
KLab ผู้พัฒนาเกมมือถือชื่อดังจากญี่ปุ่นที่อยู่เบื้องหลังผลงานอย่าง Bleach Brave Souls และ Captain Tsubasa: Dream Team ได้ประกาศเดินหน้าระดมทุนครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 5,100 ล้านเยน (มากกว่า 1,000 ล้านบาท) ผ่านการขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้กับนักลงทุนที่เลือกไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้บริษัทลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทในทันที ท่ามกลางความพยายามพลิกฟื้นสถานะทางการเงินหลังเจอปัญหาหลายด้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
KLab เดินหน้าระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อเสริมเสถียรภาพทางธุรกิจและการพัฒนาเกมใหม่

KLab เผชิญกับผลประกอบการที่ลดลงเรื่อย ๆ แม้ Bleach Brave Souls จะยังคงทำรายได้สม่ำเสมอ แต่การปิดให้บริการของ Love Live! School Idol Festival และความล่าช้าของ EA Sports FC Tactical ส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างหนัก ทำให้บริษัทต้องพยายามปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงการเปิดให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจ แต่กลับได้จำนวนไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ดี การประกาศระดมทุนครั้งล่าสุดได้กลายเป็นก้าวสำคัญที่บริษัทหวังว่าจะช่วยคืนเสถียรภาพให้ธุรกิจได้อีกครั้ง
จากมติการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม KLab ได้ออกหุ้นเพิ่มทุนและสิทธิการซื้อหุ้นให้แก่บริษัท Ultimate Classic Investment จาก UAE รวมถึง Sun Asterisk, Sixth Sense Holdings และ JT Financial ส่งผลให้ KLab สามารถระดมทุนรวม 5,111,547,500 เยน โดย Ultimate Classic Investment จะถือหุ้นมากถึง 23.15% และขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด พร้อมกันนี้ KLab ยังเตรียมแต่งตั้ง Sheikh Salem Khaled Humaid Mohamed Al Qasimi แห่งรัฐราสอัลไคมาห์ เป็นที่ปรึกษา เพื่อเสริมความร่วมมือด้านธุรกิจในอนาคต
สำหรับแผนการใช้เงินทุน KLab ระบุว่าจะนำเงินราว 1 พันล้านเยน (ราว 200 ล้านบาท) ไปใช้ในการออกแบบ พัฒนา และให้บริการเกมมือถือออนไลน์ขนาดใหญ่ชุดใหม่ในช่วงปี 2025–2026 ซึ่งรวมถึง Dragon Quest Smash/Grow ของ Square Enix และเกมใหม่จาก My Hero Academia ขณะเดียวกันจะใช้งบ 500 ล้านเยนต่อยอดธุรกิจใหม่ และลงทุนกว่า 3.6 พันล้านเยนในการซื้อ Bitcoin และทองคำเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินของบริษัท
การระดมทุนครั้งใหญ่ของ KLab ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการพลิกฟื้นบริษัทหลังเผชิญภาวะวิกฤตด้านสภาพคล่อง โดยการเข้ามาของนักลงทุนจาก UAE ไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังเสริมโอกาสใหม่ในการพัฒนาเกมและขยายธุรกิจในระยะยาว ซีอีโอ เท็ตสึยะ ซานาดะ ระบุว่าเมื่อเขากลับมารับตำแหน่งในปีนี้ บริษัทแทบไม่มีเงินสดเหลืออยู่ แต่การหานักลงทุนที่เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ระยะยาวได้สำเร็จ ทำให้เขารู้สึก “เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก” พร้อมมุ่งหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวครั้งใหม่ของ KLab ในอนาคตซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีข่าวเพิ่มเติม ทีมงานจะรีบนำมาอัปเดตให้ติดตามกันทันทีที่ This is Game Thailand ครับ







