ผู้สร้างเกม Fallout เตือน! ผู้เล่นยุคนี้เชื่อคลิป มากกว่าลองเล่นเอง
จนหลายคนตัดสินเกมทั้งที่ยังไม่เคยสัมผัสจริง

ผู้ร่วมสร้างเกม Fallout เตือน! เทรนด์คลิปสั้นกำลังเขย่าวงการเกม ผู้เล่นจำนวนมากเชื่อตามสิ่งที่เห็นจากคลิปมากกว่าตัดสินจากการลงมือเล่นเอง
.
โดย Tim Cain หนึ่งในผู้ร่วมสร้างเกม Fallout ออกมาพูดถึงประเด็น “อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์วิดีโอ” ที่กำลังเข้ามากำหนดทั้งวิธีพัฒนาเกม และวิธีที่ผู้เล่นใช้ตัดสินใจเลือกเล่นเกม ผ่านวิดีโอบน YouTube ของตัวเอง เขาอธิบายว่าทั้งวิธีสร้างเกมและพฤติกรรมของผู้เล่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากคอนเทนต์วิดีโอและอินฟลูเอนเซอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ สะสมมาตั้งแต่ยุคเว็บบอร์ดและไกด์ จนมาถึงยุควิดีโอที่ทุกอย่างถูกย่อให้สั้นและดูง่าย ซึ่งส่งผลให้ทั้งนักพัฒนาและผู้เล่นเริ่มปรับตัวตามรูปแบบคอนเทนต์มากขึ้น
.
Cain เขามองว่า ถ้าย้อนกลับไปในอดีตยุค 80 วงการเกมเคยเปิดกว้างกว่านี้ เพราะนักพัฒนามีอิสระในการออกแบบเกม ไม่มีกรอบ ไม่มีแรงกดดันจากผู้เล่นเหมือนทุกวันนี้
แต่พอเข้าสู่ยุคปลาย 90 อินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทมากขึ้น คนก็เริ่มพึ่งพาไกด์หรือข้อมูลจากคนอื่น แทนการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
จนมาถึงปัจจุบัน แนวคิดของการพัฒนาเกมก็เริ่มเปลี่ยนไป Cain ชี้ว่านักพัฒนาหลายคนเริ่มคิดถึงเรื่อง “ฉากไหนจะเอาไปตัดคลิปแล้วน่าสนใจ” มากกว่าจะโฟกัสว่ามันสนุกจริงไหม ซึ่งส่งผลให้บางแนวเกม โดยเฉพาะเกมที่เน้นเนื้อหาและการอ่าน อาจดูเสียเปรียบในยุคนี้
.
ยิ่งไปกว่านั้น Cain ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของผู้เล่นก็เปลี่ยนไป โดยผู้เล่นจำนวนมากไม่ได้ดูอินฟลูเอนเซอร์เพื่อหาข้อมูลเพื่อฟังรีวิวอีกต่อไป แต่ดูเพื่อให้มีคน “บอกว่าควรคิดอย่างไรกับเกม” ซึ่งทำให้ความคิดเห็นของอินฟลูเอนเซอร์กลายเป็นความคิดเห็นของผู้ชมโดยตรง
ดังนั้นตอนนี้คลิปหนึ่งคลิปมันกลายเป็นแนวตัดสินชัด ๆ ไปเลยว่า เกมนี้ห่วย อย่าเล่น หรือเกมนี้ต้องเล่นให้ได้ แล้วแน่นอนว่าพอเราชอบใครสักคน ความเห็นของคนนั้นก็มักจะกลายเป็นความเห็นของเราไปโดยไม่รู้ตัว
.
นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่แสดงความเห็นรุนแรงต่อเกมที่ตัวเองไม่เคยเล่น เพียงเพราะเห็นจากคลิปหรือกระแสบนออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ไม่ได้มาจากประสบการณ์ตรง
.
อย่างไรก็ตาม Cain ยอมรับว่าการติดตามคนที่มีรสนิยมคล้ายกันไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการเชื่อตามทั้งหมดโดยไม่ผ่านการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งผู้เล่นและทิศทางของวงการเกมในระยะยาว
ท้ายที่สุด Cain ยอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่แน่ใจว่าวงการเกมในอนาคตจะไปทางไหน จะยิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสออนไลน์มากขึ้น หรือผู้เล่นจะเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงมากขึ้นอีกครั้ง ซึ่งยังคงเป็นคำถามที่ต้องติดตามต่อไป







