
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายครั้งเลยครับที่สถานการณ์ต่างๆ ในแวดวงวิดีโอเกมมักจะทำให้ EA Games มีภาพจำในด้านลบ ทั้งการนำเสนอโมเดลธุรกิจที่ผู้เล่นก่นวิจารณ์ว่าต้องการขูดรีดเงินจากลูกค้า หรือจะเป็นการตัดสินใจด้านการนำเสนอเกมในภาพลักษณ์ที่ขัดใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้บางครั้งจะมีเกมที่ได้รับคำชม แต่มันก็ดูไม่จีรังเท่ากับเสียงด่าทอที่ดูท่าจะวนกลับมาเรื่อยๆ เมื่อคนรักดราม่ามีช่องขึ้นมา
ล่าสุด มีความเห็นน่าสนใจจาก Josef Fares ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งค่าย Hazelight Studios ที่พูดคุยกับเว็บไซต์ The Game Business ซึ่งเจ้าตัวก็ทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ร่วมพัฒนาเกมให้กับ EA Games เพื่อจัดจำหน่ายนั่นเอง แถมยังเป็นเกมชิงรางวัลทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น A Way Out, It Takes Two และ Split Fiction โดยเขาก็เคยได้ยินมาเกี่ยวกับเสียงของแฟนเกมที่ไม่ค่อยปลื้มการดำเนินธุรกิจของ EA มากเท่าไรนัก

ในมุมของเขา Josef คิดว่า EA Games มีคนที่ทำงานด้วยแล้วรู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากมาย และจากการทำงานร่วมกัน ทางค่ายใหญ่เองก็ให้ความเคารพในการทำงานทั้งสิ้นจึงเป็นความสัมพันธ์ที่ถือว่ายอดเยี่ยมระดับซูเปอร์ จนตนก็คิดว่า EA Games อาจโดนทัวร์ลงและโดนด่ามากเกินกว่าที่ควร แถมค่ายอื่นเองก็มีเรื่องผิดพลาดเหมือนกัน แต่ภาพจำของ EA กลับเป็นตัวร้ายไปเสียอย่างนั้น ท้ายที่สุดเขาก็มั่นใจว่าค่ายนี้เป็นค่ายที่รักวิดีโอเกมจริงๆ
ก็ถือเป็นอีกความเห็นของคนที่ใกล้ชิดกับ EA Games ในฐานะคนทำงานร่วมกัน ซึ่ง Hazelight Studios เป็นค่ายเกมอิสระที่ร่วมกับผู้จัดชื่อดังในโครงการริเริ่มเพื่อสนับสนุนค่ายเกมอินดี้และได้รับเงินทุนพัฒนาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเกมทั้งหมดของค่าย Hazelight เป็นรูปแบบพรีเมียมเต็มตัวทั้งสิ้น และทาง EA Games เองก็ไม่เคยก้าวก่ายใดๆ ในการทำงานอยู่แล้ว สำหรับเพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรก็ลองมาพูดคุยกันนะ







