วิเคราะห์เจาะลึก! Bluehole จะฟ้อง Epic สำเร็จหรือไม่?!
เรามาเข้าใจคำว่าลิขสิทธิ์กันก่อน รับรองถึงบางอ้อเลยล่ะครับ

Bluehole ได้ออกมาประกาศฟ้อง Epic ในเรื่องของการพัฒนาเกมที่มีรูปแบบคล้ายกับเกม PUBG ของพวกเขา ศึกนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง Bluehole ฟ้องร้องเกมอื่นที่มีรูปแบบเป็น Battle Royale เพราะก่อนหน้านี้ทางเกมนี้ก็ได้ฟ้องร้องเกม Knives Out มาก่อนแล้ว ทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมาพอสมควรครับ
‘เราพบว่าทาง Epic Games ได้ใช้เกม PUBG เป็นต้นแบบในการพัฒนาเกมและโปรโมทเกม Fortnite โดยสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นไม่เคยมีการพูดคุยกับพวกเรามาก่อน และเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องเลย’ Chang Han Kim กล่าว
ถ้าใครยังงงอยู่ต้องขอเท้าความไปที่ตอนแรกว่า ทีม Epic เป็นทีมที่พัฒนาเกม PUBG มาก่อน โดยในตอนนั้นพวกเขาก็กำลังสร้างเกม Fortnite ได้ทั้งเกม PUBG ได้สร้างกระแสเกมแนว Battle Royale ได้เป็นอย่างดี ทำให้ทาง Epic Games ออกมาประกาศเปิดตัวเกม Fortnite Battle Royale ที่เปิดให้เล่นได้ฟรีไม่เสียเงินใดๆ โดยใช้เอนจิ้นเดียวกันนั่นก็คือ Unreal Engine 4

การฟ้องร้องนี้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ?
น่าสนใจที่ว่าการฟ้องร้องนี้ Bluehole ออกจะเสียเปรียบอยู่เล็กน้อยหากมองในเชิงลึก เพราะเกม PUBG ใช้ลิขสิทธิ์ Unreal Engine ของทาง Epic Games อยู่ ซึ่งก็มีคำถามว่า Epic Games สามารถยกเลิกลิขสิทธิ์ของทาง Bluehole ได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ ‘สามารถถอดถอนได้หากทาง Bluehole ละเมิดข้อตกลง (EULA) ของการใช้เอนจิ้นตัวนี้ (เช่นทำเกมที่ขายได้แล้วไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับผู้พัฒนาเอนจิ้นนี้)’
แต่เราก็ไม่รู้ในเชิงลึกมากไปกว่านี้ว่า Epic และ Bluehole ได้มีการทำสัญญานอกเหนือจาก EULA นี้หรือไม่ ถ้ามีก็อาจจะเป็นข้อสุ่มเสี่ยงของทาง Bluehole ก็เป็นได้ และมีแนวโน้มเป็นเช่นนั้น เพราะในตอนแรก Bluehole ถือว่าเป็นบริษัทพัฒนาเกมอินดี้ที่จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทใหญ่ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าพวกเขายอมเซ็นสัญญาเสียเปรียบเพื่อให้มีแรงสนับสนุนจากทาง Epic
คำถามต่อมาคือแล้ว Epic ได้ละเมิดข้อตกลงอะไรหรือไม่ ซึ่งก็ต้องย้อนกลับมามองในเรื่องของลิขสิทธิ์ ในเรื่องของการคัดลอกเกม โดยสิ่งหนึ่งที่เราต้องจำให้ขึ้นใจก่อนก็คือ ‘ประเภทของเกมไม่นับเป็นหนึ่งในเรื่องลิขสิทธิ์ เช่น TPS, FPS, Strategy, Card Game, รวมถึง Battle Royale ด้วย’ เพราะในส่วนนี้มันกว้างจนเกินไป ถ้าหากนับส่วนนี้เป็นลิขสิทธิ์จะทำให้ไม่มีเกมใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อีกเลย

แล้วลิขสิทธิ์ปกป้องเรื่องอะไรบ้าง?
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการปกป้องในเรื่องนี้มีทั้งหมด 2 ประเด็นด้วยกันได้แก่
1) มีการเข้าระบบไปในตัวเกม ซึ่งเกมนั้นต้องมีการป้องกันอย่างดีเพื่อป้องกันการถูกเข้าถึงระบบ และนั่นแปลว่าคนที่เข้าถึงระบบได้โดยที่ไม่ได้รับคำอนุญาตคือการเจาะระบบเข้าไป (แฮ็คนั่นเอง) และ
2) มีการใช้องค์ประกอบจากเกมมากพอสมควร เขาว่ามากพอสมควรไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 ส่วนเท่านั้น แต่อาจจะต้องมากกว่านั้นเป็นจำนวนมากเพียงพอที่จะเรียกได้ว่าก๊อปปี้จนเห็นได้ชัดเจน จนผู้เล่นสับสนว่าเกมไหนคือ PUBG แท้ เกมไหนคือ PUBG ก๊อป
ส่วนใหญ่ในการฟ้องร้องเรื่องถูกละเมิดลิขสิทธิ์มักจะเข้าใจผิดเป็นการฟ้องร้องรูปแบบประเภทของเกมเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมันไม่สามารถเป็นไปได้ ลองนึกถึงภาพของโลกที่มีเกม TPS เพียงเกมเดียว เกมวางแผนการรบเพียงเกมเดียว หรือเกท RPG เพียงเกมเดียว มันก็คงแปลกพิลึกใช่ไหมล่ะครับ?
กลับมามองถึงประเด็นของ Epic กับ Bluehole ว่าทางเกม PUBG จะเอาผิดจาก Fortnite ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่ายากพอสมควร เพราะสิ่งที่ทำให้เกม Fortnite Battle Royale เหมือนกับ PUBG ก็เพียงแค่ประเภทของเกมและรูปแบบของเกม แต่ Fortnite Battle Royale ก็ได้พัฒนาในส่วนที่แตกต่างออกไป รวมถึงไม่ได้ใช้องค์ประกอบใดๆ จากเกม PUBG เลยแม้แต่น้อย หรือสรุปง่ายๆ ก็คือไม่มีใครสับสนว่าเกมไหนคือ PUBG หรือเกมไหนคือ Fortnite Battle Royale นั่นเอง

ผลการฟ้องร้องจะเป็นอย่างไร?
ก็ต้องบอกว่า โอกาสที่ทาง Bluehole จะฟ้องร้อง Epic สำเร็จนั้นยากมาก เพราะอย่างที่ได้บอกไปในหัวข้อเมื่อกี้ว่าทาง Epic ไม่ได้มีการนำองค์ประกอบใดๆ ของ PUBG มาใช้ ไม่ว่าจะเป็น เสียงประกอบ เพลง รูปร่างตัวละคร ชุดสวมใส่ หรืออื่นๆ ก็ตาม
และหากมองในเรื่องของเอนจิ้นที่ใช้ในการพัฒนา ก็ค่อนข้างยากเพราะเป็นข้อตกลงระหว่าง 2 บริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับเจ้าของเอนจิ้นเลยแม้แต่น้อย
ในเรื่องของการโปรโมทล่ะ? ก็ลำบากครับเพราะว่าทาง Epic ไม่ได้โปรโมทเกมของพวกเขาว่า ‘มาเล่นเกมส์ PUBG เกมใหม่กันเถอะ!’ ทำให้การโปรโมทก็ไม่เข้าข่ายในเรื่องที่จะฟ้องร้องได้
สรุปจบในตอนนี้ ก็พอจะคาดเดาผลของการฟ้องร้องได้ระหว่าง Bluehole และ Epic แต่ผลที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นเราก็ต้องติดตามกันต่อไป ถ้ามีข่าวความคืบหน้าใดๆ จะนำมารายงานให้ได้ทราบเป็นครับ








