ทีมสร้าง No Man’s Sky ยอมรับ เวอร์ชัน Switch และ Steam Deck กินเวลาทำงานสุดๆ
ใช้เวลาพัฒนามากกว่าเดิมถึงสามเท่าเพราะข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์

Nintendo Switch ถือเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นเกมที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดจนไม่ว่าจะเป็นเกมใหญ่ๆ เกมไหนก็ล้วนพยายามหาวิธีที่จะมาร่วมสร้างรายได้กับตลาดกลุ่มใหญ่ต่อเนื่อง ทั้ง The Witcher 3 และ Hogwarts Legacy ที่ล้วนเป็นเกมที่ไม่มีใครคิดว่าจะสามารถเล่นได้มาก่อนแต่ก็สามารถลงให้อย่างสวยงามพร้อมกวาดเม็ดเงินมหาศาล อย่างไรเสียด้วยข้อจำกัดด้านสเปค ทำให้บางเกมอย่าง No Man’s Sky นั้นแม้จะลงให้สำเร็จ แต่ก็มีการดัดแปลงฟังก์ชันหลายอย่าง
ล่าสุด Martin Griffiths หนึ่งในทีมงาน Hello Games ผู้พัฒนาเกม No Man’s Sky ได้ออกมาให้ความเห็นถึงการพัฒนาเกมให้กับเครื่องเล่น Nintendo Switch ทั้งรุ่นแรกและรุ่นสอง รวมไปถึงอุปกรณ์ Steam Deck ที่ล้วนเป็นเครื่องที่มีองค์ประกอบของการพกพา นั้นเป็นเครื่องเล่นเกมที่ค่อนข้างท้าทายทีเดียว โดยเขามองว่าเครื่องเหล่านี้ทำให้ทีมงานหลายคนต้องใช้เวลาทำงานมากขึ้นสองถึงสามเท่าเพื่อให้การอัปเดตคอนเทนต์ในเกมเป็นไปได้อย่างราบรื่นเหมือนอุปกรณ์ใหญ่ๆ ที่สเปคครบครันกว่า ดังนั้นเมื่ออัปเดตต่างๆ ปล่อยออกไปได้สำเร็จก็เลยดีใจเป็นพิเศษ
แม้จะไม่ได้มีการให้เหตุผลว่าอะไรในเชิงเทคนิค แต่ปัญหาหลักๆ คือเรื่องของ Memory Constraints หรือปัญหาความจำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกับ Nintendo Switch 1 ที่ใช้ RAM เพียงแค่ 4GB และสเปคโดยรวมอาจจะค่อนไปทางคอนโซลเจ็นเนอเรชันก่อนหน้าเสียด้วยซ้ำ ทว่าพวกเขาก็สามารถบีบเค้นมาให้เล่นได้ แม้จะต้องตัดฟังก์ชันอย่างเรื่องออนไลน์ออก เช่นเดียวกับกราฟิกและเฟรมเรตที่ด้อยกว่า กระนั้นเมื่อมาถึงยุค Switch 2 ก็สามารถเล่นออนไลน์, รับอัปเดตเนื้อหาเสริม และใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วมกันกับรุ่นอื่นได้แล้ว
เกี่ยวกับเกม No Man’s Sky
เกมวางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PlayStation 4, Xbox One, Nintendo Switch และ PC ผ่านร้านค้า Steam โดยเป็นเกมเอาตัวรอดแนวสำรวจที่ให้ผู้เล่นเข้าไปผจญภัยในอวกาศที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งแต่ละดาวก็จะมีคุณลักษณะ สิ่งมีชีวิต บรรยากาศ รูปร่าง และขนาดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังรองรับผู้เล่นรวมสูงสุด 4 คนเพื่อออกไปค้นพบเรื่องราวเหนือจินตนาการ และแลกเปลี่ยนไอเทมทรัพยากร





