สกู๊ปพิเศษ

5 เหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับ ‘เกมเก่าในอดีต’ มากกว่า ‘เกมปัจจุบัน’

ผ่านไปกี่ปีก็ยังคงคิดถึง ความผูกพันที่ไม่มีวันจางไป

เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนในบ้านเราก็คงจะมีช่วงเวลาที่ผูกพันกับเกมที่ตัวเองเคยเล่นในอดีตกันใช่ไหมครับ พอคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นก็รู้สึกว่าเกมช่วงนั้นเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ แม้เรื่องภาพ กราฟฟิก เนื้อเรื่องหรือระบบเกมเพลย์อาจจะไม่ทันสมัยเหมือนยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน แต่ความพึงพอใจที่จะจดจำความรู้สึกดี ๆ รวมไปถึงความผูกพันนั้นเกมยุคเก่ากลับทำได้ดีกว่าเกมยุคนี้พอสมควรเลย และแต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลแตกต่างกันไป ซึ่งอาจมีหลายมุมมองและเป็นไปได้หลายอย่างครับ มาดูกันดีกว่าครับว่าทำไมเราถึงรู้สึกผูกพันกับเกมเก่ามากกว่าเกมยุคปัจจุบัน

1. สมัยนั้นตัวเลือกน้อย ทำให้เราเล่นเกมเดิมบ่อยครั้ง

image 859


หากย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายของยุค 90 หรือเริ่มต้นเข้าสู่ยุค 2000 ใหม่ ๆ วิดีโอเกมที่เราเล่นนั้นไม่ได้มีตัวเลือกเยอะเหมือนกับในปัจจุบัน แม้ว่าระบบอินเทอร์เน็ตจะเริ่มเข้ามาในบ้านเราบ้างแล้วก็ตาม แต่หลัก ๆ แล้วสังคมวิดีโอเกมในยุคนั้นก็จะเป็นฝั่ง Console ซะมากกว่า การซื้อเกม 1 เกมกลับไปเล่นที่บ้านก็มักจะเล่นเกมนั้นไปยาว ๆ ไม่ได้มีข่าวเกมใหม่เปิดตัวให้เห็นทุกวันเหมือนในตอนนี้ มันทำให้เราได้เล่นเกมเดิมซ้ำ ๆ วนเวียนไปเรื่อย ๆ เล่นจนรู้ทุกซอกทุกมุม เล่นจนเก่งจนเซียน แม้จะมีเกมใหม่มาเปลี่ยนบ้างตามโอกาส แต่ถ้าเราชอบเกมไหนมาก ๆ เราก็จะวกกลับมาเล่นเกมเก่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า การได้ใช้เวลากับมันมาก ๆ เลยทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเกมนั้น ๆ ขึ้นมาครับ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกับวิธีเล่นเกมในปัจจุบัน คือต่อให้มีเกมที่เล่นแล้วประทับใจมากเท่าไหร่ก็ตาม อีกไม่กี่วันเราก็จะมีเกมใหม่ที่อยู่ในระดับเดียวกันโผล่มาให้เลือกอีก แถมพฤติกรรมของผู้เล่นก็ยังแสวงหาเกมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้เราไม่ค่อยมีโอกาสที่จะโฟกัสกับเกมใดเกมหนึ่งนานเกินไปครับ (ยกเว้นเกมออนไลน์ที่เล่นเพื่อเอาสังคม)

2. ช่วงเวลาสมัยเด็ก เป็นช่วงที่เราไม่มีภาระหน้าที่

image 860


หากพูดถึงเกมเก่าเราก็มักจะย้อนคิดไปถึงช่วงเวลาที่เรายังเป็นเด็กกันอยู่ ซึ่งอาจจะเริ่มตั้งแต่จำความได้มาจนถึงวัยเรียนช่วงมัธยม ช่วงเวลาเหล่านี้มักจะเป็นช่วงเวลาที่สร้างความทรงจำดี ๆ ในทุก ๆ ด้าน และแน่นอนว่าเรื่องของเกมก็เช่นเดียวกัน เพราะช่วงเวลาวัยเด็กจะเป็นช่วงที่เราไม่มีภาระหน้าที่อะไรต้องรับผิดชอบมากมายนัก เราแค่ต้องไปโรงเรียนในตอนเช้า กลับมาบ้านในตอนเย็นก็จะมีเวลาเล่นเกมหลังเสร็จธุระอื่น ๆ รวมไปถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และปิดเทอมก็จะได้เล่นเกมเต็มที่โดยไม่มีอะไรมาวุ่นวายใจ การได้นั่งเล่นเกมซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบอย่างบริสุทธิ์ใจนั้นมันจะสร้างความผูกพันและการจดจำได้ดีกว่าการเล่นเกมภายใต้แรงกดดันครับ อย่างในปัจจุบันที่เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรามีหน้าที่การงานหรือภาระครอบครัวต่าง ๆ มันทำให้เราปรับสภาพจิตใจได้ลำบากกว่าตอนเด็ก ๆ แล้วทำให้การเล่นเกมเป็นเพียงการผ่อนคลายความเครียดแทน 

3. เพื่อนที่มาสนุกด้วยกันมักทำให้ชวนคิดถึง

image 861


ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีในวัยเด็กมักมาพร้อมกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนเสมอ หลาย ๆ คนอาจเคยเล่นเกมกับเพื่อนแล้วจำมันได้ดีว่าเคยสนุกแค่ไหน กับเกมที่เล่นคนเดียวยังไงก็ไม่สนุก แต่พอมีเพื่อนเข้ามาแจมด้วยเยอะ ๆ กลับเปลี่ยนบรรยากาศเป็นคนละเรื่อง หรือต่อให้จะเป็นเกมเนื้อเรื่องที่เล่นได้คนเดียว แต่ถ้ามีเพื่อนคอยนั่งดู คอยเชียร์หรือเปิดคู่มือช่วยผ่านก็ยังเป็นโมเมนต์ที่ทุกวันนี้แทบจะไม่เกิดขึ้นให้เห็นอีกแล้ว เพราะทุกวันนี้มีโปรแกรมแชทหลายอย่างที่ช่วยอำนวยความสะดวกที่ทำให้เราคุยกับเพื่อนได้โดยที่ไม่ต้องมานั่งข้าง ๆ กัน หรือพอโตขึ้นทุกคนก็มีเงินซื้อเกมของตัวเองเล่นกันหมดแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องถ่อมาบ้านเพื่อนเพื่อเล่นเกมด้วยกันอีก แม้ผลลัพธ์จะยังเหมือนเดิมคือเราได้เล่นเกมกับเพื่อนอยู่ แต่บริบทบางอย่างก็เปลี่ยนไปจนทำให้เรารู้สึกว่าช่วงเวลาในอดีตนั้นน่าจดจำกว่าเยอะเลยครับ

4. First Impression ที่เกมมอบให้นั้นชวนจดจำ

image 862


ต้องบอกว่าสมัยก่อนมันไม่ได้มีเกมเล่นเยอะอะไรขนาดนั้น มันทำให้ประสบการณ์ด้านเกมของเรานั้นค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับปัจจุบัน เวลาที่เราได้เล่นเกมไหนเป็นครั้งแรกเราก็มักจะพบกับ First Impression ที่ค่อนข้างประทับใจอยู่เสมอเพราะว่าเราไม่เคยเล่นมาก่อน ซึ่งความประทับใจแรกนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกชอบ หลงใหลและผูกพันกับเกมในยุคนั้นมากกว่าในปัจจุบัน หากเทียบกับในตอนนี้…เราก็จะเจอเกมต่าง ๆ ในแต่ละแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างมีระบบเกมเพลย์หรือเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างมาในแนวทางเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะเรื่องของธุรกิจที่ไม่ค่อยมีเกมไหนกล้าออกนอกลู่นอกทาง แนวไหนที่ทำแล้วแมสมีคนซื้อเยอะ ผู้พัฒนาก็จะทำตาม ๆ กันไปเป็นสายน้ำ นั่นทำให้เรารู้สึกว่าเล่นเกมอะไรมันก็จะไม่แตกต่างกันมากนักหรอก แตกต่างกันก็แค่เนื้อเรื่องกับธีม และอาจจะมีระบบเฉพาะเกมอีกนิดหน่อย แต่เมนหลัก ๆ ก็ยังคงเหมือนเดิม เลยทำให้เราไม่รู้สึกผูกพันกับเกมยุคใหม่เท่าไหร่ครับ

5. ตอนเด็กเคยคิดว่าเกมคือเพื่อนจริง ๆ

image 863


เชื่อว่าหลาย ๆ คนในช่วงเด็กหรือวัยรุ่นอาจจะเคยมีความคิดว่าเกมที่เราเล่นที่บ้านทุก ๆ วันคือเพื่อนแท้ของเรา อาจจะเป็นเพราะช่วงเวลานั้นเรามักจะเจอปัญหาเรื่องการเข้าสังคม ปัญหาทางใจ ต้องการการยอมรับ หรืออื่น ๆ ที่วัยรุ่นทุกคนจะต้องเคยประสบมาก่อนสักครั้งในชีวิต และช่วงเวลาที่แสนเปราะบางเหล่านี้ คนเล่นเกมอย่างเรา ๆ ก็ชอบที่จะเก็บตัวอยู่ในห้อง เล่นเกมที่ชอบ โดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะชอบแบบเราหรือไม่ มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสงบมากที่ได้เติมความสุขให้กับจิตใจหลังจากที่ต้องไปเจอปัญหาอะไรก็ไม่รู้มากมาย เลยทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเกมที่เล่นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันเราอาจจะโตขึ้นและไม่ได้มีโมเมนต์แบบนั้นแล้ว ต่อให้คิดย้อนกลับไปก็อาจจะมองว่าตัวเราเองนั้นโคตรจะเด็กน้อยเลยที่มีความคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจที่รู้สึกแบบนั้นออกมาครับ


และนี่คือ “5 สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเกมเก่าในอดีตมากกว่าเกมปัจจุบัน” ตรงกับสิ่งที่เพื่อน ๆ รู้สึกกันบ้างไหมครับ ช่วงเวลาในอดีตถือเป็นช่วงเวลาที่มีค่าของทุกคน แต่ละคนก็อาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เล่นเกมมาตั้งแต่เด็กเหมือนกันจะต้องเคยเจอสิ่งเหล่านี้มาบ้างไม่มากก็น้อย พูดแล้วก็คิดถึงเกมในยุคนั้นจริง ๆ นะ นาน ๆ ครั้งหยิบเกมเก่า ๆ มาเล่นให้หายคิดถึงบ้างก็ดีเหมือนกัน 🙂

Jou Thunder

เร็ว แรง ติดคริ คือคติของผม โปรดติดตามช่อง youtube.com/@JouThunder
Back to top button