บทสัมภาษณ์สกู๊ปพิเศษ

[สัมภาษณ์พิเศษ] Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่อง The Blood of Dawnwalker

ThisIsGame Thailand กระทบไหล่กันมาแล้ว พร้อมเผยเบื้องหลังการออกแบบ

มั่นใจได้ว่าผู้เล่นหลายคนต้องรอคอย The Blood of Dawnwalker กันอยู่ไม่น้อย เพราะทาง Rebel Wolves เองก็มากไปด้วยประสบการณ์ และตัวเกมยังพร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ยิ่งกว่าเดิมด้วยชีวิตสองด้านของแวมไพร์ท่ามกลางบรรยากาศหลังโรคระบาด และล่าสุด ThisIsGame Thailand ได้รับโอกาสจาก BANDAI NAMCO Entertainment Asia เพื่อสัมภาษณ์คุณ Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่องของเกมถึงเบื้องหลังด้วย ว่าแล้วมาติดตามเรื่องราวต่างๆ ได้เลย

Q. ก่อนอื่นเลยอยากทราบว่าแรงบันดาลใจของ The Blood of Dawnwalker คืออะไร?

A: มีหลายอย่างเลยครับ แต่เราใช้พื้นฐานจากประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรป วัฒนธรรม เรื่องราวของสัตว์ประหลาดพื้นบ้าน เจาะลึกไปยังความสัมพันธ์ของมนุษย์และปีศาจ โดยเกมนี้เราจะได้ใช้พลังต่างๆ ที่น่าตื่นเต้น แต่มันแลกมากับการที่เราต้องดื่มเลือดมนุษย์ เราอยากให้ผู้เล่นรู้สึกว่าต้องตัดสินใจเดินเส้นทางด้วยตัวเอง จะยอมสูญเสียความเป็นคนให้กับปีศาจร้ายมากเท่าไรเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมาย คนที่จะรักษาสมดุลของตัวตนก็คือผู้เล่นเอง แต่คนละคนจะมีวิธีเล่นไม่เหมือนกัน มีประสบการณ์ต่างกัน คุณอาจกลายเป็นคนที่ฆ่า NPC เกือบหมดเกมก็ได้

Q. ทำไมทีมงานถึงเลือกการใช้ฉากหลังในยุคสมัยนี้ครับ?

A: อยากให้โลกของ The Blood of Dawnwalker ดูน่าเชื่อถือและสมจริง มันมีเวทมนตร์และมอนสเตอร์ แต่เราก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย มันสามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือเปล่านะ ผมขอบอกว่าจริงๆ แล้วก็เป็นนักโบราณวิทยาเหมือนกันนะครับ (ยิ้ม) ผมมีความสนใจในเรื่องตำนานพื้นบ้านหรืออะไรแบบนี้อยู่แล้ว

Q. อีกจุดที่รู้สึกว่าอาจจะทำให้ผู้เล่นสับสนเล็กน้อยคือ เหมือนเนื้อเรื่องของเกมมันเกิดขึ้นหลังจากยุคของ Brencis ที่เริ่มกำราบผู้คนแล้ว แต่การที่เราจะศึกษาเหตุการณ์ก่อนเกิดขึ้นในเกมมันก็ต้องดูตามไฟล์หรือไดอะล็อกอย่างเดียวเลย นี่คือความตั้งใจหรือเปล่าครับ?

A: ใช่ครับ เรามองว่าโมเมนต์ที่เราต้องใช้ชีวิตในโลกของแวมไพร์ที่เต็มไปด้วยความมืดหม่น กดดัน นั่นแหละเหมาะที่สุดแล้ว

[สัมภาษณ์พิเศษ] Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่อง The Blood of Dawnwalker

Q. สังเกตได้ว่า Coen เองก็มีตาสองสีด้วยเหมือนกัน… มันคือความหมายอะไรที่ซ่อนไว้อยู่หรือเปล่านะ?

A: ผมว่ามันสะท้อนความเป็น ‘สองร่าง’ ในตัวตนเดียว และบางทีเราอาจจะไม่ได้เห็นแค่คนๆ นี้คนเดียวนะ

Q. ในช่วงตอนจบของบทเริ่มต้นรู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกที่หดหู่มากเลยเพราะในหมู่บ้านเองก็เต็มไปด้วยศพและซากที่ถูกทำลาย… ตรงนี้คือการออกแบบเพื่อให้มีเซนส์ของความว่างเปล่าใช่ไหม?

A: ฉากนั้นเราบอกได้ว่า พวกเขายังไม่ได้โดนฆ่านะครับ คือชาวบ้านหลายคนยังคงถูกจับตัวไปอยู่ แต่เส้นทางการใช้ชีวิตของเราใน 30 วัน 30 คืนก่อนการเถลิงอำนาจของ Brencis นั่นแหละครับจะเป็นตัวชี้ชะตา ผู้เล่นจะพบทางเลือกการกระทำมากมายที่จะทำให้ประสบการณ์การเล่นเป็นของตัวเอง และตอนจบหลาย NPC อาจจะตายหรืออาจจะรอด และบางคนที่รอดก็ยังมีความัสัมพันธ์ที่จะยังเคารพเรา หรืออาจจะเกลียดเราไปเลยก็ได้ มันมีหลายวิธีมากๆ ที่เกมจะจบลง และหลังจากเกมจบ เราก็อยากให้ทุกคนเล่นใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อเก็บเควสต์ในแง่มุมอื่นๆ ที่ไม่ได้ทำในการเล่นรอบแรก

ผู้เล่นสามารถเล่นเกมในเซฟเดิมต่อหลังจากคืนที่ 30 ได้ หรือเลือกประสบการณ์ Coen ในมุมมองใหม่กับการเล่นรอบที่สอง

[สัมภาษณ์พิเศษ] Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่อง The Blood of Dawnwalker

Q. ระบบการต่อสู้ของเกมนี้ที่อ้างอิงการกดปุ่มตามทิศทางมีไอเดียการออกแบบอย่างไรครับ?

A: เราอยากจำลองความรู้สึกของการเป็นยอดนักดาบครับ ไม่ใช่แค่เพียงการกวาดแกว่งดาบไปมาแต่เราต้องมีเทคนิคมากพอที่จะทำให้การฟาดฟันนั้นมีประสิทธิภาพและรุนแรง เมื่อเล่นไปผู้เล่นจะพบว่ามันช่วยให้เราตอบสนองสถานการณ์รอบข้างได้ แต่ก็มีตัวเลือกสำหรับการต่อสู้แบบกดปุ่มฟันเพียงอย่างเดียวเหมือนกันครับ

Q. ว่าด้วยช่วงกลางคืนที่เราเป็นแวมไพร์จะมีระบบความหิวเลือดเข้ามา อยากทราบว่าผู้พัฒนานึกอย่างไรถึงใส่องค์ประกอบนี้มาด้วย

A: ทีมงานอยากให้ผู้เล่นรักษาบาลานซ์เอาเองว่าจะบริหารเกจความหิวอย่างไร เรียนรู้ที่จะอยู่กับความผิดพลาดหากปล่อยให้ร่างแวมไพร์หิวโหยเป็นเวลานาน เพราะถ้าเราพลาดท่าไปคุยกับ NPC สำคัญตอนหิวเลือด นั่นหมายความว่า เพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งคนรักที่เราตามจีบก็อาจกลายเป็นเหยื่อได้เหมือนกันครับ (หัวเราะ)

Q. การเลือกทำเควสต์สำหรับช่วงกลางวันมากกว่าเควสต์กลางคืน จะส่งผลต่อ Coen ด้วยใช่ไหมครับ?

A: ช่วงแรกๆ เราอาจจะพบว่า Coen ไม่ชินนักกับการเปลี่ยนแปลงของเขาที่กลายเป็นแวมไพร์กระหายเลือด แต่ยิ่งเราทำการกระทำแบบแวมไพร์มากขึ้น บางทีผู้เล่นก็จะได้เห็นว่า… เขามีความคิดอย่างไร และกลายเป็นคนแบบไหนกันแน่ มันขึ้นอยู่กับว่าเราโอบรับความมืดได้มากขนาดไหน เทียบเหมือนกับว่าถ้าเราอ่านการ์ตูนน่ะครับ เราจะเห็นตัวละครในมุมเดียว แต่เนี่ยเราจะเป็นคนเขียนเนื้อเรื่องชีวิตให้เขาเอง

[สัมภาษณ์พิเศษ] Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่อง The Blood of Dawnwalker

Q. และถ้าเกิดเป็นคนที่ชอบเล่นสาย Completionist แบบนี้จะเก็บเควสต์ทั้งหมดได้ไหมครับ?

A: ในการเล่นทุกๆ ครั้ง ไม่มีทางเก็บอะไรได้ครบทั้งหมด เพราะทุกอย่างมีได้มีเสีย เราอยากให้ทุกคนเล่นเกมสองครั้ง ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองเพื่อเห็นมุมมองใหม่ๆ มันไม่ใช่เกมที่เราออกแบบมาให้เล่นได้แบบยืดยาว แต่มีเอกลักษณ์และรายละเอียดมากพอ เปิดใจดูนะครับ!

Q. ถ้าแบบนั้นแล้วมันหมายความว่า เราก็สามารถ ‘แพ้’ ในเกมนี้ได้ใช่ไหมครับ?

A: การตีความคำว่าแพ้หรือล้มเหลว มันอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละคนครับ ถ้าพูดถึงฉากจบแบบแย่ อืม… ก็มีครับ เราสามารถจบเกมได้แบบที่ว่ากินเลือดให้มันหมดทั้งฉาก แล้วกลายเป็น ‘มอนสเตอร์’ ไปเลย

Q. อย่างนี้ขอถามหน่อยว่า… เราสามารถไปบุกปราสาทของ Brencis ตั้งแต่แรกได้เลยหรอครับ?

A: แน่นอน ถ้าคุณเป็นคนคิดว่าแน่หรือรู้สึกว่าพร้อมแล้ว ทำได้เลยครับ

Q. ในส่วนของการจัดการบริหารเวลา อยากรู้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเกมแบบ JRPG หรือเปล่าครับ?

A: พวกเราศึกษารายละเอียดจากเกมหลายๆ เกมครับ ทั้งเกมตะวันตก เกมญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่ลงตัวที่สุดคือเกจเวลาที่จะเดินตามการกระทำของเราเอง มันง่ายและท้าทายในเวลาเดียวกัน ถ้าเราเล่นๆ เกมอยู่แล้วมีคนโทรศัพท์มาหา ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดเกมให้เบรคอารมณ์ หรือถ้าเราปล่อยจอยเอาไว้ เนื้อเรื่องก็จะยังไม่เดินต่อ ผู้เล่นจึงไม่รู้สึกว่าถูกดึงออกไปจากโลกของเกมนี้นั่นเองครับ

Q. ในระหว่างการเล่นเองก็พบว่ามีศัตรูที่ได้แรงบันดาลใจจากมองโกลด้วย พวกเขาจะมีทักษะการต่อสู้แบบไหนกันเนี่ยครับ

A: มันคือความหลากหลายที่เกิดขึ้นในยุคสงครามของยุโรปและเผ่ามองโกลคือกลุ่มคนที่เราพบได้ในทวีปช่วงเวลานั้น ซึ่งโลกของ The Blood of Dawnwalker นั้นมีบ้านแวมไพร์หลายตระกูล หลายชนชาติ ทั้งจากตะวันออก และจากอียิปต์ครับ โดยการต่อสู้ เทคนิคเผชิญหน้าจะไม่เหมือนกันด้วย เช่นเดียวกับความผูกพันในเนื้อเรื่อง บางตัวอาจจะเป็นฝ่ายเสบียงที่เราสามารถไปบุกทำลายฐานของพวกเขาก่อน ทำให้บ้านแวมไพร์หลังอื่นๆ ไม่มีเลือดเพียงพอจะเลี้ยงดูตัวเอง และเกิดเป็นข้อได้เปรียบให้ตัวเองครับ

Q. ท้ายที่สุดขอให้ฝากอะไรให้แฟนเกมหน่อยนะครับ

A: ขอบคุณทุกๆ คนที่มาพูดคุยกันและสื่อมวลชนที่มาแบ่งปันเวลาด้วยกัน เราใช้แรงทุ่มเทกับเกม The Blood of Dawnwalker มากๆ เลยอยากให้ทุกคนได้เอ็นจอยกับเกมมากที่สุดครับ และในอนาคตเราก็คาดหวังจะขยับขยายสู่สื่อรูปแบบอื่นเช่นหนังสือการ์ตูนด้วย แม้ตอนนี้จะมีสมาชิกทีมเล็กๆ แค่ 160 คนก็ตามแต่ รอติดตามเกมกันไปด้วยนะครับ!

[สัมภาษณ์พิเศษ] Jakub Szamalek ผู้กำกับเนื้อเรื่อง The Blood of Dawnwalker

เกี่ยวกับเกม The Blood of Dawnwalker

เกมรูปแบบแอ็กชันสวมบทบาท – โลกเปิดที่ผู้เล่นจะได้เดินทางย้อนกลับไปสู่ยุคศตวรรษที่ 14 ของยุโรปที่เกิดเหตุการณ์กาฬมรณะที่ทำให้ผู้คนทั่วแผ่นดินจำนวนหลายร้อยล้านคน ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Coen ชายหนุ่มผู้ที่ได้ถูกเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็น ดอวน์วอล์คเกอร์ ผู้อยู่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นแวมไพร์และมนุษย์ และมีเวลาเพียง 30 วัน 30 คืนที่จะช่วยเหลือครอบครัวและคนที่รัก หรือว่าจะใช้พลังในทางมิชอบกันแน่

ตัวเกมเปิดให้เล่นบน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC ในวันที่ 3 กันยายนนี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมหน้าร้านค้า Steam ได้ทันทีเพื่อรับทราบข้อมูลได้โดยตรงก่อนใคร รวมไปถึงเพิ่มเกมสู่ Wishlist เป็นกำลังใจให้ผู้พัฒนาตั้งแต่วันนี้ สำหรับโอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันอย่าลืมติดตามที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและความเคลื่อนไหวสนุกๆ จากวงการเกมเช่นเคยครับผม

GantaroZX

นักข่าวเกมที่แต่งตัวโป๊ที่สุดในประเทศไทย
Back to top button