7 เกมเรือธงจากค่าย CAPCOM ที่มีอายุเกิน 20 ปี
บางเกมเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก บางเกมอยู่มาก่อนเราเกิดเสียอีก

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน หากพูดถึงค่ายเกมระดับแถวหน้าของโลกที่มีผลงานระดับขึ้นหิ้งมาอย่างยาวนาน ชื่อของ CAPCOM ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอนครับ ค่ายเกมนี้อยู่คู่กับวงการเกมมาหลายทศวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาวและสร้างสรรค์ผลงานที่กลายมาเป็นรากฐานให้กับเกมยุคปัจจุบันมากมาย ซึ่งความเจ๋งคือหลาย ๆ แฟรนไชส์ระดับแม่เหล็กของพวกเขานั้นไม่ได้โด่งดังแค่ชั่วข้ามคืน แต่เป็นเกมเรือธงที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีอายุอานามส่งต่อความสนุกกันมานานเกินกว่า 20 ปีเข้าไปแล้วครับ บางเกมเราเห็นมาตั้งแต่ยังเด็กเดินหยอดเหรียญตามตู้เกม หรือบางเกมก็อยู่มาก่อนที่เราจะเกิดเสียด้วยซ้ำ ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปย้อนเวลาเช็กอายุ 7 ซีรีส์เกมระดับไอคอนของ CAPCOM ที่ยังคงโลดแล่นและสร้างความเดือดให้กับเกมเมอร์ยุคปัจจุบันกันครับ
1. Street Fighter (1987) – 39 ปี

เริ่มต้นกันด้วยราชาแห่งเกมต่อสู้ที่อยู่คู่กับวงการเกมมาอย่างยาวนานเกือบ 4 ทศวรรษอย่าง Street Fighter ครับ ซีรีส์นี้เปิดตัวภาคแรกสุดในปี 1987 ในรูปแบบเกมตู้ก่อนจะสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนโลกในภาคสองที่วางรากฐานและระบบการเล่นให้กับเกมแนว Fighting ยุคปัจจุบันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกดสูตรท่าไม้ตายควงอนาล็อก หรือระบบคอมโบที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญในตอนนั้น เอกลักษณ์ของตัวละครอย่าง Ryu, Ken หรือ Chun-Li ได้กลายเป็นภาพจำระดับป๊อปคัลเจอร์ที่ต่อให้คนไม่เล่นเกมก็ต้องเคยเห็นผ่านตา ความยอดเยี่ยมของแฟรนไชส์นี้คือการปรับตัวตามยุคสมัยได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งปัจจุบันในภาค Street Fighter 6 ก็ยังคงเป็นเกมระดับแถวหน้าในวงการ Esport ที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดและไม่มีทีท่าว่าจะลดความนิยมลงเลยครับ
2. Mega Man / Rockman (1987) – 39 ปี

ตามมาติด ๆ กับอีกหนึ่งมาสคอตระดับตำนานที่เกิดปีเดียวกับเกมแรกอย่างเจ้าหนูหุ่นยนต์สีฟ้า Rockman หรือที่ฝั่งตะวันตกรู้จักกันในชื่อ Mega Man ครับ ซีรีส์นี้คือไอคอนแห่งความคลาสสิกของเกมแนว Side-scrolling Platformer ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความยากท้าทายระดับปาจอยในยุค Famicom จุดเด่นที่ทำให้เกมเมอร์หลงรักคือระบบการเลือกด่านได้อย่างอิสระและการล้มบอสเพื่อชิงเอาอาวุธมาใช้แก้ทางกัน ซึ่งนอกจากภาคหลักแล้ว แฟรนไชส์นี้ยังแตกไลน์ซีรีส์ย่อยออกมาสร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ในแต่ละยุคอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นของ Rockman X, ความเร็วแรงของ Rockman Zero หรือแนว RPG สุดล้ำอย่าง Rockman Battle Network แม้ช่วงหลังจะห่างหายจากภาคใหม่ไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่มีการปล่อยภาคต่อหรือมัดรวมภาคคลาสสิกออกมาขายใหม่ ก็ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่อบอุ่นจากแฟนบอยรุ่นเก๋าเสมอครับ
3. Resident Evil (1996) – 30 ปี

ถ้าพูดถึงเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอด จะขาดชื่อของ Resident Evil หรือ Biohazard ไปไม่ได้เด็ดขาดครับ ซีรีส์นี้เปิดประตูสู่นรกคฤหาสน์สเปนเซอร์ในปี 1996 และกลายเป็นผู้ให้กำเนิดคำว่า “Survival Horror” เป็นเกมแรกของโลก เสน่ห์ของเกมคือการบริหารกระสุนที่มีจำกัด การแก้ปริศนา และบรรยากาศชวนขนลุก ความเจ๋งของซีรีส์นี้คือความกล้าที่จะปฏิวัติระบบการเล่นในทุก ๆ ทศวรรษ ตั้งแต่ล็อกมุมกล้องคลาสสิก เปลี่ยนมาเป็นมุมมองข้ามหัวไหล่สุดมันส์ในภาค 4 และหลอนสุดขีดด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่งในภาค 7 ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ CAPCOM ท็อปฟอร์มจับเกมเก่ามา Remake ด้วย RE Engine ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งทำให้แฟรนไชส์นี้แข็งแกร่งและกวาดแฟนเกมหน้าใหม่เข้าสู่โลกของไวรัสซอมบี้ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีแผ่วเลยครับ
4. Devil May Cry (2001) – 25 ปี

ขยับมาที่ทำเนียบเกมอายุ 25 ปีกับซีรีส์แอ็กชันสับแหลกสุดมันส์อย่าง Devil May Cry ครับ รู้หรือไม่ว่าเกมนี้เกือบจะไม่ได้เกิดเพราะเดิมทีตั้งใจจะพัฒนาเป็น Resident Evil 4 แต่ด้วยสไตล์ที่หลุดโลกและความผาดโผนที่มากเกินไป ทางผู้พัฒนาจึงตัดสินใจแยกออกมาเป็นเกมใหม่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนิยามคำว่า “Stylish Action” ที่กระตุ้นให้ผู้เล่นทำคอมโบกลางอากาศอย่างต่อเนื่องเพื่อไต่ระดับ Rank ไปให้ถึงจุดสูงสุด ตัวเกมประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามผ่านเรื่องราวของ Dante ลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจสุดกวน ถือเป็นแฟรนไชส์ที่ยกระดับเกมแนว Hack and Slash ของโลกให้มีมิติและน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งภาคใหม่อย่าง Devil May Cry 5 ก็ยังคงโชว์ความท็อปฟอร์มด้วยกราฟิกที่สมจริงและระบบการต่อสู้ที่สะใจแฟนเกมสายสะสมคอมโบแบบสุด ๆ ครับ
5. Ace Attorney (2001) – 25 ปี

ฉีกแนวจากเกมแอ็กชั่นมาดูเกมแนวใช้สมองและคารมกันบ้างกับ Ace Attorney หรือที่บ้านเราคุ้นเคยกันในชื่อ “เกมทนาย” ครับ ซีรีส์นี้เปิดตัวครั้งแรกบนเครื่อง Game Boy Advance ในปี 2001 นำเสนอเกมเพลย์แนวสืบสวนและว่าความในศาลที่สนุกตื่นเต้นจนคาดไม่ถึง ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นทนายความหน้าใหม่ Phoenix Wright ค้นหาหลักฐานเพื่อมาจับผิดคำให้การพิจารณาคดีของพยาน จุดเด่นที่กลายมาเป็นมีมและป๊อปคัลเจอร์โด่งดังไปทั่วโลกก็คือจังหวะการตบโต๊ะแล้วตะโกนคำว่า “Igiari!” หรือ “Objection!” เพื่อกลับลำคดีจากที่เกือบจะแพ้ให้พลิกกลับมาชนะได้อย่างสะใจ เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์เรือธงที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เนื้อเรื่องเข้มข้น หักมุม และยังคงมีการมัดรวมภาคเก่ารวมถึงพอร์ตลงแพลตฟอร์มยุคใหม่ให้แฟน ๆ ได้เล่นกันอยู่เสมอครับ
6. Onimusha (2001) – 25 ปี

อีกหนึ่งซีรีส์ระดับแม่เหล็กที่แจ้งเกิดในปี 2001 ยุคเครื่อง PS2 และสร้างความฮือฮาให้กับวงการเกมในยุคนั้นแบบสุด ๆ ก็คือ Onimusha ครับ ซีรีส์นี้หยิบเอาประวัติศาสตร์ยุคเซ็นโกคุของญี่ปุ่นมาดัดแปลง ผสมผสานกับเรื่องราวความลี้ลับเหนือธรรมชาติและฝูงปีศาจเก็นมะได้อย่างลงตัว จุดขายสำคัญที่ทำให้เกมนี้เป็นที่จดจำคือการใช้เทคโนโลยีจำลองใบหน้าของนักแสดงชื่อดังระดับโลกมาเป็นต้นแบบตัวละครหลักในเกม เช่น ทาเคชิ คาเนชิโระ และ ฌอง เรโน ซึ่งในส่วนของเกมเพลย์ก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมด้วยระบบการต่อสู้ที่ดุดัน รวดเร็ว และระบบ “อิตเซ็น” (Issen) หรือการสวนกลับในเสี้ยววินาทีที่สะใจเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีภาคต่อใหม่ออกมาให้เราเล่นกันนานแล้ว แต่เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่เข้มข้นก็ทำให้แฟน ๆ ยังคงคิดถึงและย้อนกลับไปเล่นกันอยู่เสมอครับ
7. Monster Hunter (2004) – 22 ปี

ปิดท้ายลิสต์นี้ด้วยแฟรนไชส์ระดับปรากฏการณ์ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปีไปเมื่อไม่นานมานี้อย่าง Monster Hunter หรือที่บ้านเราเรียกกันติดปากว่า “เกมล่าแย้” ครับ ซีรีส์นี้เริ่มต้นการล่าครั้งแรกในปี 2004 บนเครื่อง PS2 โดยชูจุดเด่นเรื่องระบบเกมเพลย์แบบ Co-op ที่เน้นความสามัคคีในการช่วยกันล่ามอนสเตอร์ขนาดมหึมา นำวัตถุดิบมาคราฟต์เป็นอาวุธและชุดเกราะสุดเท่ เสน่ห์ของเกมนี้คือความลุ่มลึกในการฝึกฝนอาวุธแต่ละชนิดและการเรียนรู้แพทเทิร์นของมอนสเตอร์ ซึ่งจากเดิมที่เคยเป็นกระแสฮิตในวงแคบ ๆ และบูมสุด ๆ ในยุคเครื่องพกพาที่ญี่ปุ่น ปัจจุบันก้าวมาเป็นเกมเรือธงระดับสากลเต็มตัว โดยเฉพาะภาคอย่าง World และ Rise ที่ทุบสถิติตัวเลขยอดขายถล่มทลายไปทั่วโลก รวมถึงภาคใหม่อย่าง Wilds ที่สร้างกระแสความเดือดตอกย้ำว่านี่คือหนึ่งในขุมทรัพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุดของค่าย CAPCOM ในยุคนี้เลยครับ

การที่เกมเกมหนึ่งจะยืนระยะมาได้นานเกินกว่า 20 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ แต่ CAPCOM ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้คือการไม่หยุดพัฒนาและการกล้าที่จะก้าวออกจากเซฟโซนเดิม ๆ เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ในแต่ละยุคสมัย ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์และมนต์ขลังที่ทำให้แฟนเกมรุ่นเก๋ายังคงภักดี ส่วนแฟนเกมรุ่นใหม่ก็พร้อมที่จะกระโดดเข้าร่วมวงสนุกไปด้วยกัน แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ ผูกพันและเติบโตมากับซีรีส์ไหนของ CAPCOM มากที่สุด หรือมีวีรกรรมความทรงจำอะไรสนุก ๆ เกี่ยวกับ 7 เกมนี้บ้าง ลองมาร่วมคอมเมนต์พูดคุยและแชร์ต่อความทรงจำดี ๆ กันได้เลยครับ สำหรับบทความนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ






