก ทำให้เครื่องมือนี้กลายเป็นเพียงสิ่งที่ติดตั้งทิ้งไว้ในโน้ตบุ๊ก โดยไม่ได้ถูกเรียกออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่ควร
ความท้าทายสำคัญที่ Microsoft ต้องเผชิญในระยะถัดไปคือการพิสูจน์ให้เห็นถึงความคุ้มค่าแบบจับต้องได้ ไม่ใช่แค่การขายฝันด้วยพลังของ AI เพียงอย่างเดียว หากไม่สามารถปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานให้เข้าถึงง่ายและแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้จริง ก็อาจจะเสียฐานลูกค้าองค์กรที่เริ่มหันไปมองหาโซลูชันคู่แข่งหรือลดจำนวนสิทธิ์ที่จ่ายทิ้งไว้อย่างเปล่าประโยชน์
ในขณะที่โลกของ AI กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด กรณีศึกษาของ Copilot ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่บอกว่า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไปหากขาดการนำไปใช้งานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้คน การจะพลิกสถานการณ์กลับมาให้เป็นผู้นำตลาดที่แท้จริง คงต้องรอดูว่า Microsoft จะปรับแผนการตลาดหรือเพิ่มฟีเจอร์ที่ว้าวพอจะโน้มน้าวให้ผู้ใช้งานยอมจ่ายแพงขึ้นได้หรือไม่ในอนาคตอันใกล้นี้







![[รีวิว] HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ขุมพลังระดับเดสก์ท็อปในร่างคีย์บอร์ด 10 tig-hp-eliteboard-g1a-next-gen-ai-pc-review feature](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tig-hp-eliteboard-g1a-next-gen-ai-pc-review-feature-286x150.jpg)