เปิดกรุเกมเก่า

[เปิดกรุเกมเก่า] Tenchu 2 กำเนิดนินจาลอบสังหาร [Part 2]

เล่าเรื่องความเป็นมาของการถือกำเนิดนินจาสุดแกร่งริคิมารุและอายาเมะ

จังหวะเดียวกันนั้นริคิมารุก็ได้กลับเข้ามายังบ้านของชิอุนไซและพบว่าโกดะกับอาจารย์ของเขาถูกทำร้าย ริคิมารุจึงเข้าต่อสู้กับทัตสึมารุด้วยความโกรธและหวังจะแก้แค้นให้ทั้งสองคน ในระหว่างการต่อสู้ทัตสึมารุเกิดความประมาทเนื่องจากยังคงสับสนเกี่ยวกับเรื่องของชิอุนไซ เขาจึงถูกริคิมารุผลักกระเด็นแล้วล้มลง ริคิมารุง้างดาบขึ้นหวังจะฟันทัตสึมารุ แต่ก็ได้แต่ตั้งท่าจนทัตสึมารุถามว่า “เป็นอะไรไป? ลงมือสิ” ริคิมารุบอกว่าตัวเองทำแน่และฟาดดาบลงไป แต่ทว่าก็หยุดดาบลงกลางคันเพราะว่าเขาไม่สามารถทำใจสังหารทัตสึมารุได้

จังหวะที่ริคิมารุสับสนว่าตัวเองจะลงมือฆ่าทัตสึมารุได้มั้ย เขาก็โดนทัตสึมารุโต้กล้บด้วยดาบอิซาโยอิ ริคิมารุเบี่ยงตัวหลบออกทำให้ดาบเฉือนเข้าไปที่ตาขวาของเขาจนเป็นแผล จากนั้นคากามิก็บุกเข้ามาและบอกให้ทัตสึมารุเตรียมตัวออกจากหมู่บ้าน ริคิมารุบอกว่าพวกเขาจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นและรีบเข้าโจมตีคากามิ แต่ก็ถูกคากามิโต้กลับจนดาบหลุดออกจากมือ คากามิได้พูดสอนว่าถ้าไม่จัดการกับความโกรธของตัวเองให้ได้ ก็ไม่มีทางที่จะพิชิตเธอได้ หรือแม้แต่จะพิชิตกับความรู้สึกของตัวเอง พร้อมทั้งบอกให้ริคิมารุฝึกฝนตัวเองและควบคุมอารมณ์ให้เป็น จากนั้นเธอจะให้เขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มนินจาของเธอแล้ววิ่งจากไป

จากนั้นริคิมารุก็ได้เข้ามาดูอาการของอาจารย์ที่บาดเจ็บ ชิอุนไซได้กล่าวกับริคิมารุเป็นการสั่งเสียว่าให้นำอิซาโยอิกลับคืนมาและขอฝากดาบเล่มนั้นไว้กับเขา พร้อมกับบอกว่าถ้าเผชิญหน้ากับทัตสึมารุอีกครั้งจงอย่าได้คิดแก้แค้นและใช้ความโกรธเผชิญหน้ากับเขา ให้ควบคุมความรู้สึกของตัวเองให้ได้ พร้อมกับขอโทษริคิมารุก่อนสิ้นลมหายใจ ทางด้านโกดะที่ได้ฟื้นขึ้นมาก็ได้เดินทางกลับไปยังปราสาทเพื่อเตรียมรับมือการจู่โจมของกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้ ส่วนริคิมารุที่ได้รับฟังคำสั่งเสียของอาจารย์เสร็จแล้วก็พบกับ ‘เซมิมารุ’ หมานินจาของกลุ่มอาซุมะ จึงได้ขอให้เซมิมารุติดตามค้นหาร่องรอยของทัตสึมารุ

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่คากามิและทัตสึมารุวิ่งออกมาจากบ้านของชิอุนไซ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่อายาเมะเดินทางกลับมาถึง เธอถูกคากามิวิ่งเข้ามาโจมตีแต่ก็ป้องกันไว้ได้ พร้อมกับมองทัตสึมารุที่วิ่งตามหลังคากามิไปด้วยความสับสน จากนั้นอายาเมะก็ได้เห็นริคิมารุที่บาดเจ็บประคองอาจารย์ที่เสียชีวิตไว้ เธอเข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีและได้แต่ก้มหน้าเศร้าใจ จากนั้นจึงตัดสินใจรีบวิ่งติดตามพวกทัตสึมารุไป

กระทั่งยามดึกอายาเมะก็ได้พบกับทั้งสองคนอยู่ที่เนินเขาแห่งหนึ่ง อายาเมะที่เข้าเผชิญหน้ากับคากามิได้ตั้งคำถามใส่ว่าทำไมทัตสึมารุถึงได้ไปอยู่เป็นหนึ่งในฝูงของพวกขี้แพ้แบบนี้ได้ คากามิโมโหและตะโกนใส่อายาเมะกลับพร้อมที่จะเข้าโจมตีเธอ แต่ก็ถูกทัตสึมารุยกแขนห้ามไว้ ทัตสึมารุกล่าวว่าเธอถูกยั่วยุได้ง่ายและลืม ‘ความฝัน’ เขาจะเป็นคนรับมือเอง คากามิเถียงกลับว่าอายาเมะเป็นแค่เด็ก ไม่สามารถยั่วยุเธอได้ แต่พอมองไปที่ทัตสึมารุซึ่งมีสีหน้าขึงขัง เธอก็ยอมรับว่าตัวเองสูญเสียการควบคุมอารมณ์ เธอปล่อยให้ทัตสึมารุจัดการและล่วงหน้าไปยังฐานทัพก่อน

อายาเมะได้ถามทัตสึมารุว่าเขาเป็นคนฆ่าอาจารย์ชิอุนไซเหรอ เธอบอกว่านั่นคืออาจารย์ของเธอและเขา จะเรียกว่าเหมือนพ่อคนหนึ่งของพวกเราเลยก็ว่าได้ และพูดสิ่งต่าง ๆ จนทัตสึมารุได้ความทรงจำกลับคืนมา เขาพูดว่า “ชื่อของเจ้าคืออายาเมะ” อายาเมะดีใจที่ทัตสึมารุจำเรื่องราวในอดีตได้แล้วและวิ่งเข้าไปหาเขา แต่ทัตสึมารุกลับชักดาบขวางไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ อายาเมะถามว่าทำไม? ทัตสึมารุพูดว่าให้ลืมเรื่องของเขาไปซะ ทัตสึมารุได้ตายไปแล้ว ตรงนี้มีเพียงแค่เซริวเท่านั้น และเตือนว่าหากเขาเจอเธออีกเขาจะฆ่าเธอซะแล้วเดินจากไป

ริคิมารุกับเซมิมารุที่ตามร่องรอยของทัตสึมารุมาก็ได้เจอกับอายาเมะเข้าที่เนินเขา ริคิมารุบอกว่าทัตสึมารุสังหารอาจารย์ เขาจะต้องเป็นคนกำจัดทัตสึมารุเองกับมือ อายาเมะที่ได้ฟังคำพูดนั้นลุกขึ้นพร้อมชักมีดเข้าหาริคิมารุแล้วบอกว่าริคิมารุจะทำแบบนั้นไม่ได้ ริคิมารุตกใจกับท่าทีของอายาเมะและกล่าวว่าเขาต้องทำ อายาเมะได้เอ่ยปากว่าเธอจะเป็นคนสังหารทัตสึมารุด้วยตัวเอง ริคิมารุยิ่งตกใจไปกับการตัดสินใจของอายาเมะมากกว่าเดิม แต่ก็เข้าใจสิ่งเธอบอก และทั้งสามก็เริ่มค้นหาร่องรอยของทัตสึมารุกันอีกครั้ง

ริคิมารุ อายาเมะ และเซมิมารุ ได้ตามร่องรอยของทัตสึมารุมายังป่าไผ่แห่งหนึ่ง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มนินจารุ่งอรุณที่ลุกไหม้ และปะทะเข้ากับหนึ่งในสี่ขุนพล ‘เบี๊ยกโกะ’ ผู้ควบคุมเสือขาว ทั้งสองคนและอีกหนึ่งตัวได้ต่อสู้จนสามารถเอาชนะเบี๊ยกโกะมาได้ จากนั้นก็ค้นพบถ้ำซึ่งเป็นฐานทัพลับของกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้

ทั้งสองคนได้เข้ามาสำรวจภายในถ้ำโดยให้เซมิมารุรออยู่ข้างนอก พวกเขาสำรวจจนไปพบกับเรือรบขนาดมหึมาที่ติดตั้งอาวุธหนักเอาไว้ทั่วทั้งลำ และได้เห็นคากามิกับทัตสึมารุที่ยืนคุยกันอยู่ จากนั้นก็มีนินจาของกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้เข้ามารายงานการบุกรุกฐานทัพของนินจาอาซุมะ คากามิจึงออกคำสั่งให้ออกเรือทันที ซึ่งเป้าหมายการโจมตีของเธอก็คือปราสาทโกดะ พร้อมทั้งพูดว่า “โกดะคือสิ่งสุดท้ายที่ขวางทางระหว่างเราและอิสรภาพไว้” จากนั้นคากามิและทัตสึมารุก็ได้ขึ้นเรือปิศาจอัคคีกันไป

ริคิมารุบอกกับอายาเมะว่าจะไปแจ้งข่าวให้กับทางโกดะรับทราบ และฝากให้อายาเมะลักลอบขึ้นเรือของศัตรูเพื่อทำภารกิจสังหารและตัดทอนกำลังรบ จากนั้นเรือปิศาจอัคคีก็ได้เคลื่อนที่พร้อมกับยิงปืนใหญ่ใส่หน้าผาที่เป็นประตูทางกั้น เปิดทางออกไปสู่การสู้รบครั้งใหญ่


ฉากที่ 3 – ความสันโดษ

หลังจากวิ่งทั้งวันทั้งคืน ริคิมารุก็ไปถึงปราสาทโกดะก่อนการมาเยือนของปิศาจอัคคี โกดะได้เรียกขุนนางมาประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือการโต้กลับ ทางฝั่งคากามิก็แล่นเรือรบขนาดใหญ่ของเธอ ‘ปิศาจอัคคี’ ไปยังปราสาทโกดะ ป้อมปราการลอยน้ำ ปืนใหญ่ขนาดมหึมา กระสุนไฟ ส่องเป็นประกายในความมืดมิดภายใต้แสงจันทร์ และเล็งไปยังปราสาทของโกดะ

เรือปิศาจอัคคีได้แล่นเข้ามาในระยะยิงปราสาทโกดะ และทำการโจมตีจนผู้คนตื่นตระหนกเกิดความโกลาหลไปทั่ว ท่ามกลางความแตกตื่นโกดะประกาศว่าตัวเองจะเป็นผู้นำการตีโต้กลับกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้ ริคิมารุได้ขออาสาลักลอบขึ้นเรือของศัตรูและกล่าวว่าจะนำหัวของคากามิมาให้กับโกดะ ส่วนทางฝั่งอายาเมะที่อยู่บนเรือก็เห็นเหตุการณ์สู้รบที่เกิดขึ้นและพูดว่าจะไม่ยอมให้พวกศัตรูมาทำร้ายคิขุเด็ดขาด

บนยอดของหอสังเกตการณ์แห่งหนึ่งในเรือปิศาจอัคคี คากามิกำลังพูดคุยกับทัตสึมารุว่าเจ้าบ้านโกดะคนใหม่ต่อสู้ได้กล้าหาญเกินความคาดหมาย ทัตสึมารุพูดขึ้นว่าริคิมารุกับอายาเมะคงจะบุกเข้ามาที่นี่ในอีกไม่ช้า คากามิได้ยินคำพูดของทัตสึมารุจึงตระหนักได้ว่าเขาได้ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว และถามว่าทำไมเขาถึงยังกลับมาที่นี่ ทัตสึมารุตอบว่าถึงความทรงจำของเขาจะกลับมาแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่า ‘ความฝัน’ ของคากามินั้นมีค่าพอที่จะตาย เมื่อทัตสึมารุจะเดินจากไป คากามิวิ่งเข้ามากอดเขาที่ด้านหลังและสารภาพรักกับเขา ทัตสึมารุหันมาปาดน้ำตาให้กับคากามิและพูดอำลาก่อนที่เขาจะมุ่งตรงไปต่อสู้กับทหารของโกดะ

อายาเมะที่อยู่ในเรือปิศาจอัคคีก็ได้ทำการสำรวจและค้นหาทางออก รวมถึงทำการสังหารศัตรูที่เจอระหว่างทาง เมื่อเธอเดินมาเจอทางออกสู่ดาดฟ้าหลักก็ต้องพบกับเก็นบุที่เข้ามาขวางทางไว้ อายาเมะบอกให้เก็นบุหลีกทางไปเพราะว่าคากามิและ ‘ความฝัน’ ของเธอนั้นไม่มีค่าพอที่จะให้ต้องปกป้อง เก็นบุตอบกลับว่าเขาจะปกป้องคากามิและ ‘ความฝัน’ ของเธอ เพราะเธอปฏิบัติกับเขาด้วยความเคารพและเท่าเทียมกับนินจาคนอื่น ๆ และเขาไม่อยากอยู่ในโลกที่ถูกหลาย ๆ คนปฏิบัติกับเขาเป็นเพียงเป็นแค่ ‘คนโง่ตัวใหญ่’ เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา ส่วนอายาเมะก็มีผู้คนที่ต้องการจะปกป้องอยู่ในปราสาทโกดะ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่จะต้องปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเอง ทั้งสองคนจึงต้องเข้าต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการต่อสู้นี้อายาเมะเป็นฝ่ายชนะ เก็นบุได้เอ่ยขอโทษคากามิและถามถึงชื่อของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า อายาเมะได้ตอบชื่อของเธอให้เก็นบุฟัง เขาบอกว่า “อายาเมะเป็นชื่อที่ดีนะ” ก่อนจะเสียชีวิตไปทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ อายาเมะรู้สึกเศร้าใจและบอกลาเก็นบุก่อนมุ่งหน้าสู่ดาดฟ้าเรือ

ขณะเดียวกันทางฝั่งริคิมารุที่ได้ลอบบุกเข้ามาทางด้านหน้าของสนามรบ เขาได้ขึ้นสังหารศัตรูตามเรือต่าง ๆ และได้พบกับซูซากุบนเรือใหญ่ลำหนึ่งเข้า ซูซากุกล่าวว่าเขาสนุกกับกลิ่นเลือดและการสังหารหมู่รอบ ๆ สนามรบนี้ และก็เข้าต่อสู้กับริคิมารุ การต่อสู้ครั้งนี้ริคิมารุเป็นฝ่ายชนะ แต่ซูซากุที่เสียท่าให้ก็กล่าวว่าริคิมารุคือผู้แพ้และจะเติบโตขึ้นอย่างชั่วร้ายและเห็นแก่ตัวเหมือนกับเขา พร้อมหัวเราะก่อนล้มลงไป ริคิมารุที่ตระหนักถึงคำสั่งเสียของอาจารย์ไม่ได้หลงไปกับคารมของซูซากุอีกต่อไป และกล่าวว่า “ข้าต่อสู้เพราะว่าข้าต้องทำ” ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเรือปิศาจอัคคีต่อ

ในระหว่างนั้นทางด้านของทัตสึมารุก็ได้ปะทะกับจูเบและเอาชนะมาได้ จากนั้นเขาก็ได้ไปยืนรอนินจาอาซุมะคนใดคนหนึ่งที่ปลายทางเรือด้านหนึ่ง ซึ่งคนที่ได้มาพบกับทัตสึมารุเข้าก็คืออายาเมะ ทัตสึมารุได้พูดกับอายาเมะว่า “จำไม่ได้หรือไงว่าข้าเคยบอกอะไรกับเจ้า?” อายาเมะพยักหน้า ทัตสึมารุพูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องรู้ว่าข้าจะฆ่าเจ้า” อายาเมะตอบกลับ “เจ้าพูดถูก เราจะสู้กัน แต่เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้” หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด

ต่างฝ่ายต่างรู้เชิงและความสามารถของอีกฝ่ายกันเป็นอย่างดี ทั้งสองเข้าปะทะกันจนดาบและมีดสั้นหลุดกระเด็นออกจากมือทั้งคู่และล้มลงกันไปคนละทาง อายาเมะรีบลุกขึ้นและดึงดาบอิซาโยอิวิ่งไปจ่อคอทัตสึมารุแล้วนิ่งไปสักพัก ทัตสึมารุจับดาบอิซาโยอิและใช้มันแทงเข้ามาที่หน้าอกของตัวเอง อายาเมะเห็นการกระทำนั้นแล้วก็ตกใจ ได้แต่ถามทัตสึมารุว่าทำไม? ทัตสึมารุกล่าวว่า “ความผิดมหันต์ต้องได้รับโทษ คนทรยศต้องตาย” จากนั้นก็เสียชีวิตลง

ริคิมารุได้วิ่งเข้ามาหาอายาเมะในช่วงเวลานั้นพอดี เขาได้เห็นทัตสึมารุที่นอนเสียชีวิตกับอายาเมะที่ยืนถือดาบอิซาโอยิอยู่ อายาเมะได้โยนดาบไปให้กับริคิมารุและไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองไปที่ร่างของทัตสึมารุ ริคิมารุก็นิ่งไปสักพักและนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา เขาได้หันหลังให้กับอายาเมะพร้อมวิ่งออกไปหาคากามิโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ทิ้งไว้ ส่วนอายาเมะก็ก้มลงไปยังร่างของทัตสึมารุและร้องไห้ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังทำใจไม่ได้

ริคิมารุที่กำลังตรงไปหาคากามิได้นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และได้พบกับคากามิที่กำลังรำพัดอยู่ คากามิเห็นดาบอิซาโยอิจึงรู้ว่าทัตสึมารุได้เสียชีวิตไปแล้ว และถามริคิมารุว่า “เจ้าจะยุติความฝันอันงดงามของข้าจริง ๆ หรือ?” ริคิมารุตอบกลับไปว่า “เจ้าฆ่าความงดงามในความฝันของตัวเจ้าเองด้วยวิธีการอัปลักษณ์!”

ริคิมารุสามารถเอาชนะคากามิมาได้ คากามิกล่าวกับริคิมารุว่าความฝันของพวกเราจะไม่ถูกทำลายเพราะคนโง่อย่างเขาก่อนจะล้มลงไป ริคิมารุได้ตอบไปว่า “ข้ายินดีที่จะรับตำแหน่งคนโง่อย่างภาคภูมิใจ ถ้านั่นทำให้ข้าสามารถช่วยเหลือผู้คนจากการนองเลือดของเจ้าได้ ลาก่อนคากามิ” และเขาก็กลับไปหาโกดะเพื่อรายงานภารกิจ

ทางด้านของอายาเมะที่เสียใจมามากพอแล้วก็ได้ขึ้นไปยืนบนที่กราบเรือ เธอมองไปยังร่างของทัตสึมารุที่ไม่มีลมหายใจและปล่อยให้ตัวเองตกลงจากเรือราวกับคิดฆ่าตัวตาย

หลังจากที่ริคิมารุได้มุ่งหน้าไปหาโกดะและรายงานภารกิจ โกดะก็ได้สั่งให้ทหารยิงธนูไฟเข้าไปยังเรือของศัตรูหลายร้อยหลายพันดอก จนกระทั่งเรือเกิดการระเบิดขึ้นเพราะดินปืนที่ถูกขนมากับปิศาจอัคคี เป็นการปิดฉากการต่อสู้อันเนิ่นนานระหว่างโกดะและกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้

ก่อนหน้านี้เล็กน้อยคากามิที่ฟื้นได้สติขึ้นมาก็คลานไปหาทัตสึมารุที่เสียชีวิต เธอเข้าไปกอดร่างของทัตสึมารุและคิดเกี่ยวกับเรื่องราวของเขารวมถึงความรู้สึกรักที่มีให้ต่อเขา เธอรู้สึกเสียใจก่อนจะสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับน้ำตา และเรือก็ระเบิดด้วยการโจมตีจากธนูไฟของทหารโกดะ

อายาเมะที่ลอยอยู่บนเศษซากของเรือได้แต่คิดว่าทั้งอาจารย์และทัตสีมารุ ทำไมคนที่เธอรักถึงต้องมาตายแบบนี้ด้วย เธอมองไปยังกระดิ่งที่คิขุได้ให้ไว้กับเธอ อายาเมะนึกถึงคิขุว่าเด็กคนนี้ให้ความเคารพต่อเธอ คิขุต้องกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดกลัวเหมือนกับตัวเธอเองในตอนนี้ อายาเมะตัดสินใจที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคิขุและเลิกร้องไห้ เธอมองไปยังกระดิ่งเส้นนั้นอีกครั้งเหมือนย้ำเตือนตัวเองว่าให้เข้มแข็งขึ้น

หลังจบการสู้รบระหว่างโกดะและกลุ่มรุ่งอรุณที่ลุกไหม้ ณ เรือลำหนึ่งที่ไฟไหม้อยู่กลางทะเล เผยให้เห็นซากศพและเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้อยู่ มีบุคคลคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาจากความตายท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น ‘ซูซากุ’ เขาถอดที่ปิดตาออกและหัวเราะด้วยความสนุกกับการที่ได้สู้รบปะมือกับนินจาอาซุมะ แต่เขายังไม่พอใจกับเพียงเรื่องแค่นี้ เขายังต้องการทำลายล้างให้มากขึ้น ต้องการเห็นเลือดมากกว่านี้ และคิดแผนเตรียมพร้อมสำหรับการมาเยือนโลกมนุษย์ของเมโอ

ช่วงเวลาต่อมาริคิมารุเดินมายังหน้าผาที่ทัตสึมารุได้ตกลงไป และพบกับอายาเมะที่ทำหลุมฝังศพพร้อมวางดอกไม้เอาไว้ เธอบอกกับริคิมารุว่าตัวเธอจะต้องเข้มแข็งขึ้น ริคิมารุบอกกับเธอว่าเขาเข้าใจและเดินกลับไป อายาเมะหันกลับไปถามริคิมารุว่าจากนี้ไปจะทำอะไรต่อ เขาตอบว่าเขามีเพียงหน้าที่รับใช้โกดะเท่านั้น อายาเมะเดินมาหาริคิมารุและบอกว่าจะไปกับเขาด้วย ริคิมารุรู้สึกดีใจที่อายาเมะตามมาด้วยกัน และเธอก็พูดว่าเธอมีคนที่คิดจะรับใช้ให้และคุ้มค่าที่จะรับใช้ ซึ่งเป็นการปิดฉากเกม Tenchu 2 กำเนิดนินจาลอบสังหาร


ติดตามเรื่องราวต่อได้ใน Tenchu: Stealth Assassins

ภาพรวมของเกม

สำหรับ Tenchu ภาค 2 เราก็ได้เห็นการพัฒนาของตัวเกมได้อย่างชัดเจน โดดเด่นทั้งด้านระบบการเล่น และโครงสร้างเนื้อเรื่องที่ถูกวางแผนมาอย่างดี โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่มีความเข้มข้นแตกต่างจากการวางโครงเรื่องของภาคแรก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นมีการวางโครงเรื่องให้สอดคล้องไปยังเกมภาคแรกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่มาของรอยแผลเป็นบนตาขวาของริคิมารุ เบื้องหลังของโอนิคาเงะ การบอกเล่าถึงประสบการณ์ในวัยเยาว์ของตัวละครเอกทั้งสองคนที่ยังขาดประสบการณ์อย่างมืออาชีพ มีอารมณ์อ่อนไหว มีความสับสน แต่ด้วยสิ่งที่ได้เจอมาก็ทำให้ทั้งคู่เติบโตและเข้มแข็งขึ้นจนเป็นนินจาที่แข็งแกร่งอย่างที่ได้เห็นในภาคแรก

นอกจากนี้ Tenchu 2 ยังเป็นเกมที่เหมือนมัดรวมทุกสิ่งที่เคยสร้างจากเกมภาคแรกเอาไว้ด้วยกัน ทำให้ไม่มีการสร้างเกมเป็นหลาย ๆ เวอร์ชั่น ก็จะเห็นได้จากที่ตัวเกมนั้นมีโหมด Mission Editor ให้ใช้งาน (รูปแบบเหมือนเกม Tenchu: Shinobido Hyakusen) โดยจะมีด่านที่สร้างไว้แล้วเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าไปทดสอบฝีมือและทำสถิติของด่านนั้น ๆ ได้ การสร้างด่านก็ยังมีความลับซ่อนไว้ให้ผู้เล่นได้ปลดล็อกอีกด้วย คือ รูปแบบของด่านที่ผู้เล่นจะต้องสำเร็จเนื้อเรื่องในช่วงหนึ่งก่อนถึงจะได้มาใช้งาน เช่น ด่านภูเขา ด่านเกาะ ด่านเมือง เป็นต้น แถมระบบการสร้างนั้นไม่ได้ซับซ้อนมาก ผู้เล่นจึงสามารถสร้างด่านด้วยความคิดสร้างสรรค์และสนุกไปกับโหมดนี้ได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย


หากต้องให้คะแนนเกมนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนตัวผมก็จะให้ 10/10 ครับ ทั้งเนื้อเรื่องที่ดี ระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม ระบบการสร้างด่านที่เสริมมาให้มีอะไรทำนอกเหนือจากการเล่นแบบปกติ ทำให้เกม Tenchu 2 เป็นเกมที่รู้สึกเติมเต็มการเล่นได้มากขึ้นกว่าเดิมครับ ยิ่งตัวเนื้อเรื่องของเกมที่มีการตัดเรื่องราวเหนือธรรมชาติภูตผีปิศาจออกไปด้วยแล้ว ทำให้เกมนี้ได้กลิ่นอายแบบเกมนินจาที่สมจริงมากขึ้นกว่าภาคแรกเลยล่ะครับ

ย้อนกลับไปอ่าน [Part 1]

Back to top button