สกู๊ปพิเศษ

7 เหตุผลที่ทำให้ Sea of Stars เป็นเกม Turn-based RPG ที่สนุกมาก

เกม RPG กราฟิก Pixel Art ยุคใหม่ ไม่ล้าสมัย เล่นแล้วเพลินมาก

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนครับ บทความนี้ผมมีเกมที่อยากจะนำเสนอ มันคือเกม Sea of Stars จากผู้พัฒนา Sabotage Studio โดยเพื่อน ๆ สามารถหาซื้อเกมนี้ได้ผ่านช่องทาง STEAM และมีราคาเต็มอยู่ที่ 680 บาท แต่ผมที่เล่นไปแล้วประมาณหนึ่งก็สัมผัสได้ว่านี่คือเกม RPG Turn-based ที่ค่อนข้างดีมากเกมหนึ่ง ที่เล่นง่าย ไม่ต้องเรียนรู้เยอะ สนุกกับมันแม้จะเป็นเกมที่แค่ออกคำสั่ง เราไปชมกันครับว่าอะไรที่ทำให้เกมนี้เล่นแล้วสนุกบ้าง

1. เป็นเกม Turn-based ที่สามารถกดปุ่มให้ตรงจังหวะโจมตีได้

สำหรับใครหลายคนที่เล่นเกม Action มาเยอะ ก็มักจะมองว่าเกมแนว Turn-based นั้นเป็นเกมที่ค่อนข้างน่าเบื่อด้านเกมเพลย์ เพราะมันแค่สั่งตีไม่ได้บังคับเอง ซึ่งก็ต้องยอมรับตรงจุดนี้ว่าจริงครับ และผู้พัฒนาก็ทราบตรงจุดนั้นดีว่าจะให้ตัวละครกระโดดออกไปโจมตีเฉย ๆ ก็คงจะไม่ได้ ถ้าผู้เล่นหลุดโฟกัสเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นว่าเบื่อเมื่อนั้น เกมเลยมีระบบกดปุ่มให้ตรงจังหวะโจมตีขึ้นมาครับ ถ้ากดถูกการโจมตีของเราก็จะออก 2 Hit และไม่ใช่แค่การโจมตีธรรมดาเท่านั้น ทุกสกิลหรือคอมโบที่เลือกใช้ ถ้ากดถูกจังหวะ ดาเมจที่สร้างก็จะสูงขึ้นด้วย ทำให้ผู้เล่นมีโฟกัสมากยิ่งขึ้น นอกจากโจมตีแล้วการป้องกันก็เช่นกัน ถ้าเพื่อน ๆ ถูกโจมตีแล้วกดป้องกันตรงจังหวะ ดาเมจก็จะลดลงด้วยเช่นกัน แต่ศัตรูแต่ละตัวจะมีอนิเมชั่นแตกต่างกันไป ทำให้ผู้เล่นต้องโฟกัสรูปแบบการเคลื่อนไหวของศัตรูหน้าใหม่ทุกครั้งที่เจอครับ ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ส่งผลอย่างมากต่อการเล่นเลยล่ะ

2. บรรยากาศในเกมค่อนข้างดี เน้นธรรมชาติ

ถึงแม้ว่ากราฟิกของเกมนี้จะเป็นแบบ Pixel Art ที่หลาย ๆ คนอาจมองว่ามันไม่สวยหรืออลังการเท่าพวกกราฟิกแบบ 3D เหมือนเกม AAA แต่ขอบอกเลยว่าต่อให้เป็น Pixel Art ก็ทำบรรยากาศออกมาได้เป็นธรรมชาติและภาพก็สวยมาก ๆ ด้วย ยิ่งถ้าคุณปรับ Resolution ใหญ่ ๆ และติ๊กถูกที่ฟังชั่น “Pixel Perfect” ที่ผู้พัฒนาเตรียมไว้ให้ บอกเลยว่าคุณจะพบกับความสวยงามของธรรมชาติในเกมนี้ครับ เกมนี้เป็นเกมที่ออกแบบฉากธรรมชาติได้ดีมาก ทั้งภูเขา แม่น้ำ น้ำตก ป่า เส้นทางการเดินทาง ท้องฟ้า ถ้ำ โบราณสถาน รวบไปถึงซาวด์เอฟเฟกต์และเพลงประกอบ บรรยากาศภายในเกมนั้นผมมองว่าทำได้ดีกว่าเกมกราฟิก 3D หลาย ๆ เกมซะอีก ยิ่งถ้าคุณรักเกม 2D อยู่แล้ว บอกเลยว่ามันเยี่ยมมาก เพราะถึงแม้จะเป็นเกม 2D ก็มีการแบ่ง Layer ของฉากออกเป็นหลายชั้น มีซอกหลืบหลายจุดให้ค้นหา ชวนผจญภัยมาก ๆ เลยครับ

3. บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยกับผองเพื่อน

เนื้อเรื่องภายในเกมจะกล่าวถึง Zale กับ Valere ทั้งสองเป็นเด็กน้อยที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักรบแห่งดวงดาวที่เรียกว่า Solstice Warriors แต่สมัยยังเด็กนั้นพวกเขาทั้งสองได้มีเพื่อนอีกคนชื่อว่า Garl ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเล่นซนของพวกเขาเอง และทำให้ทั้งสองอยากแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ในวันที่พวกเขาได้กลายเป็น Solstice Warriors เต็มตัว Garl ก็ได้กลับมารวมกลุ่มด้วยกันอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขามีความสามารถพร้อมแล้วสำหรับการออกผจญภัยยังโลกกว้าง ระหว่างทางจะมีเรื่องราวสุดแสนน่ารักและอบอุ่นหัวใจ และมิตรภาพระหว่างเพื่อน พร้อมกับการเจอผู้คนต่าง ๆ มากมายจากหลายเมือง พวกเขาทั้ง 3 คนจึงได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายและสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ไปพร้อมกันครับ

4. ทุกตัวในปาร์ตี้มีบทบาทสำคัญเท่าเทียมกัน

ในแง่ของเกมเพลย์นั้นมีหลายครั้งที่เกม RPG จะมีตัวละครที่คุณอาจรู้สึกว่า ไม่ต้องใช้พวกเขาก็ได้ เพราะถ้าเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่ทุกตัวจะเก่งขนาดนั้น เราเลยเลือกจัดทีมจากคนที่เก่งที่สุดเสมอ แต่สำหรับเกมนี้ไม่ใช่แบบนั้นครับ ทุกตัวมีความสามารถเฉพาะทาง และถูกแบ่งโรลการเล่นออกอย่างชัดเจน และจะขาดตัวใดตัวหนึ่งไปไม่ได้เลย เพราะมันจะมีเรื่องธาตุและประเภทการโจมตีมาเกี่ยวข้องในการทำ Weakness ศัตรู นอกจากนี้เรื่องของสกิลประจำตัวยังส่งผลอย่างมากกับการเล่น และถ้า Zale กับ Valere มีคนใดคนหนึ่งตาย ก็จะใช้ Combo ไม่ได้ด้วย เห็นได้ว่าการต่อสู้อย่างเต็มประสิทธิภาพจริง ๆ นั้นขาดใครไปไม่ได้ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับทุกตัวในปาร์ตี้จริง ๆ ครับ

5. เกมเป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ มีระบบช่วยเหลือเยอะ

ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากจะเล่นเกมนี้ขึ้นมา แต่ไม่ใช่ผู้เล่นสาย Turn-based ก็อยากจะบอกว่าตัวเกมมีระบบช่วยเหลือผู้เล่นครับ โดยในหน้าเมนูตัวละคร จะมีเมนูหนึ่งที่เขียนว่า Relics ด้านในจะเป็นไอเทมพิเศษที่สามารถเปิดหรือปิดได้ เป็นไอเทมช่วยเหลือผู้เล่นให้สามารถเล่นเกมนี้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เพิ่ม Max HP+100% และฮีลเลือดให้ทันทีหลังจบการต่อสู้ จะได้ไม่ต้องเสียยาปั้ม หรือตัวช่วยให้กะจังหวะกดปุ่มตอนโจมตีและป้องกันได้แม่นขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ระบบเกมยังไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ต่อให้เป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นเกมแนว Turn-based ครั้งแรกก็สามารถเล่นเกมนี้ได้แน่นอนครับ

6. โลกแห่งการสำรวจ ยิ่งสำรวจเยอะยิ่งได้ของเยอะ

ขึ้นชื่อว่าเป็นเกม RPG แล้ว การสำรวจโลกก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์หลักของเกมนี้เช่นกัน เพราะทุกแผนที่หรือทุกเมืองที่เราไป มักจะมีความซับซ้อนอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าเพื่อน ๆ เป็นสายช่างสำรวจสักหน่อย ตามซอกซอยของเมือง หรือมุมถ้ำสักแห่ง อาจจะมีกล่องไอเทมรอให้คุณเปิดอยู่ก็เป็นได้ บางแห่งอาจหาทางไปเก็บกล่องได้เลยแบบง่าย ๆ ขอแค่พบเจอ แต่บางแห่งก็อาจจะต้องทำเควสต์หลักให้ผ่านเสียก่อนแล้วค่อยวกกลับมาเก็บถ้าคุณจำได้ว่ามันอยู่ตรงนี้ และแน่นอนว่าไอเทมบางอย่างที่สำคัญอาจจะต้องใช้การแก้ Puzzle ด้วยเช่นกัน เพราะโลกอันกว้างใหญ่ในเกมนี้เต็มไปด้วยปริศนาและการผจญภัยที่รอให้เรามาแก้ไขนั่นเอง

7. การสู้บอสของเกมนี้เป็นความสนุกที่กำลังดี ยากแต่ไม่มาก

ถ้าถามว่าเกมนี้สนุกที่สุดตรงไหน ผมก็กล้าบอกได้เลยว่ามันคือฉากสู้บอสครับ บอสแต่ละตัวจะมีแมคคานิคและสกิลที่แตกต่างกันไปแต่ละตัว บางตัวถูกแบ่งชิ้นส่วนร่างกายออกเป็นหลายส่วน เช่น หัว แขนซ้าย แขนขวา เป็นต้น บางตัวอาจเรียกลูกน้องได้ บางตัวอาจจะชาร์จยิ่งโคตรแรง ต้องโจมตีตัดเกมให้ทันก่อนที่บอสจะยิงท่าใหญ่ ถามว่าทั้งหมดที่ผมพูดนี้ตัวเกมได้บอกไหม คำตอบคือไม่ครับ คุณต้องใช้เซนส์และจับสังเกตเอาเองว่าควรตีส่วนไหนก่อน หรือควรแก้ไขสถานการณ์นี้ยังไง ในการต่อสู้คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่ายาก ตึงมือ อาจมีตัวละครในทีมร่วงไปบ้าง แต่ภาพรวมนั้นคุณจะค่อย ๆ เอาอยู่และผ่านมันได้ในที่สุด มันเป็นความรู้สึกที่ยากกำลังดี ไม่ง่ายเกินไป สมกับเป็นบอสและกำลังสู้สนุก ผมชอบการสู้บอสของเกมนี้มากจริง ๆ

และนี่ก็คือ “7 สิ่งที่ทำให้ Sea of Stars เป็นเกม RPG Turn-based ที่สนุกมาก” โดยส่วนตัวผมที่เป็นคนชอบ Turn-based อยู่แล้วนั้นค่อนข้างประทับใจเกมนี้เป็นพิเศษครับ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ที่เป็นสาย Action หรือแนวอื่น ก็พอจะให้เล่นเสพบรรยากาศได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่าลืมนะครับว่าสามาถรหาซื้อได้จาก STEAM ในราคา 680 บาท เท่านั้น มาร่วมเดินทางกับนักรบแห่งดวงดาวด้วยกันเถอะ 😀

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button