10 เกม Horror อินดี้ที่น่าสนใจในเทศกาล STEAM NEXT FEST
เกมยังไม่วางจำหน่าย แต่ไปลองเล่น DEMO แล้วกด Wishlist ไว้ได้เลย

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน เวียนกลับมาอีกครั้งกับเทศกาลที่คนชอบลองของแปลกและเกมใหม่ ๆ ตั้งตารอคอยอย่าง STEAM NEXT FEST ซึ่งในรอบนี้ก็มีทัพเกมอินดี้ตบเท้าเข้ามาเปิดให้ดาวน์โหลดตัวเดโมไปทดลองเล่นกันอย่างล้นหลามเช่นเคยครับ และสำหรับใครที่เป็นแฟนเกมแนวสยองขวัญ สั่นประสาท ชอบความตื่นเต้นท้าทายล่ะก็ บอกเลยว่ารอบนี้มีทีเด็ดเพียบ วันนี้พวกเราเลยถือโอกาสคัดสรร 10 เกม Horror อินดี้หน้าใหม่ที่น่าจับตามองในเทศกาลนี้มาฝากกัน รับรองว่าหลอนถึงใจจนต้องรีบกด Wishlist รอรอบวันวางจำหน่ายจริงกันอย่างแน่นอนครับ
1. Last Breath 最后的气息

โดยเกม Last Breath จะมาในรูปแบบเกมยิงแนว Side-scrolling หรือมุมมองด้านข้างที่เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดและสยองขวัญ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อมีไวรัสเชื้อราปริศนาแพร่ระบาดไปทั่วอารยธรรมมนุษย์ ส่งผลให้ผู้คนกลายร่างเป็น “ซอมบี้สปอร์” ที่บ้าคลั่งและหิวกระหายเลือด โดยเราจะได้เล่นเป็นพนักงานสาวออฟฟิศชื่อว่า “กวนจิน” ที่ต้องออกเดินทางฝ่าซากปรักหักพังของเมืองเพื่อตามหาตัวน้องสาวที่พลัดพรากจากกัน ตัวเกมเน้นให้เราใช้อาวุธทุกอย่างที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดและต่อสู้กับศัตรูหลากหลายรูปแบบ เป็นอีกหนึ่งเกมอินดี้ฝั่งเอเชียที่งานดีและเนื้อเรื่องชวนติดตามมากครับ
2. Allogloom

ต่อกันด้วยเกมที่ 2 อย่าง Allogloom ครับ เกมนี้จะมาในแนว Point and Click Adventure หรือเกมแนวคลิกสำรวจแก้ไขปริศนาภาพ 2D Hand-drawn ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ๆ เรื่องราวจะเล่าผ่านตัวละครที่ชื่อว่า “โนร่า” ที่ต้องออกเดินทางฉีกกฎระเบียบเดิม ๆ เข้าไปยังพื้นที่ต้องห้ามอย่าง Gruesome Grove เพื่อสืบหาความจริงและช่วยเหลือชาวเมืองรวมถึงคนที่เธอรักที่ถูกพวกมอนสเตอร์ลักพาตัวไป เกมเพลย์จะเน้นการสำรวจ การเก็บไอเทมรอบตัวมาผสมผสานกัน และการเจรจาต่อรองกับตัวละครต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ สัตว์ และมอนสเตอร์สุดเพี้ยนเพื่อเปิดทางไปต่อ จุดเด่นคือเนื้อเรื่องที่น่าติดตามที่แฝงไปด้วยมุกตลกแบบตลกร้าย ชวนยิ้มมุมปาก ผสมผสานกับความลึกลับได้อย่างลงตัว ใครชอบเกมแนวสืบสวนคลาสสิกงานภาพสวย ๆ ต้องลองกด Wishlist ไว้เลยครับ
3. Silver Pines

ขยับมาที่แนวสยองขวัญกลางป่าลึกกันบ้างกับ Silver Pines ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองชนบทเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยป่าสนอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยความลับดำมืด ตัวเกมชูระบบสำรวจเชิงลึกผสมผสานการเอาชีวิตรอด คุณต้องคอยตามหาเบาะแสของการหายตัวไปอย่างลึกลับของชาวเมือง พร้อมกับระวังตัวจากลัทธิประหลาดและสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผสมผสานความลึกลับและการเอาตัวรอดได้อย่างลงตัวมากครับ
4. The Ministry for Anomaly Observation

สำหรับใครที่ชอบเกมแนวเฝ้าระวังกล้องวงจรปิดหรือแนว Anomalies ต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอนครับกับ The Ministry for Anomaly Observation เกมนี้คุณจะได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจจับสิ่งผิดปกติในหน่วยงานรัฐสุดลึกลับ หน้าที่ของคุณคือการนั่งสแกนภาพจากกล้องตามจุดต่าง ๆ และรายงานความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่สิ่งของขยับเองไปจนถึงการปรากฏตัวของสิ่งเหนือธรรมชาติ ความท้าทายคือความละเอียดรอบคอบและบรรยากาศชวนระแวงที่ทำเอาไม่กล้ากะพริบตาเลยครับ
5. PHASE ZERO

ขยับมาที่เกมที่ 5 อย่าง PHASE ZERO กันครับ เกมนี้คือโปรเจกต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคทองของเกม Survival Horror ยุค 90s แบบเต็มขั้นครับ โดยจะมาในสไตล์มุมมองกล้องแบบ Fixed Camera และฉากหลังแบบ Prerendered Backgrounds ชวนคิดถึงเกมระดับขึ้นหิ้งบนเครื่อง PS1 สุด ๆ เนื้อเรื่องจะเซ็ตติ้งอยู่ในเมืองท่า Flint Peak ปี 1994 ท่ามกลางพายุหิมะและโรคระบาดปริศนาที่เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดเนื้อเยื่อสุดสยอง เราจะได้สลับมุมมองเล่นเป็นเหล่าผู้รอดชีวิตที่ต้องใช้ทรัพยากรเท่าที่หาได้เพื่อเอาชีวิตรอดให้พ้นคืนนี้ พร้อมสืบหาความจริงเบื้องหลังความโกลาหล ใครที่คิดถึงกลิ่นอายคลาสสิกของ Resident Evil หรือ Silent Hill ยุคแรกบอกเลยว่ากด Wishlist ด่วนครับ
6. Sterile Childhood: Case 17

มาต่อกันที่เกมที่ 6 อย่าง Sterile Childhood: Case 17 ครับ เกมนี้เราจะตื่นขึ้นมาในปีกโรงพยาบาลร้างที่ถูกปิดตาย โดยไม่มีทั้งชื่อและความทรงจำ มีเพียงเบาะแสเดียวคือแฟ้มประวัติที่ระบุว่าเราคือ “Case 17” ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานสังเกตการณ์และบำบัดพฤติกรรมเด็กมาก่อน ตัวเกมจะให้เราออกสำรวจหอผู้ป่วยที่มืดมิดและห้องเก็บเอกสารเพื่อตามหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกลบไป จุดเด่นคือระบบต่อสู้ที่จะมาในรูปแบบ Turn-based Card Game ที่เราต้องใช้การ์ดในการเอาชีวิตรอดและต่อสู้กับจิตใต้สำนึกสุดบิดเบี้ยว เช่น ผีเสาน้ำเกลือ หรือผีผู้อำนวยการตรวจหอผู้ป่วย พร้อมกับต้องคอยบริหารค่าจิตใจไม่ให้แตกสลายไปซะก่อน ใครชอบเกมแนวหลอนจิตวิทยาผสมระบบการ์ดเกมต้องลองครับ
7. Cursed Cargo

เปลี่ยนบรรยากาศมาเจอความหลอนแบบปั่น ๆ กันบ้างกับ Cursed Cargo ครับ เกมนี้จะสลัดคราบความสยองขวัญแบบเดิม ๆ แล้วแทนที่ด้วยความโกลาหล เพราะมันคือเกมแนว Comedy-Horror ชวนขำปนหลอนที่รองรับระบบ Online Co-op ตั้งแต่ 1-4 ผู้เล่น โดยเราจะได้รับบทเป็นพนักงานขนส่งสินค้า แต่สินค้าที่ว่านี้ไม่ใช่กล่องพัสดุธรรมดา ๆ ทว่ามันคือ “สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ” ที่ยังมีชีวิตและพร้อมจะสติแตกได้ตลอดเวลา เกมเพลย์จะเน้นการทำงานเป็นทีมอย่างหนัก โดยจะมีผู้เล่นคนหนึ่งต้องยอมเสียสละอุ้มสินค้าชิ้นนี้ ซึ่งจะทำให้เดินช้าลงและใช้อุปกรณ์ไม่ได้ ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ต้องคอยคุ้มกันและช่วยกันหาไอเทมมาคอยปลอบประโลมสินค้าไม่ให้มันตื่นตระหนก แถมตัวแมปยังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แบบสุ่มทุกครั้งที่เล่นอีกด้วย บอกเลยว่างานนี้ถ้าไม่สามัคคีกันจริง ๆ มีมิตรภาพแตกแยกแน่นอนครับ
8. Cauldron Inn

สำหรับเกมที่ 8 อย่าง Cauldron Inn ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่เปลี่ยนแนวไปอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะนี่คือเกมสยองขวัญแนวจิตวิทยาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลไกของเกมดังอย่าง Exit 8 โดยเรื่องราวจะเริ่มขึ้นเมื่อเราต้องหนีตายจากบางสิ่งบางอย่างเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมลึกลับแห่งนี้ แต่ที่นี่กลับกลายเป็นกับดักที่ขังเราไว้ หน้าที่ของเราคือต้องเอาชีวิตรอดให้ครบ 8 ชั่วโมงเพื่อหาทางหลบหนีออกไปให้ได้ ตัวเกมจะเน้นระบบจับผิดสิ่งผิดปกติหรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติรอบตัว ถ้าเราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในห้อง ก็ต้องรีบสั่นกระดิ่งเพื่อขับไล่มันไป แต่ถ้าทุกอย่างยังดูปกติไม่มีอะไรเปลี่ยนไปก็นอนพักผ่อนได้เลยครับ ใครที่ชอบเกมแนวสังเกตการณ์ ระแวงทุกฝีก้าว และชอบแก้ปริศนาลูปเวลาขอบอกเลยว่าท้าทายสมองและตื่นเต้นแน่นอนครับ
9. Late Night Duty

เกมที่ 9 อย่าง Late Night Duty นั้น เกมนี้จะพาเราไปสัมผัสบรรยากาศความหลอนใกล้บ้านเรามาก ๆ เพราะตัวเกมเซ็ตติ้งอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซียช่วงกลางยุค 2000s ครับ โดยเราจะได้รับบทเป็นทหารผ่านศึกที่เพิ่งปลดประจำการและกำลังเผชิญกับสภาวะ PTSD จากสงคราม ซึ่งเขาได้ตัดสินใจมาทำงานเป็น รปภ. กะดึกที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อหวังความสงบสุข ตัวเกมเป็นแนว Walking Simulator ที่เน้นการเล่าเรื่องควบคู่ไปกับการทำภารกิจเดินตรวจตามจุดต่าง ๆ พร้อมไฟฉายและเครื่องสแกน แต่ยิ่งเวลาผ่านไปลึกมากเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งทวีความน่ากลัวจนเราเริ่มแยกไม่ออกว่า สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือภาพหลอนจากแผลใจในอดีต หรือมีบางสิ่งกำลังรอเราอยู่ในความมืดจริง ๆ งานภาพมาในสไตล์ Retro PSX ย้อนยุคที่ขับเน้นความวังเวียนของโรงเรียนตอนกลางคืนได้หลอนจับใจมากครับ
10. Foghorns Drown

ปิดท้ายกันด้วยเกมที่ 10 อย่าง Foghorns Drown ครับ เกมนี้จะพาเราฉีกแนวไปสัมผัสความหลอนในฐานะ “คนพายเรือส่งผู้โดยสาร” ข้ามทะเลสาบที่เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบเพื่อไปยังเมืองที่อบอวลไปด้วยเรื่องราวลี้ลับและตำนานพื้นบ้าน ตัวเกมเป็นแนว Psychological Thriller สยองขวัญแนวจิตวิทยาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Silent Hill, Twin Peaks และเกมอินดี้กระแสแรงอย่าง Mouthwashing ครับ พล็อตเรื่องจะเล่าถึงการหายตัวไปอย่างปริศนาของคนพายเรือคนเก่า และคดีฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ซึ่งเราต้องคอยใช้ระบบฟิสิกส์ในเกมเพื่อควบคุมและหมุนรอกลากเรือข้ามโซ่สนิมเขรอะ พร้อมกับออกสืบหาความจริงจากเบาะแสรอบตัวและคำบอกเล่าของชาวเมือง ท่ามกลางภาพหลอนสุดนึกฝันที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความฝันเริ่มเลือนรางลงเรื่อย ๆ เป็นเกมปิดท้ายที่บรรยากาศกดดันและเนื้อเรื่องน่าติดตามมากครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 เกม Horror อินดี้สุดหลอนจากเทศกาล STEAM NEXT FEST ที่ผมหยิบยกมาแนะนำกันครับ ขอบอกเลยว่าแต่ละเกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมอบความสยองขวัญในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ใครที่ชอบเกมไหนก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเดโมมาเล่นกันได้ฟรี ๆ บน Steam และที่สำคัญอย่าลืมกด Wishlist เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมพัฒนาเกมอินดี้เหล่านี้กันด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ





