
“เลิกดูหนังโป๊ วันที่ 1”
“เลิกดูหนังโป๊ วันที่ 2 ”
“เลิกดูหนังโป๊ วันที่ 1”
ชาเลนจ์เลิกดูหนังโป๊หรือสื่อลามกในโลกออนไลน์กลายเป็นภาพคุ้นตา ไม่ต่างจากชาเลนจ์เลิกหวาน เลิกน้ำอัดลม หรือเลิกเล่นมือถือก่อนนอน และนี่คือสิ่งที่สะท้อนความพยายามของคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า ตัวเองกำลัง “ดูมากเกินไป” แม้จะพยายามหยุดแล้วหยุดอีก แต่ก็ยังวนกลับมาที่จุดเดิม
ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศที่เราเปิด YouTube ดูคลิปสอนทุกอย่างได้ตั้งแต่ซ่อมรถยันทำกับข้าว แต่สื่อลากมก หรือเว็บหนังโป๊กลับเป็นสิ่งที่ “เข้าไม่ได้” ไม่ใช่เพราะอินเทอร์เน็ตมีปัญหา แต่เพราะถูกบล็อกด้วยเหตุผลด้านศีลธรรมและการปกป้องสังคม
ทุกครั้งที่มีข่าวรัฐเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงสื่อลามก ตั้งแต่การ์ตูนฮาเร็ม เว็บหนังโป๊ทั่วไป ไปจนถึงแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Pornhub คำถามเดิมก็มักถูกหยิบขึ้นมาถกเถียงกันเสมอว่า การปิดกั้นแบบนี้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง หรือแค่ทำให้ผู้คนเปลี่ยนไปใช้ VPN แทน
เพราะในความเป็นจริง ความต้องการไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนวิธีเข้าถึง แต่แม้ว่าในขณะที่การถกเถียงเรื่องศีลธรรมยังเดินต่อ งานวิจัยล่าสุดก็มีการนำเสนออีกมุมหนึ่งว่าแก่นของเรื่องอาจไม่ใช่ “ดูบ่อยแค่ไหน” แต่อยู่ที่ “ดูไปเพื่ออะไร” มากกว่า
.
🔍 ปัญหาอาจไม่ใช่ “ดูบ่อย” แต่คือ “ดูเพราะอะไร” 🔍
รายงานจาก PsyPost ที่พูดถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Pécs ในประเทศฮังการี ระบุว่า สิ่งที่ควรถามไม่ใช่ว่า “ดูสื่อลามกกี่ครั้งต่อสัปดาห์” แต่ควรถามว่า “ดูไปเพื่ออะไร”
นักวิจัยพบว่า ความถี่ในการดูอย่างเดียว แทบไม่สามารถบอกได้เลยว่าคนนั้นกำลังมีปัญหาหรือไม่ แต่แรงจูงใจเบื้องหลังการดูต่างหาก ที่สะท้อนสุขภาวะทางเพศและอารมณ์ได้ชัดกว่า
.
⚖️ ดูเพราะอยาก vs ดูเพราะหนีความเครียด ⚖️
งานวิจัยพบว่า คนที่ดูสื่อลามกด้วยเหตุผลธรรมดา ๆ เช่น อยากเพิ่มสีสันให้ชีวิตทางเพศ อยากรู้จักความชอบของตัวเองมากขึ้น หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความใกล้ชิดกับคนรัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจอปัญหาจากการดู ถึงจะดูบ่อยก็ยังควบคุมตัวเองได้ และไม่ได้รู้สึกว่าการดูเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวัน
แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่เปิดดูในวันที่เหนื่อยมาก เครียดสะสม รู้สึกเหงา หรือใช้สื่อลามกเป็นทางหนีจากปัญหาที่เจออยู่ในชีวิตจริง แบบนี้มีแนวโน้มเจอปัญหามากกว่า ทั้งอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ควบคุมความต้องการตัวเองได้ยากขึ้น หรือเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์กับคนรอบข้างค่อย ๆ ห่างออกไป
.
🧪 งานวิจัยนี้ศึกษาใครบ้าง 🧪
การศึกษาครั้งนี้เก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่ชาวฮังการี 890 คน แบ่งเป็นผู้หญิง 600 คน และผู้ชาย 290 คน โดยให้ตอบแบบสอบถามออนไลน์แบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อให้ผู้ตอบกล้าเล่าพฤติกรรม และความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
.
🧠 นักวิจัยชี้ สังคมโฟกัสผิดจุดมานาน 🧠
ศาสตราจารย์ Norbert Meskó จากมหาวิทยาลัย Pécs อธิบายว่า ที่ผ่านมางานวิจัยจำนวนมากมักโฟกัสแค่ว่า ผู้คนดูสื่อลามก “บ่อยแค่ไหน” แต่ตัวเลขพวกนี้จริง ๆ แล้วแทบไม่ได้บอกเลยว่า คนคนนั้นกำลังมีปัญหากับการดูสื่อลามกจริงหรือเปล่า
สิ่งที่ทีมวิจัยสนใจมากกว่าคือ การดูสื่อลามกไปเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึก และชีวิตทางเพศของแต่ละคนอย่างไร และเหตุผลที่ต่างกัน ทั้งดูเพื่อความสุข หรือดูเพื่อหนีปัญหา กำลังพาชีวิตของแต่ละคนไปในทิศทางไหน
.
❗ ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ❗
แน่นอนว่างานวิจัยนี้ก็มีข้อจำกัด เพราะข้อมูลทั้งหมดอาศัยการเล่าจากความทรงจำของผู้ตอบ ซึ่งอาจไม่แม่นยำ 100% อีกทั้งในชีวิตจริง แรงจูงใจในการดูสื่อลามกมักไม่ได้มีแค่เหตุผลเดียว บางคนอาจดูเพื่อความเพลิดเพลินไปพร้อมกับการคลายเครียด และแรงจูงใจเหล่านี้ก็สามารถเปลี่ยนไปได้ตามช่วงเวลา
.
✅ บทสรุป: อย่าด่วนตัดสินจากจำนวนครั้ง ✅
Meskó บอกว่า ในชีวิตจริง สิ่งที่ควรถามไม่ใช่ว่าใครดูสื่อลามกกี่ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ควรถามว่า เวลาดูแล้วเขารู้สึกแย่หรือทุกข์ใจกับมันหรือเปล่า เพราะจำนวนครั้งไม่ได้หมายความว่าคนนั้นมีปัญหาเสมอไป
เขาย้ำว่า สื่อลามกไม่ควรถูกตัดสินแบบสุดโต่งว่าเป็นของดีหรือของแย่ทั้งหมด สำหรับบางคน มันอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตทางเพศที่ปกติ แต่สำหรับบางคน มันอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า กำลังมีเรื่องเครียด เรื่องอารมณ์ หรือปัญหาบางอย่างในชีวิตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข





