PS5XBOXคอนโซล / พีซีพีซีรีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

ภาคที่ควรจะสมบูรณ์ของเกมต่อสู้สุดเซ็กซี่จากปี 2019

หมายเหตุ: ตัวเกมที่ได้นำมารีวิวเป็นเกมเวอร์ชัน PlayStation 5 ประสบการณ์ที่ได้รับอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม

เป็นเวลาถึง 6 ปีเต็มหลังจากการวางจำหน่ายของ Dead or Alive 6 เกมภาคต่อของแฟรนไชส์ต่อสู้ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างตัวละครหญิงสาวที่มาพร้อมเทคนิคศิลปะการต่อสู้หลากหลายและระบบการเล่นที่เรียบง่ายแต่ออกคอมโบได้อย่างอลังการ ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบการทำตลาดรวมไปถึงภาพลักษณ์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาช่วงแรกได้ส่งผลต่อความสนใจของแฟนเกมไม่้น้อย รวมไปถึงแง่ของคุณค่าการเล่นซ้ำที่น้อยถนัด

กระทั่งต้นปี 2026 ที่ผ่านมา เกือบจะเป็นเวลาครบรอบ 7 ปีในอีกไม่กี่อึดใจ KOEI Tecmo ได้ยืนยันเรียบร้อยว่า Dead or Alive 6 นั้นจะได้รับการปรับโฉมใหม่สู่เวอร์ชัน Last Round ที่นับว่าเป็นเกมตัวสมบูรณ์ พร้อมตัวละคร DLC เกือบทั้งหมดที่เปิดให้เล่นได้ และการปรับแต่งเพื่อประสบการณ์เน็กซ์เจ็นบนอุปกรณ์ยุคปัจจุบัน แต่นั่นจะเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ‘เพียงพอ’ หรือ? วันนี้พวกเรา ThisIsGame Thailand ก็ไม่พลาดขอลงสังเวียนเพื่อนำความรู้สึกมาแบ่งปันกัน

การนำเสนอ

ในเกม Dead or Alive ทุกๆ ภาคมีจุดเด่นเรื่องการนำเสนอที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือรายชื่อโหมดการเล่นที่เข้าถึงได้ง่ายดาย เริ่มตั้งแต่โหมดเนื้อเรื่อง โหมดการเล่นแบบอาร์เคด ออนไลน์ และโหมดการแต่งตัวที่เพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าเทียบกับภาค 6 เวอร์ชันต้นฉบับปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกผิดหวังตั้งแต่ต้นเพราะใช้ของเดิมเลย แต่ก็เป็นแค่เรื่องของ UI นั่นแหละนะครับ และอย่างน้อยเกจพลังของตัวละครเองก็เปลี่ยนสีเหมือนเป็นการต้อนรับการกลับมาครั้งใหม่

สำหรับเนื้อเรื่องของ Dead or Alive 6 เราก็คงจะไม่พูดถึงเชิงลึกมากมายเพราะไม่ได้เพิ่มอะไรมาให้จากเดิม และเอาเข้าจริงเนื้อเรื่องเกมในมุมของผมคิดว่าเข้ารกเข้าพงมาตั้งแต่ภาค 5 (เน้นแค่มิติของเนื้อเรื่อง) แต่ส่วนที่รู้สึกว่าทำได้ดีขึ้นการเล่าเรื่องแบบแบ่งตอน ไม่ได้แยกเนื้อเรื่องตามตัวละครเหมือนสมัยก่อนอีก ทำให้เราปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้ แต่ก็ควรมีพื้นฐานจากภาคเก่าๆ มาบ้าง และถ้าถามว่ามี WOW Factor ไหม คำตอบคือมี แต่การเกลี่ยบทก็อาจจะไม่ได้เอาใจครบทุกคน บางตัวที่ปูมาตั้งแต่ภาค 3 – 4 กลายเป็นรองไปเลยก็มี ตัวโจ๊กยังไงก็ยังโจ๊กยังงั้น

นอกเหนือจากนั้นโหมดการเล่นที่เคยขาดไปอย่าง Tag Battle… ก็ยังขาดไปเหมือนเดิม! เอ๊อ เอายังไงล่ะ แต่ความสนุกมันก็คือการเล่นเกมต่อสู้แบบตัวต่อตัวนั่นแหละ ดังนั้นก็หยวนๆ ไป ข้ามมาที่ฝั่งออนไลน์ แม้จะไม่มี Rollback Netcode แต่เกมตั้งแต่เวอร์ชันแรกก็ลื่นอยู่แล้ว ลื่นกว่าภาค 5 อย่างเห็นได้ชัดครับ (เซ็งที่ไม่มีครอสเพลย์นี่แหละ นี่มันปี 2026 แล้วนะเพ่!) แต่ในส่วนเกมเพลย์เราจะไปคุยกันในหัวข้อถัดไป ดังนั้นขอพาทุกคนไปพบกับอีกสองโหมดสำคัญของภาค 6 ที่ค่อนข้างสำคัญดังนี้

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

เริ่มจาก DOA Quest เป็นเหมือนกับโหมดการทำภารกิจเพื่อเก็บเงิน โดยมันจะมีเนื้อเรื่องคร่าวๆ เป็นเหมือนว่าเรากำลังอยู่ในการทดลองของ NiCO หนึ่งในตัวละครใหม่ ซึ่งก็เป็นการฝึกซ้อมแบบมีโจทย์มาให้ และแลกเงินมาใช้ในโหมด DOA Central ที่มีคำสั่งให้เราได้แต่งตัวตัวละครนั่นเอง โดยสิ่งที่ซื้อได้จะมี ชุด, ทรงผม และแว่นตา ประกอบกันเป็นเซ็ต และลดความหงุดหงิดจากเดิมที่เคยปลดยากหลายขั้นตอนให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้น

เกมยังต้องการการปลดล็อกชิ้นส่วนของชุดก่อนจากนั้นจึงจะสามารถใช้เงินมาแลกได้เหมือนเดิม ซึ่งส่วนนี้ทำให้คนด่ากันมานักต่อนัก แต่พวกเขาลดราคาลงมาเยอะมาก เราเลยปลดล็อกชุดกันได้ครบเร็วขึ้น แต่สำหรับแว่นตาและทรงผม ยังอยู่ที่ราคา 1,000 – 5,000 เหมือนเดิม ไม่รู้ครับว่าทำไม และไม่มีเครื่องแต่งกายใหม่นอกจากสำหรับตัวละครที่ประกาศไป 5 ตัวละคร ที่หลายชุดก็ย้อมแมวจากชุดเดิมด้วยซ้ำ…

ระบบการเล่น

มั่นใจว่าด้วยความเอิงเอยที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้คนเรายังคงเล่น Dead or Alive 6 ได้อยู่คือเกมเพลย์ที่รวดเร็วทันใจมากๆ นั่นคือการบังคับด้วยปุ่ม เตะ ต่อย จับทุ่ม และป้องกัน มีการชนะแพ้ทางเป็นวงกลมแบบเป่ายิงฉุบ โดยปุ่มป้องกันสามารถกดคำสั่งให้กลายเป็นการจับล็อคเพื่อเคาเตอร์กลับเป็นท่าสวยๆ และมีท่าใหม่เรียกว่า Fatal Rush ที่เราสามารถกดปุ่ม R2 รัวๆ (ใช้เกจพลัง) จนกลายเป็นท่าไม้ตายได้ เกจพลังด้านบนนี้เองยังประยุกต์เป็นการหลบ การไซด์สเต็ป เพิ่มมิติการเล่นมากขึ้น

ความสนุกของ Dead or Alive ตั้งแต่ภาค 2 เป็นต้นมาก็คือสมรภูมิที่เป็นฉากขนาดใหญ่และตอบโต้กับเราได้ โดยภาคนี้ก็ยังมีฉากที่อลังการและมีลูกเล่นเช่นเดิม แต่ดีกรีมันลดลง เหมือนกับว่าการตกจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตรงๆ มากกว่าจะเป็นความแพรวพราว ครีเอต มีอารมณ์ขัน อย่างการตกบันได โดนช็อตเป็นต้น และฉากมีปริมาณที่ค่อนข้างน้อย ไม่ได้เห็นความแฟนซีมากเท่าภาคเก่าครับ กระนั้นก็มีฉากที่เป็นแบบสังเวียนมาตรฐานหลายฉากเลย คาดว่าเป็นไปตามการวางแผนในยุคนั้นที่ KOEI Tecmo อยากโฟกัสความรู้สึกที่ Competitive มากขึ้น มองด้วยแว่นนี้ถือว่าตีโจทย์แตกครับ

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

ในความคิดผม ผมคิดว่าพื้นฐานของ Dead or Alive 6 คือภาคที่เกมเพลย์ลงตัวและลื่นไหลมากที่สุด แต่ถ้าใครเล่นมาหลายภาคอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรเพิ่มเติมมาจากเดิมนัก โดยเฉพาะถ้าเล่นมาจากภาค 5 เพราะมันเพียงแค่เปลี่ยนจาก Power Blow ที่ใช้ตอนพลังใกล้หมด มาเป็น Fatal Rush ที่อาศัยเกจพลังแทน แต่ส่วนตัวยังมองว่าเกจพลังช่วยให้เกมสนุกขึ้นและมีความพลิกแพลงมากกว่าภาคอื่นๆ ครับ เวลาเราใช้ลูกล่อลูกชนจนอีกฝ่ายเผลอปล่อยท่าไม้ตายแล้วพลาดนี่โคตรสะใจ

คอนเทนต์ที่เพิ่มเข้ามา

เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนเวอร์ชันจากภาคหลักสู่ Ultimate สู่ Last Round ในภาคก่อนๆ เราจะพบว่าเกมมีการนำเสนอคอนเทนต์เพิ่มเติมด้วย ซึ่ง Dead or Alive 6 Last Round ก็เพิ่มเหมือนกัน นั่นคือตัวละคร Rachel, Momiji, Nyotengu, Phase-4 และ Tamaki ขาดเพียงแค่ Mai และ Kula ที่เป็นตัวละครครอสโอเวอร์และต้องซื้อใหม่ (แบบงงๆ) โดยในส่วนของชุดตัวละครจะไม่มีแถมมาให้นอกจากชุดพิเศษ 5 ตัวละครดังอย่าง Kasumi เป็นต้น

ถัดมาเป็น Photo Mode ซึ่งเป็นส่วนเสริมที่ไม่มีในเกมภาคก่อนหน้า โดยมีเครื่องมือการปรับโฟกัสและการปรับความชุ่มเหงื่อ ปริมาณฝุ่นบนโมเดล แต่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจการบังคับเหมือนกัน เพราะว่าเกมไม่ได้จับโมเดลมาโพสท่า หากแต่เราต้องจำลองฉากการเล่น และเลือกให้พวกเธอออกอนิเมชันตามมูฟเซ็ตจริงๆ ทั้งนี้ถ้าเกิดชินแล้วก็ถือว่ามีโอกาสทำภาพฮาๆ หรือเซ็กซี่ได้ เช่นท่า Taunt เป็นต้น

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

โดยรวมแอบรู้สึกว่าน่าจะเพิ่มชุดตัวละครเข้ามาแบบภาค 5 ที่จะมี DLC มาเพิ่มบางส่วน กระนั้นอาจเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะตัวละครมีมูลค่าสูงครับ แต่ที่หงุดหงิดก็คือเราต้องซื้อตัวละครเดิมซ้ำในส่วนของ Mai กับ Kula และมันแพงขึ้นมากด้วย! เครื่องแต่งกายก็แพงขึ้นสองเท่าเลย แถมชุดแรกที่เปิดมาของ Marie Rose ก็กร้าวใจสุดๆ เพราะเป็น DLC ชุดเดียว แยกสี 4 สี ต้องเสียเงินซื้อแยกหมด อันนี้มันคนละส่วนกับเกมหลักนะ แต่อดไม่ได้ต้องนำมาพูดถึง

ท้ายที่สุด เกมยังนำเสนอ OBORO หรือระบบแสงแบบใหม่ที่เป็นคุณสมบัติของ Katana Engine เวอร์ชันล่าสุด ปรับเปลี่ยนให้บางฉากที่รองรับมีภาพกราฟิกที่สวยขึ้นแบบเน็กซ์เจ็น อันนี้คิดว่าเลือกด่านได้ถูกเลย โชว์เคสกันสุดๆ ทั้งภาพการสะท้อนของแม่น้ำและโมเดลตัวละครเองก็ดูดีขึ้นกับแสงของฉากใหม่นี้ครับ เสียดายที่มีเพียงแค่ด่านเดียวในตอนนี้ แต่ก็จะได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมในอนาคตอยู่ดี

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

ด่าน Lost Paradise เมื่อเปิดฟังก์ชัน OBORO (ขวา)

Dead or Alive 6 Last Round สมบูรณ์ที่ไม่สมบูรณ์

Dead or Alive 6 Last Round มีความสมบูรณ์ในเรื่องของตัวละคร (ก็ยังในระดับนึง) ที่ผู้เล่นใหม่ซื้อปุ๊บ เริ่มต้นได้เลยครบทุกเมนไม่ต้องรวมแก๊ง King of Fighters แต่! หลายอย่างที่มันเคยไม่ลงตัว มันก็ไม่ลงตัวเหมือนเดิม ทั้งโหมด Tag ที่หายไป ขั้นตอนการปลดล็อคชุดตัวละครซ้ำซ้อนที่ร่นเวลาแล้วแต่ยังคงน่าเบื่อ ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าทำไมถึงต้องใช้วิธีการปลดล็อกแบบนี้ด้วย

สิ่งที่ยิ่งทำให้ Last Round ดูใช้งานลำบากมากขึ้นไปอีกคือการเลือกซื้อชุด DLC จากภาคเก่า ซึ่ง ณ ตอนนี้ (8 กรกฎาคม) เป็นเวลาสองสัปดาห์แล้วครับหลังการวางจำหน่าย แต่หากเราต้องการใช้ชุดภาคเก่าจากเวอร์ชันแรก เราต้องล็อคอินเข้าเกมภาคนั้นหนึ่งครั้งก่อนถึงจะอิมพอร์ตมาได้ ฟังแบบนี้ทุกคนคงคิดว่า อ้ะ เราก็ล็อคอินตามปกติแล้วลบเกมไปซะ ทว่าในกรณีที่เปลี่ยนใจอยากซื้อชุดเพิ่ม เราต้องเข้ามาโหลดเกมภาคหลักใหม่อีกครั้งเพื่อให้ข้อมูลพร้อมซิงค์ไปเกมใหม่! แทนที่จะสามารถซื้อได้โดยตรงจากภาค Last Round

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

เสียเวลาฟาร์มเหมือนเดิม แต่ปลดล็อกได้ง่ายขึ้นเพราะชุดที่แถมมากับเกมราคาถูกลง

ในส่วนของ Core Fighters ที่เป็นเวอร์ชันฟรี อันนี้ก็ยังมีหลักการทำงานเหมือนเดิมคือตัวละครที่ให้ฟรีนั้นเราสามารถใช้เล่นออนไลน์หรือทำอะไรก็ได้เต็มที่ และเราสามารถเลือกซื้อตัวละครเพิ่มได้เองในราคาราว 260-360 บาทต่อตัวละคร ซึ่งถ้าเกิดซื้อเรื่อยๆ แล้วกลัวเกินงบ เหมือนเราก็ควรอัปเกรดไปตัวเต็มที่ราคาประมาณ 1,300 – 1,400 บาทเลยน่าจะดีกว่าครับ และยิ่งถ้าเกิดใครเล่น Core Fighters ของภาค 6 มาตรฐานแล้วซื้อตัวละครในเกมนั้นไป อันนี้อิมพอร์ตมาไม่ได้ครับ (ฮ่วย!)

กราฟิกและเพลงประกอบ

Dead or Alive 6 แสดงผลได้สวยงามมากๆ ตั้งแต่เวอร์ชันแรก ไม่มีใครปฏิเสธข้อนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลักหรือแม้กระทั่งหนุ่มๆ ที่แทบไม่มีบทนอกจากกลุ่มตัวเอก พวกเขามีโมเดลคุณภาพสูง ใช้โมเดลสเกลคนจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ดูการ์ตูนเกินไป พร้อมเพิ่มความสมจริงด้วยระบบแสดงผลแผลตามร่างกายเมื่อสู้ไปเรื่อยๆ ยิ่งเป็นภาค Last Round บนอุปกรณ์คอนโซลเน็กซ์เจ็น เราก็ยิ่งสามารถเพลิดเพลินกับงานภาพขั้นเทพนี้ได้แบบคมชัดยิ่งขึ้น เฟรมนิ่ง โหลดหน้าจอไวกว่าเดิมครับ แต่เรื่องพาร์ติเคิลคิดว่ายังเหมือนเดิม คือมันทำได้สวยมากอยู่แล้ว

ส่วนเพลงประกอบคิดว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรเหมือนภาค 2 – 4 รอบนี้ไม่มีเพลงประกอบของตัวละครแล้วครับ เป็นเพลงของด่านนั้นๆ เลย คิดว่าโปรดักชันเสียงไม่ดีด้วยเหมือนกัน สังเคราะห์มากกว่าเล่นสด เสียงการต่อยตีก็ไม่ถือว่าสะใจมากนัก มาลงทุนเรื่องเสียงพากย์แทน เสียงระเบิดของเอฟเฟกต์ตามฉาก ทำดีครับข้อนี้

[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!
[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!
[รีวิว] Dead or Alive 6 Last Round เกมไฟต์ติ้งสวยประหาร ชุดสุดคุ้ม!

เรื่องของอารมณ์ อนิเมชันใบหน้า ก็ทำออกมาได้สวยงามทีเดียวครับ

บทสรุป

สำหรับผู้เล่นเดิมของ Dead or Alive 6 ณ ตอนนี้คงไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักนอกจากชุดใหม่และตัวละครใหม่ที่จะเปิดตัว ซึ่งมันก็คือการบีบให้เราอัปเกรด แต่ด้วยราคานี้และความไม่ลงตัวหลายๆ อย่าง การอัปเกรดมันเลยเป็นความจำใจ กลับกันพอมองจากมุมผู้เล่นใหม่ Last Round ได้กลายเป็นเวอร์ชันที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงเกมได้ในราคาที่ต่ำลงแต่ได้ตัวละครเริ่มต้นมามากขึ้น แถมยังพร้อมรับคอนเทนต์อื่นๆ ในอนาคตอีกต่างหาก อย่างน้อยยังดีที่มีเวอร์ชันฟรีเหมือนเดิมให้ช่วยตัดสินใจ หรือถ้าโลกสวยสุดๆ ก็คือ Dead or Alive 6 Last Round คือคำขอโทษของผู้พัฒนาที่เคยพลาดไปในเวอร์ชันเก่าเมื่อ 7 ปีก่อน

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจสามารถเลือกซื้อ Dead or Alive 6 Last Round ได้แล้ววันนี้บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC โดยมีทั้งรูปแบบมาตรฐาน และรูปแบบ Core Fighters ซึ่งเป็นเกมฟรีที่มาพร้อมสิทธิ์การเล่นตัวละครบางส่วน โอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันอีกอย่าลืมติดตามที่นี่เช่นเคยเพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหวและเรื่องราวน่าสนใจในวงการเกมก่อนใคร

GantaroZX

นักข่าวเกมที่แต่งตัวโป๊ที่สุดในประเทศไทย
Back to top button