เปรียบเทียบความต่างระหว่างเกม Darwin Project vs PUBG & Fortnite
Battle Royale น้องใหม่ ที่ค่อนข้างแตกต่างจากรุ่นพี่

ถึงคิวเกม Battle Royale น้องใหม่ อย่าง Darwin Project กันบ้างครับที่ผมจะนำมาเปรียบเทียบกับเกม PUBG และ Fortnite เรามาดูกันดีกว่าว่าเกม Darwin Project นี้มีอะไรเหมือน ต่าง หรือคล้ายกับเกมรุ่นพี่ทั้งสองอย่างไรบ้างครับ
โดนโจมตีแล้วปลิว (ต่างกับ PUBG & Fortnite)
จุดต่างแรกที่เจอในเกม Darwin Project นี้คือการที่ตัวละครโดนโจมตีเสร็จจะปลิว (เด้ง) ไประยะหนึ่ง ในขณะที่เกม PUBG & Fortnite จะไม่มีการเด้งอะไรแบบนี้ครับ

ระบบทรัพยากรณ์ และการคราฟท์ (คล้ายกับ Fortnite ต่างจาก PUBG)
ในเกมนี้จะมีการสะสมทรัพยากรณ์คือไม้ และหนัง ซึ่งจะคล้ายกับ Fortnite แต่ต่างกันในรายละเอียดของการคราฟท์ของ เพราะว่าทั้งสองเกมไม่ว่าจะเป็น Fortnite และ PUBG จะไม่มีการคราฟท์ของใดๆ ครับ นอกจากนี้ในเกม Darwin Project เรายังเลือกได้ด้วยว่าเราจะคราฟท์อะไรได้บ้าง โดยมีตัวเลือดมากมายเลยล่ะครับ

ระบบพื้นที่ต้องห้าม (คล้ายกับ PUBG & Fortnite)
ในเกมนี้จะมีระบบพื้นที่ห้ามเข้าเหมือนกันครับแต่จะแตกต่างกันหน่อยที่ PUBG หมอกจะค่อยๆ บีบตัวเข้ามา และจะมีพื้นที่สุ่มเป็นพื้นที่ห้ามเข้า ในขณะที่ Fortnite จะมีแต่หมอกไฟฟ้าที่บีบเข้ามา แต่ในเกม Darwin Project จะไม้ได้ใช้การบีบตัวเข้ามาของหมอก แต่เป็นการปิดโซนการเล่นไปเลยทีละโซนครับ (มีทั้งหมด 7 โซนด้วยกัน)

ความเป็น Survival (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
อีกจุดเด่นของเกมนี้คือส่วนผสมของความเป็น Survival ครับ โดยเกมรุ่นพี่ทั้งสองเกมจะมีเป้าหมายในการสะสมอาวุธ หนีหมอก และฆ่าผู้อื่นขึ้นเป็นที่ 1 ในขณะที่ Darwin Project จะมีจุดเพิ่มเติมเข้ามาอีกนิดนึงก็คือระบบ Survival ที่เราจะต้องดูแลเรื่องค่าความหนาวด้วย เพราะหากค่าความหนาวลดจนถึง 0 เลือดเราก็จะลดลงเรื่อยๆ จนถึงตายได้ครับ

ระบบอาวุธ (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
ระบบอาวุธในเกมนี้จะต่างจากเกมอื่นเอามากๆ ครับ โดยเกม PUBG & Fortnite เราจะต้องไปตามหาอาวุธที่อยู่ในที่ต่างๆ แต่เกมนี้จะล็อคมาเลยว่ามีอาวุธอยู่ 2 แบบเท่านั้นก็คือ ธนู กับ ขวาน ซึ่งธนูเราก็ต้องคราฟท์ลูกธนูจากไม้ที่เราหาได้ด้วย ซึ่งมีน้อยพอสมควร ฉะนั้นการต่อสู้ด้วยเกมนี้ค่อนข้างที่จะตึงเครียดกว่าเกมอื่นๆ อยู่พอสมควรครับ

ระบบติดตาม (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
ระบบที่ทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์มากขึ้นคือระบบการติดตามผู้เล่นอื่นผ่านสิ่งที่เขาทำครับ ไม่ว่าจะเป็นตอไม้ ซากเครื่องใช้ หรือซากการคราฟท์ เมื่อเราเข้าไปถึงของสิ่งนั้นเราสามารถที่จะกด Tracking เพื่อให้ระบบเปิดเผยตัวศัตรูขึ้นมาให้เห็นครับ นอกจากนี้หากศัตรูเพิ่งทำอะไรเสร็จไปแล้วเราอยู่ในระบะใกล้ เราจะเห็นแสงกระพริบ เหมือนกับรอยเท้าว่าศัตรูเดินไปทางไหนครับ

โหมดผู้เฝ้ามอง (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
หากเปรียบเกม PUBG & Fortnite เป็นเหมือนภาพยนตร์เรื่อง Battle Royale ของญี่ปุ่น เกม Darwin Project ก็คงเหมือนกับภาพยนตร์ Hunger Game ทางฝั่งยุโรป เพราะนอกจากผู้เล่น 10 คนที่จะไล่กำจัดกันจนขึ้นเป็นที่ 1 ยังมีผู้เล่นคนที่ 11 ก็คือ Spectator หรือผู้เฝ้าดูแลที่จะคอยออกคำสั่งพิเศษต่างๆ เช่นปิดพื้นที่ ยิงนิวเคลียร์ ชาร์จพลังงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นแบบคนละทิศคนละทางเลย

โหมด Man Hunt (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
ต่อจากข้อที่แล้วคือผู้เฝ้ามอง จะมีคำสั่งนึงก็คือ Man Hunt ที่ผู้ดูแลจะชี้เป้าผู้เล่น 1 คนให้ผู้เล่นทั้งหมดมองเห็นและตามล่าเขา หากใครสามารถฆ่าเป้าหมายได้ ก็จะได้ของพิเศษจำนวนมากครับ

แผนที่ตัวกวน (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
จริงๆ มันคือแผนที่แอบดูคนอื่นครับ แผนที่นี้จะแอบอยู่ตามจุดต่างๆ ที่จะทำให้เรามองเห็นศัตรูทุกคนได้ ทำให้เราวางแผนในการสู้ได้ หรือวางแผนหลบหนีก็ได้ครับ

จำนวนผู้เล่น (ต่างจาก PUBG & Fortnite)
จำนวนผู้เล่นในเกมนี้จะมีเพียง 10 คนต่อรอบเท่านั้น (รวมผู้เฝ้ามองอีกหนึ่งเป็น 11 คน) ในขณะที่เกมรุ่นพี่อีก 2 เกมจะมีผู้เล่นมากถึง 100 คนต่อแมตช์ ทำให้เกม Darwin Project แตกต่างจากเกมรุ่นพี่ทั้งสองครับ

จบกันไปกับการเปรียบเทียบระบบเกมของ Darwin Project และ PUBG & Fortnite นะครับ โดยเกม Darwin Projecy จะห้อารมณ์เหมือนเกม Survival + Battle Royale มากกว่าอีก 2 เกมครับ หากใครอยากลองเล่น Darwin Project ล่ะก็สามารถดาวน์โหลดเล่นฟรีได้บน Steam ในช่วง Early Access นี้ครับ
ในครั้งหน้าหากมีเกมใดน่าสนใจนำมาพูดคุยกัน อย่าลืมมาติดตามได้ที่คอลัมน์ กินขนมเล่นเกม นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ







