
สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่แฟนเกม Final Fantasy XIV Online น่าจะฟินกันเป็นพิเศษเพราะในงาน Fan Fest ของปีนี้ก็ได้เปิดตัวคอนเทนต์เนื้อเรื่องใหม่อย่าง Evercold เช่นเดียวกับการขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 ที่มีกำหนดให้บริการภายในเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่าก็มีเสียงผู้เล่นบางส่วนที่ Yoshi-P ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ได้ยินมาจนทำให้ต้องคิดกันหลายตลบ
มีการรายงานจาก Mirror สื่อของสหราชอาณาจักรว่า คุณ Naoki Yoshida กล่าวว่าในตอนนี้ Final Fantasy XIV Online ยังคงเป็นเกมออนไลน์เต็มตัวอยู่ แต่ก็เข้าใจได้ว่ามีคนที่อยากเล่นแบบออฟไลน์ รวมไปถึงผู้ที่รู้สึกว่าเกมสูญเสียความเป็น ‘ไฟนอล’ ไปกับแนว MMORPG ด้วยเหมือนกัน ทั้งนี้ก็ยอมรับว่าตัวเองอยากจะทำภาคพรีเมียมเล่นคนเดียว ทว่าทีมงานเดิมที่มีอยู่ในมือทุกคนได้ให้ความสำคัญกับเกมออนไลน์ และมีความถนัดที่จะทำเกมในรูปแบบนี้มากกว่า
กรณีที่จะสามารถเป็นไปได้ก็คือต้องนำทีมเดิมไปทำเกมออฟไลน์เท่านั้นเพราะกลุ่มคนเหล่านี้เชี่ยวชาญทั้งระบบและเนื้อหา ซึ่งก็ดูจะยากเพราะอย่างที่บอกว่าพวกเขากำลังโฟกัสกับการทำเกม Final Fantasy XIV Online ให้ดีที่สุด ดังนั้นจึงกล่าวติดตลกตอนท้ายว่า ถ้าเกิดมีผู้พัฒนาเกมคนไหนสนใจร่วมลงแรงก็ติดต่อกันมาได้ (ฮา)เอาเข้าจริงเขาก็รู้สึกว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ต้องอาศัยแพชชั่นจริงๆ และคงต้องรอฟังฟีดแบ็กกันไปยาวๆ ว่าจะคุ้มค่ากับการทำงานหรือไม่!

ก่อนหน้านี้เอง มีอีกหนึ่งเกมยอดนิยมที่ทาง Square Enix ตัดสินใจนำมาดัดแปลงสู่รูปแบบออฟไลน์แล้วนั่นคือ Dragon Quest X ที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นครั้งใหญ่สู่เกมเพลย์แบบดั้งเดิม และสเกลของโลกที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นแนว SD แทน ซึ่งมีผลมาจากการพิจารณาของทีมงานที่พบว่าหากใช้สเกลเท่าคนจริงเหมือนต้นฉบับก็จะส่งผลให้เกมดูโล่งเกินไป ถ้าเกิด Final Fantasy XIV Online จะทำภาคออฟไลน์บ้างเพื่อนๆ คิดว่าจำเป็นต้องปรับแนวทางแบบเคสนี้ไหม หรือว่าใช้ระบบ CPU มาร่วมตี้แบบในเกมหลักแทนดี?
เกี่ยวกับ Final Fantasy XIV Online
เกมออนไลน์รูปแบบ MMORPG ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถท่องโลก Eorzea และร่วมออกผจญภัยกับผู้เล่นอื่นทั่วโลก ทำกิจกรรมต่างๆ หรือเล่นมินิเกมในโลกขนาดใหญ่ที่มีไบโอมหลากหลาย โดยสามารถเลือกเผ่าได้ทั้งหมด 8 เผ่า ซึ่งจะมีความถนัดของทักษะที่แตกต่างกันออกไป ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วบน PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox Series X|S และ PC เกมให้บริการในรูปแบบ Cross-platform สามารถถ่ายโอนเซฟระหว่างแพลตฟอร์มได้แบบไร้ขีดจำกัด







