Hotta Studio แจงประเด็นการใช้ AI ใน Neverness to Everness พร้อมเดินหน้าปรับปรุง
ใช้ AI เพียงบางส่วนในฉากหลัง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการเกมเมื่อเร็วๆ นี้สำหรับ Neverness to Everness หรือ NTE เกมแนว Action RPG โอเพ่นเวิลด์ในบรรยากาศเมืองสุดล้ำ หลังจากที่เหล่าผู้เล่นเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ AI ในการสร้างทรัพยากรภายในเกม ล่าสุดทางทีมงาน Hotta Studio ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านบัญชี X ทางการอย่าง NTE_GL เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าตัวละคร เนื้อเรื่อง และโลกของเกมนั้นถูกสร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน นักเขียน และนักออกแบบที่เป็นมนุษย์อย่างแน่นอน
ทางผู้พัฒนาได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีการนำเครื่องมือ AI มาช่วยในการทำงานจริง แต่จำกัดอยู่ในวงแคบเพียงแค่การสร้างส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในฉากหลังและสภาพแวดล้อมบางจุดเท่านั้น ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับเนื้อหาหลักที่กำหนดทิศทางของเกม อย่างไรก็ตาม กระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มรุนแรงขึ้นหลังจากมีการพบภาพโปสเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกับผลงานจากแอนิเมชันเรื่อง Weathering With You รวมถึงฉากแอนิเมชันในภารกิจปล้นที่มีความผิดปกติซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานที่สร้างโดย AI
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทาง Hotta Studio ต้องรีบออกมาแถลงการณ์คือกรณีของ IronMouse วีทูเบอร์ชื่อดังระดับโลกที่ยกเลิกการร่วมงานโปรโมตเกมนี้ โดย IronMouse ได้ระบุว่าทีมงานไม่ได้แจ้งข้อมูลเรื่องการใช้ AI ให้ทราบตั้งแต่ต้น ซึ่งเมื่อทราบในภายหลังจึงตัดสินใจยุติการเป็นพาร์ตเนอร์ทันที เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ทางผู้พัฒนายอมรับว่าการสื่อสารที่ผิดพลาดและการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่สมบูรณ์สร้างความไม่สบายใจให้กับชุมชนผู้เล่นเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันทีมงานได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบและลบเนื้อหาที่มีปัญหาออกไปแล้ว โดยเฉพาะแอนิเมชันในภารกิจปล้นที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงประกอบและคลื่นรบกวนบนหน้าจอโทรทัศน์เป็นการชั่วคราว เพื่อรอการปรับปรุงใหม่ด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการแจกของรางวัลเพื่อชดเชยและขอบคุณผู้เล่นที่ยังสนับสนุน เช่น Annulith จำนวน 1,600 อัน และกล่องเลือกตัวละครระดับ S-Class ซึ่งหากใครอยากซื้อแพ็กเกจเพิ่มในราคา 9.99 USD หรือประมาณ 360 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจในช่วงเริ่มต้นนี้
สำหรับการเล่นเกมแนวโอเพ่นเวิลด์ที่กินทรัพยากรสูงแบบนี้ การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นบนเครื่อง PlayStation 5 หรือหากใครถนัดสายพกพาก็สามารถเล่นบนโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงได้ ซึ่งทางผู้พัฒนาก็พยายามปรับแต่งเกมให้เข้ากับทุกแพลตฟอร์มเพื่อให้การผจญภัยในฐานะ Appraiser ของทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยเฉพาะการสำรวจเมืองที่เต็มไปด้วยความลึกลับและสิ่งเหนือธรรมชาติที่รอให้ไปค้นหา
สุดท้ายนี้ Hotta Studio ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ความสำคัญกับงานฝีมือของมนุษย์เป็นหลัก และจะระมัดระวังในการใช้เทคโนโลยีเสริมอย่าง AI ให้มากขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของแฟนเกมทั่วโลกเอาไว้ การออกมาแถลงครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเซตมาตรฐานใหม่ในการพัฒนาเกมของค่ายว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางที่โปร่งใสและเคารพต่อศิลปินผู้สร้างสรรค์งานอย่างแท้จริง ใครที่กำลังติดตามเกมนี้อยู่ก็รออัปเดตใหม่ๆ ที่จะตามมาได้เลย







