10 เกมอินดี้สยองขวัญที่ได้แรงบันดาลใจจาก Resident Evil
เกมที่สร้างความทรงจำให้กับเกมเมอร์หลาย ๆ คน

ถ้าพูดถึงเกมสยองขวัญระดับตำนาน หนึ่งในเกมแรก ๆ ที่ทุกคนจะต้องนึกถึงคงเป็น Resident Evil (หรือ Biohazard) กันใช่ไหมครับ? อาจจะเรียกได้ว่าเกมนี้เป็นเกมสยองขวัญในยุคบุกเบิกเกมคอนโซล ที่ได้สร้างความทรงจำให้กับเกมเมอร์หลาย ๆ คนไว้ ทั้งเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ บรรยากาศที่สร้างออกมาน่ากลัว และเกมเพลย์ที่สนุกทั้งแอคชั่นและการแก้ปริศนา
ตัดภาพมาในยุคปัจจุบัน เกมสยองขวัญสุดคลาสสิกอย่าง Resident Evil นั้น ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสร้างเกมอินดี้หลาย ๆ คน ซึ่งเกมอินดี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Resident Evil และถูกสร้างออกมานั้นก็มีเยอะมาก ๆ ในตลาดเกมปัจจุบันเลยล่ะครับ ในบทความนี้ผมจะมานำเสนอเกมเหล่านั้นให้ทุกคนได้รู้จักกัน โดยจะนำเสนอเกมที่วางจำหน่ายไปแล้วและเกมที่รอการวางจำหน่ายอยู่ รวมทั้งหมด 10 เกมด้วยกันครับ
Table of Contents

1. The Mute House

The Mute House เกมสยองขวัญแบบคลาสสิก ที่จะชวนให้คนเล่นรู้สึกว่า “นี่มัน Resident Evil ภาคแรกชัด ๆ !” ตัวเกมผสมผสานการเล่นแบบสำรวจ แก้ปริศนา จัดระเบียบไอเทมในกระเป๋า และการต่อสู้แอคชั่นที่ถูกบังคับด้วยมุมมองที่จำกัด
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Emily ตำรวจสาวที่ตัดสินใจออกสืบคดีคนสูญหายอย่างปริศนา เมื่อน้องสาวของเธอก็กลายเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ระหว่างการสืบคดีเธอได้พบกับคฤหาสน์หลังหนึ่งใจกลางป่า และได้ตัดสินใจเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้นจนนำไปสู่การพบความลับดำมืดบางอย่าง


2. You Will Die Here Tonight

เล่นเป็นสมาชิกแต่ละคนในหน่วยรบพิเศษ Aries Division ที่ถูกแยกออกจากกันด้วยพลังลึกลับบางอย่างในคฤหาสน์ต้องสาป ตัวละครแต่ละตัวจะมีปมความลับบางอย่างอยู่เบื้องหลัง เมื่อผู้เล่นเลือกเล่นก็จะได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ในมุมมองที่ต่างกัน
เกมเพลย์ประกอบไปด้วยการสำรวจและการต่อสู้แบบอาร์เคด การกระทำแต่ละอย่างของผู้เล่นจะส่งผลต่อเนื้อเรื่อง แม้ว่าผู้เล่นจะเล่นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งตายไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถเล่นตัวละครที่เหลือต่อได้ แต่การกระทำและการตัดสินใจต่าง ๆ ที่ผ่านไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีก


3. Nightmare of Decay

เกมแอคชั่นสยองขวัญแบบ FPS ที่ดำเนินเรื่องราวในคฤหาสน์สุดสยองที่เต็มไปด้วยซอมบี้ ลัทธิคลั่ง และสัตว์ประหลาดน่ากลัวอีกหลายชนิด ผู้เล่นจะต้องใช้อาวุธและไอเทมที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อเอาชีวิตรอดและหนีออกจากคฤหาสน์หลังนี้ หรืออาจต้องตายอยู่ท่ามกลางฝันร้ายนี้
ถ้าให้แสดงความคิดเห็นของผู้เขียนอย่างผมแล้ว เกมนี้คงมีอารมณ์เหมือน Resident Evil ภาคแรก แต่เป็นมุมมองแบบ FPS ครับ ทั้งจำกัดจำนวนไอเทมจึงต้องจัดสรรการใช้ให้ดี ปริศนาที่ต้องแก้ไขในห้องต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกัน หรือแม้แต่การหาจุดเซฟที่ยากลำบาก รวมถึงสถานการณ์โหด ๆ ที่ต้องตัดสินใจว่าควรจะสู้หรือหนีถึงดีกว่ากัน เกมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเกมที่เล่นยากและมีความท้าทายพอสมควรเลยล่ะครับ


4. Flesh Made Fear

เข้าสู่โลกแห่งการทดลองสุดสยองขวัญและพิธีกรรมลึกลับ Flesh Made Fear คือการคารวะเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอดในยุค PlayStation ที่สร้างนิยามไว้ในยุคนั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Resident Evil ไตรภาคต้นฉบับ นี่คือเกมที่ผสมผสานระหว่างปริศนาที่ซับซ้อน การต่อสู้ที่เร้าใจ และบรรยากาศน่าหวาดกลัวได้อย่างลงตัว แต่เกมนี้ไม่เพียงแค่พาผู้เล่นไปรำลึกกับวิธีการเล่นเกมเหมือนอดีตอย่างเดียว เพราะมีการพัฒนาการควบคุมที่ทันสมัยตามยุค ภาพยนตร์ที่แสดงได้ลื่นไหล และเรื่องราวที่น่าติดตามจนถึงตอนท้าย
ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วย Reaper Intervention Platoon (R.I.P.) หน่วยปฏิบัติการลับที่ถูกส่งไปกำจัด Victor “The Dripper” อดีตเจ้าหน้าที่ CIA อัจฉริยะแต่เสียสติ การทดลองชั่วร้ายของเขาได้เปลี่ยนเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งให้กลายเป็นฝันร้าย เมืองที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและทาสที่ถูกควบคุมจิตใจ
เกมนี้เป็นเกมสยองขวัญแบบคลาสสิก คือ มีมุมมองถูกบังคับตามฉาก (มุมมองแบบกล้องวงจรปิด) การเซฟเกมแบบจำนวนจำกัด ช่องเก็บของที่มีพื้นที่จำกัด และการแก้ปริศนาเพื่อปลดล็อกพื้นที่เดินทางต่อ ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้ระหว่างตัวละครสองตัว ได้แก่ Natalie (พลังชีวิตน้อย แต่ช่องเก็บของมาก) หรือ Jack (พลังชีวิตมาก แต่ช่องเก็บของน้อย)


5. Perished Truth

เกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกม Resident Evil + กับภาพยนตร์ SAW รับบทเป็น “ชินจิ อุเอดะ” คุณพ่อที่ต้องดิ้นรนเมื่อพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบสุดโหดที่เดิมพันด้วยชีวิต ชินจิรู้สึกว่าชีวิตตัวเองพังทลายลงตั้งแต่สูญเสียภรรยาไป และรู้สึกสิ้นหวังที่จะช่วยลูกสาวที่กำลังป่วยหนักเหมือนแม่อีกคน เขาจึงได้ไปพึ่งพาเว็บมืดจนกระทั่งถูกจับตัวมาที่เกาะร้างพร้อมกับคนอื่น ๆ และต้องเข้าร่วมบททดสอบที่เดิมพันด้วยชีวิต
เกมนี้ผสมผสานวิธีการเล่นแบบเกมสยองขวัญเอาตัวรอดแบบคลาสสิก (การบังคับตัวละครแบบ Tank Control และมุมมองแบบบังคับ) เข้ากับการควบคุมและการเล็งยิงที่ทันสมัย เกมเพลย์ของเกมนี้คือการสำรวจเกาะร้าง ค้นหาอาวุธและเสบียง และเผชิญหน้ากับผู้ติดเชื้อ (ซอมบี้) รวมถึงกับบุคคลอื่นที่ถูกจับมาด้วย ผู้เล่นต้องไขปริศนาและเปิดหาเส้นทางใหม่ ก่อนที่เวลาจะหมดลงและกลายเป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ


6. Tormented Souls (1 & 2)


เกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Resident Evil + Silent Hill + Alone in the Dark ซึ่งหลังจากภาคแรกทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ๆ จึงได้มีการสานต่อภาค 2 ต่อด้วย
รับบทเป็น Caroline Walker ที่ต้องสืบสวนคดีการหายตัวไปของเด็กสาวฝาแฝดในคฤหาสน์สุดสยองที่ถูกดัดแปลงเป็นโรงพยาบาล (ภาค 1) ส่วนในภาคที่ 2 ก็จะได้รับบทเป็น Caroline อีกเช่นกัน แต่เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับน้องสาวของเธอครับ (ขออนุญาตไม่สปอยล์เนื้อเรื่อง)
และเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีวิธีการเล่นแบบคลาสสิก แต่ก็มีการผสมผสานระบบควบคุมที่ทันสมัยตามยุคและใช้มุมกล้องแบบไดนามิก จึงเป็นเกมที่นำเสนอความแอคชั่นผจญภัยในมุมมองคงที่ครับ นอกจากนี้ตัวเกมยังขึ้นชื่อเรื่องปริศนาที่โหดหินด้วย การแก้ไขปริศนาในเกมนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย


7. Phase Zero

ในปี 1994 โรคระบาดสุดสยองกำลังระบาดหนักในเมืองท่าอุตสาหกรรม Flint Peak ผู้รอดชีวิต 2 คน พยายามหนีเอาชีวิตรอดในขณะที่สิ่งมีชีวิตลึกลับออกอาละวาดไปทั่วท้องถนน เรื่องราวของเกมจะถูกเล่าแบบซีรีส์ โดยแต่ละบทจะนำเสนอเรื่องราวของตัวเอก 2 คน ที่ต้องเอาชีวิตรอดในสถานที่และสถานการณ์ที่ต่างกัน
เกมเพลย์แบบคลาสสิกสไตล์ยุคทองของ PSX แต่ได้รับการสร้างสรรค์ให้ทันสมัยมากขึ้น ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Mary นักข่าวสาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมือง Flint Peak และ Guy วิศวกรหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บ และแน่นอนว่าตัวเกมมีทั้งแอคชั่นกับการแก้ไขปริศนาเพื่อเอาชีวิตรอดออกจากเมืองสยองขวัญนี้


8. Ground Zero

เมื่ออุกกาบาตพุ่งชนโลกและทำลายเกาหลีใต้จนพังย่อยยับหมดสิ้น ในเวลา 2 เดือนต่อมาหลังจากที่พายุฝนสงบลงและฝุ่นเริ่มจางหาย จนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พอหายใจได้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีและคู่หูชาวแคนาดาได้ถูกส่งเข้าไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ในซากปรักหักพังที่ปกคลุมไปด้วยหมอกนั้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้
Ground Zero เป็นเกมสยองขวัญเอาตัวรอดแบบคลาสสิก ดำเนินเรื่องอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ที่ตกอยู่ในสภาพหลังวันสิ้นโลก หลังจากการพุ่งชนของอุกกาบาตที่ทำลายล้างประเทศและเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดสุดสยอง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ แมลง (แถมมีไดโนเสาร์อีกด้วย!?) รูปแบบการควบคุมเป็นวิธีแบบคลาสสิก มีการแก้ปริศนา และการปลดล็อกเนื้อหาพิเศษต่าง ๆ เช่น ชุดตัวละครเพิ่มเติม โหมดเกมใหม่ และฉากจบลับ เป็นต้น


9. Pulsebreaker

อีกหนึ่งเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดที่กำลังรอวันวางจำหน่าย เนื้อเรื่องของเกมยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ก็จะมีธีมการเอาชีวิตรอดออกจากเมืองและค้นหาสาเหตุการระบาดของซอมบี้ ซึ่งจากภาพตัวอย่างที่มีจะทำให้เรานึกถึง Resident Evil ต้นฉบับเป็นอย่างมาก เนื่องจากการออกแบบตัวละคร หรือซอมบี้นั้น ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับเกมต้นฉบับเลยทีเดียว ซึ่งเกมนี้เรายังคงต้องรอเนื้อหาเพิ่มเติมในอนาคตครับ


10. Dawn of Fear (2020)

Alex เด็กหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุตอนอายุ 20 ทำให้เขาสูญเสียพ่อและพี่ชายต่างแม่ไป หลังจากนั้น 5 ปีต่อมา แม่เลี้ยงของเขาได้ฆ่าตัวตายและเขาได้ถูกบังคับให้กลับบ้านเกิด เมื่อมาถึงบ้านเกิดเขาได้พบกับบันทึกเวทมนตร์ที่แม่เลี้ยงเขียนไว้ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของปริศนาและความสยองขวัญต่าง ๆ ที่ Alex จะได้พบต่อมา
เช่นเดียวกับเกมสยองขวัญเอาตัวรอดแบบคลาสสิกเกมอื่น ๆ รูปแบบการควบคุม การต่อสู้ และการแก้ไขปริศนายังคงความเรโทรเหมือนกับเกมในยุค PSX ครับ แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกมนี้ไม่มีวางจำหน่ายบน PS4 หรือ Steam อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีการถอดเกมออกจากร้านค้าเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2023 (อ้างอิง Steam) ด้วยสาเหตุมาจากเสียงวิจารณ์เชิงลบถึงตัวเกม เช่น ปัญหาทางเทคนิคขั้นร้ายแรง และขาดการสนับสนุนหลังวางจำหน่าย รวมถึงการถอนตัวของนักพัฒนาเกมด้วย จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเกมนี้ที่ไม่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ครับ
หมายเหตุ: แต่ถ้าเพื่อน ๆ ลองค้นหาเกม Dawn of Fear ใน Steam ก็จะยังเจอเกมอีกหนึ่งเกม ซึ่งเป็นเกมคนละตัวกับเกมที่ผมได้นำเสนอไปครับ (และกำลังรอวางจำหน่ายอยู่)


ปัจจุบันเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดแบบคลาสสิกก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยไปกว่าเกมสยองขวัญยุคใหม่เลยนะครับ ด้วยอารมณ์แบบเรโทร (Retro) การบังคับแบบ Tank Control และมุมมองฉากที่ถูกกำหนดไว้เหมือนกล้องวงจรปิด เพิ่มบรรยากาศที่น่ากลัวเมื่อไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดจะโผล่มาจากทางไหน การแก้ไขปริศนาที่ต้องใช้ความคิดเชื่อมโยงระหว่างไอเทมกับพื้นที่ต่าง ๆ มันเป็นเสน่ห์ที่ยังคงความคลาสสิกให้เรารู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ ครับ
และเป็นเรื่องน่ายินดีที่ยังมีนักพัฒนาเกมอินดี้อีกหลาย ๆ คน ที่ยังคงสนใจทำเกมแนวนี้ออกมาให้เกมเมอร์อย่างเราได้เล่นกัน ในอนาคตก็น่าจะยังได้เห็นเกมสยองขวัญคลาสสิกแบบนี้ออกวางจำหน่ายมาให้เห็นกันเรื่อย ๆ ครับ
อธิบายศัพท์
Retro = สไตล์การออกแบบขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่หยิบยกเอาดีไซน์ความคลาสสิกของช่วงอดีตมาประยุกต์ใช้ (โดยเฉพาะยุค 1950s – 1980s)
Tank Control = วิธีการควบคุมตัวละครในยุคเกมคลาสสิก โดยอิงตามตำแหน่งตัวละครเป็นหลัก (เดินหน้า/ถอยหลัง/หมุนซ้าย-ขวา) โดยไม่ใช่ทิศทางของกล้องแบบเกมสมัยใหม่ ตัวอย่างเกมเด่น ๆ ที่ใช้ระบบนี้ เช่น Resident Evil 1-3 ต้นฉบับ / Silent Hill 1-4 / Alone in the Dark / Dino Crisis
Fixed Camera Angles / Fixed Camera Perspective = มุมกล้องตายตัว ที่ให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพผ่านกล้องวงจรปิด มุมกล้องได้ถูกกำหนดไว้แล้วและไม่สามารถหมุนอิสระได้ เน้นสร้างบรรยากาศให้หวาดกลัวและสร้างมุมอับสายตา








