ข่าวพีซี

เกมยังไม่จบ แต่ความอดทนจบแล้ว! งานวิจัยชี้! รีวิว ‘แง่ลบ’ บน Steam มักเขียนยาวกว่า ‘แง่บวก’

ทั้งที่ผู้เล่นมีชั่วโมงเล่นน้อยกว่ารีวิวแง่บวก

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมรีวิวแง่ลบบน Steam บางอันถึงยาวเหยียดเป็นพารากราฟ ๆ เหมือนรายงานส่งอาจารย์ ทั้งที่เจ้าตัวที่เขียนรีวิวเล่นเกมไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง? ล่าสุดมีงานวิจัยมาช่วยไขข้อสงสัยนี้แล้ว หลังวิเคราะห์รีวิวบน Steam กว่า 15 ล้านรายการ และพบว่าคนที่ไม่ปลื้มเกมมีแนวโน้ม “คนที่ไม่ปลื้มเกมมักรีบเข้ามาเขียนรีวิวตั้งแต่เล่นไปได้ไม่นาน แถมยังเขียนยาวกว่าฝั่งที่ชอบเกมซะอีก”

.

งานวิจัยดังกล่าวมีชื่อว่า “Emotions in play: A length and sentiment analysis of Steam reviews by player engagement mode” หรือ “อารมณ์ในการเล่นเกม: การวิเคราะห์ความยาวและความรู้สึกของรีวิวบน Steam จำแนกตามรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้เล่น” จัดทำโดยทีมวิจัยที่นำโดย Tibor Guzsvinecz จาก University of Pannonia ประเทศฮังการี โดยตัวงานวิจัยดังกล่าววิเคราะห์ทั้งความยาวของรีวิว เวลาเล่นก่อนโพสต์ และอารมณ์ในข้อความ รวมถึงได้แบ่งเกมตามรูปแบบการเล่น เช่น Single-player, Co-op และ Multiplayer เพื่อดูว่าพฤติกรรมการรีวิวต่างกันอย่างไร กว่า 15 ล้านรีวิว เรียกได้ว่าอ่านกันจนตาแฉะ

.

ซึ่งหนึ่งในตัวเลขที่เห็นภาพชัดที่สุดอยู่ในเกมประเภท Massively Multiplayer โดยผู้เล่นที่ให้รีวิวเชิงลบมีเวลาเล่นอยู่ที่ประมาณ 187 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 7 นาที ขณะที่รีวิวเชิงบวกอยู่ที่ประมาณ 565 นาที หรือ 9 ชั่วโมง 25 นาที

นักวิจัยมองว่า ถ้าผู้เล่นเจอบั๊ก ระบบควบคุมชวนหัวร้อน หรือเกมไม่เป็นอย่างที่คาดตั้งแต่ช่วงแรก ก็อาจตัดสินใจเลิกเล่นแล้วตรงไปเขียนรีวิวได้ทันที แบบเกมยังไม่จบ แต่ความอดทนจบแล้วค่ะ

แต่กลับกันถ้าผู้เล่นที่สนุกกับเกมอาจใช้เวลาเล่นต่อไปอีกนาน ก่อนที่จะตัดสินใจเขียนรีวิว ทำให้จำนวนชั่วโมงเล่นก่อนรีวิวของฝั่งคะแนนบวกสูงกว่า

.

อย่างไรก็ตาม แต่อย่าเพิ่งตีความว่า เล่นน้อย = ต้องเขียนยาว เพราะงานวิจัยไม่พบผลลัพธ์แบบนั้นตรง ๆ ระหว่างจำนวนชั่วโมงที่เล่นกับความยาวของข้อความ

พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้เล่นมา 100 ชั่วโมงก็อาจรีวิวแค่ “สนุก จัดเลย” ส่วนคนเล่น 2 ชั่วโมงก็อาจเขียนตั้งแต่ระบบต่อสู้ยันปรัชญาชีวิตได้ เพราะสิ่งที่ทำให้คนเขียนยาวอาจเป็นทั้งความรู้สึกที่รุนแรง ความประทับใจ ความผิดหวัง หรือแค่นิสัยของแต่ละคนที่เป็นสายเล่ารายละเอียดอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องอารมณ์ก็ชัดเจนไม่แพ้กัน เพราะในรีวิวเชิงลบ มักพบคำที่สื่อถึง ความโกรธ ความเศร้า และความกลัว มากกว่า ขณะที่รีวิวเชิงบวกจะเจอความสุขและความคาดหวัง มากกว่า

.

และจากข้อมูลทั้งหมด สิ่งที่นักวิจัยอยากฝากถึงผู้พัฒนาเกมมากที่สุดก็คือช่วงต้นเกมสำคัญมาก

เพราะถ้าผู้เล่นเจอบั๊ก ระบบยุ่งยาก หรือประสบการณ์ชวนหงุดหงิดตั้งแต่ชั่วโมงแรก ๆ ก็มีโอกาสที่จะเลิกเล่นและออกมารีวิวเชิงลบได้เร็วขึ้น ดังนั้นช่วงเปิดเกมจึงไม่ควรทำหน้าที่แค่เป็น Tutorial สอนว่า “กด W เพื่อเดิน กด Space เพื่อกระโดด” แล้วจบ

แต่ควรทำให้ผู้เล่นรู้สึกอยากอยู่ต่อ ทั้งจาก Gameplay เนื้อเรื่อง ภาพ เสียง และบรรยากาศ เพราะ First Impression ถ้าพังก็คือพังจริง บางคนยังไม่ทันรู้เลยว่าบอสท้ายเกมคือใคร แต่หน้า Steam ขึ้น Not Recommended ไปเรียบร้อยแล้ว

.

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด เพราะวิเคราะห์เฉพาะรีวิวภาษาอังกฤษบน Steam และใช้รีวิวล่าสุดของแต่ละเกมสูงสุด 1,000 รายการในช่วงที่เก็บข้อมูลเท่านั้น นักวิจัยจึงมองว่าในอนาคตควรขยายไปดูภาษาอื่นและแพลตฟอร์มอื่น รวมถึงใช้การสัมภาษณ์หรือแบบสอบถามร่วมด้วย เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมผู้เล่นถึงรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

สรุปแล้ว งานนี้ไม่ได้กำลังบอกว่า “คนให้คะแนนลบคือคนเล่นเกมไม่เป็นหรือเล่นไม่ถึงไหน” แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า หากประสบการณ์แย่มาเร็ว ความไม่พอใจก็มาเร็วตาม และบางครั้งแค่ไม่กี่ชั่วโมงแรกก็เพียงพอให้ผู้เล่นตัดสินใจปิดเกม เปิด Steam แล้วเริ่มต้นบทความชิ้นใหม่ในช่องรีวิวทันที เพราะบางเกมใช้เวลา 30 ชั่วโมงกว่าจะจบ แต่ใช้เวลา 30 นาทีแรกก็ทำคนหัวร้อนได้แล้ว

.

เกมยังไม่จบ แต่ความอดทนจบแล้ว! งานวิจัยชี้! รีวิว ‘แง่ลบ’ บน Steam มักเขียนยาวกว่า ‘แง่บวก’
เกมยังไม่จบ แต่ความอดทนจบแล้ว! งานวิจัยชี้! รีวิว ‘แง่ลบ’ บน Steam มักเขียนยาวกว่า ‘แง่บวก’

ที่มา
automatonEmotions in play: A length and sentiment analysis of Steam reviews by player engagement mode
Back to top button