คอนโซล / พีซีสกู๊ปพิเศษเกม

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม

พอมีเกมใหม่ หน้าตาเกมดูคุ้นแปลก ๆ พอกดดูเกมเพลย์เท่านั้นแหละ ใช่เลย

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน เวลามีงานเปิดตัวเกมใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่าง Square Enix เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นและตั้งตารอคอยกันแบบสุด ๆ แต่เคยไหมครับที่พอเรานั่งดูเทรลเลอร์เปิดตัวไปได้สักพัก เริ่มรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับฉากและตัวละครแบบแปลก ๆ จนกระทั่งเกมเพลย์โผล่มาเท่านั้นแหละ ถึงกับร้องอ๋อในใจทันทีว่านี่มันเกมเก่าที่เคยเล่นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วชัด ๆ แม้ค่ายพี่เหลี่ยมจะขยันสร้างสรรค์ผลงานระดับ masterpiece ออกมาสร้างความประทับใจให้พวกเราอยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าในฝั่งของการทำการตลาดหรือการนำ assets เก่ามาหมุนเวียนขายใหม่นั้น ค่ายนี้เขามีเทคนิคแพรวพราวและลึกล้ำจนแฟนเกมบางคนถึงกับต้องถอนหายใจยาว วันนี้ผมเลยขอพาทุกคนไปเจาะลึกกับ 5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่เห็นกี่ทีก็ชวนให้กรอกตาบน แต่สุดท้ายแฟนๆ ก็ยอมควักเงินในกระเป๋าจ่ายให้อยู่ดีครับ



1. HD-2D Magic ปัดฝุ่นเปลี่ยนฟ้อนต์ เพิ่มแสง แล้วขายราคาเต็ม

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม


มาเริ่มกันที่เทคนิคแรกอย่าง HD-2D Magic ปัดฝุ่นเปลี่ยนฟ้อนต์ เพิ่มแสง แล้วขายราคาเต็ม ซึ่งต้องยอมรับเลยครับว่าลายเส้นงานภาพสไตล์นี้เป็นเอกลักษณ์ที่ดูสวยงามน่าหลงใหลและทรงเสน่ห์แบบสุด ๆ เพราะมันคือการเอาเกมพิกเซลยุค 16-bit สุดคลาสสิกบนเครื่อง Super Famicom หรือ PS1 มาปัดฝุ่นใหม่ด้วยการใส่เอฟเฟกต์ แสง เงา และมิติความลึกในสไตล์ยุคปัจจุบัน แต่ทว่าปัญหาหลักที่ทำให้แฟนเกมหลายคนเริ่มถอนหายใจคือเรื่องของราคาครับ เพราะบางเกมเล่นตั้งราคาขายไว้สูงเฉียดเกือบเท่าเกมระดับ AAA ในยุคปัจจุบัน ทั้งที่องค์ประกอบหลายอย่างภายในเกม โครงสร้างเนื้อเรื่อง หรือระบบการเล่นหลัก ๆ ก็ยังคงเป็นของเดิมที่เคยเล่นเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือบางทีแค่เปลี่ยนฟ้อนต์ตัวหนังสือให้คมขึ้น ปรับ UI นิดหน่อย แล้วจับมาแปะป้ายขายใหม่ในราคาเต็ม เห็นได้ชัดจากเกมรีเมคอย่าง Live A Live หรือ Dragon Quest III HD-2D Remake ที่แม้งานภาพจะสวยจนกราบเดฟ แต่มุมหนึ่งก็ชวนให้เกมเมอร์ตั้งคำถามในใจเหมือนกันครับว่า ราคาที่เราจ่ายไปนั้น มันคือค่าพัฒนาเกมใหม่จริง ๆ หรือเรากำลังจ่ายค่าความทรงจำในวัยเด็กกันแน่ครับ


2. Remake หนึ่งเกม แต่หั่นขายเป็น Episode

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม


ต่อกันด้วยเทคนิคที่สองอย่าง Remake หนึ่งเกม แต่หั่นขายเป็น Episode ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์การตลาดสุดแพรวพราวที่สร้างทั้งความว้าวและความเหนื่อยใจให้แฟนเกมไปพร้อม ๆ กันครับ เพราะแทนที่ค่ายจะเอานำเกมระดับตำนานมารีเมคให้จบแบบม้วนเดียวจบในภาคเดียวเหมือนที่เกมทั่วไปเขาทำกัน แต่ Square Enix กลับเลือกที่จะขยายสเกลงานสร้างให้ใหญ่โตระดับมหากาพย์ แล้วทำการหั่นเนื้อเรื่องออกเป็น Part 1, Part 2, Part 3 แล้วค่อย ๆ แยกขายทีละภาคในราคาเต็ม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นโปรเจกต์ Final Fantasy VII Remake ที่แบ่งออกเป็น Remake และ Rebirth แถมระหว่างที่แฟนเกมกำลังตั้งหน้าตั้งตารอภาคต่อที่อาจจะต้องใช้เวลารอนานหลายปี ทางค่ายก็ยังขยันส่งเกมภาคแยกหรือเวอร์ชั่นรีมาสเตอร์อย่าง Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion มาวางขายขัดดอกเพิ่มอีกต่างหากครับ ซึ่งแม้คุณภาพเนื้องานและรายละเอียดจะทำออกมาได้ดีเยี่ยมอลังการสมการรอคอยแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่ากลยุทธ์การหั่นขายแบบนี้ ทำให้เกมเมอร์ต้องใช้ทั้งเวลา อดทนรอคอย และเสียเงินรวมกันหลายพันบาทเพื่อที่จะได้เล่นเนื้อเรื่องเดิมจนจบครับ


3. Remaster of the Remaster ย้อมแล้วย้อมอีก

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม


มาถึงเทคนิคที่สามอย่าง Remaster of the Remaster ย้อมแล้วย้อมอีก ที่ต้องบอกเลยครับว่านี่คือกลยุทธ์การขายของเก่าขั้นสุดยอดของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเกมบางเกมเรียกได้ว่าถูกขุดขึ้นมาขายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยและเครื่องคอนโซลครับ โดยสูตรเด็ดก็คือการนำเกมเดิมที่เคยขายไปแล้ว มาปรับความละเอียดภาพให้คมชัดขึ้นนิดหน่อย เพิ่มอัตราเฟรมเรต ปรับปรุงระบบควบคุมเล็กน้อย หรืออาจจะใส่ดันเจี้ยนพิเศษและคัทซีนใหม่เข้ามานิดเดียว แล้วก็นำมาแปะคำว่า Remastered หรือ Definitive Edition วางขายใหม่อีกรอบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม่พ้น Final Fantasy X / X-2 HD Remaster ที่ถูกนำมาย้อมแมวขายไล่ตั้งแต่ยุค PS2, PS3, PS Vita, PS4, PC ไปจนถึง Nintendo Switch และ Xbox One หรือเกมในตระกูล SaGa และ Grandia ที่วนเวียนมารีมาสเตอร์ขายใหม่แทบทุกเจเนอเรชันครับ ซึ่งแม้แฟนเกมหลายคนจะจำฉากและเนื้อเรื่องได้ทุกตารางนิ้วแล้ว แต่สุดท้ายก็มักจะแพ้ทางให้กับความสะดวกสบายในการเล่นบนเครื่องยุคใหม่ และยอมควักเงินจ่ายให้เวอร์ชั่นที่ถูกบอกว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุดเสมอครับ


4. ชุบชีวิตเกมมือถือที่ “ปิดบริการ” ให้กลายเป็นเกม Offline

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม


ต่อกันที่เทคนิคที่สี่อย่าง ชุบชีวิตเกมมือถือที่ “ปิดบริการ” ให้กลายเป็นเกม Offline ซึ่งถือเป็นวิชาคืนชีพ assets เก่านำกลับมาหมุนเวียนใช้งานได้อย่างคุ้มค่าระดับดีเยี่ยมของค่ายนี้เลยครับ โดยปกติแล้วพอเกม gacha บนระบบ iOS และ Android ถึงจุดที่ไปต่อไม่ไหว ยอดเติมเงินดรอปจนต้องประกาศปิดให้บริการ เซิร์ฟเวอร์ดับลง ทรัพย์สินและเนื้อเรื่องทั้งหมดก็ควรจะหายไปกับกาลเวลา แต่ Square Enix กลับมองเห็นโอกาสทอง ด้วยการนำเอาตัวเกม ระบบ การ์ด และโมเดลโมดูลต่าง ๆ ที่เคยทำไว้ มาตัดระบบสุ่มกาชาออก ปรับแก้ความสมดุลภายในเกมใหม่ แล้วนำมาแพ็กเกจขายเป็นเกมแบบ Offline ชำระเงินครั้งเดียวจบลงบนเครื่อง PC หรือ คอนโซล ให้แฟนเกมได้ซื้อไปเก็บสะสมและเสพเนื้อเรื่องกันต่อ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ของ Kingdom Hearts Union χ [Cross] ที่ถูกปรับให้กลายเป็นเวอร์ชัน Offline สำหรับดูโหมดเนื้อเรื่อง หรือเกมอื่น ๆ ในเครืออย่าง Final Fantasy Brave Exvius ที่มักจะมีโมเดลการนำเอาเนื้อเรื่องและทรัพยากรเก่ามาต่อยอดขายใหม่ครับ ซึ่งแม้ในมุมหนึ่งจะน่าชื่นชมที่ค่ายพยายามอนุรักษ์เนื้อเรื่องของเกมไว้ไม่ให้สูญหาย แต่สำหรับแฟนเกมที่เคยทุ่มเงินสุ่มกาชาไปเป็นหมื่นเป็นแสนตอนเกมยังเปิดบริการอยู่ พอเห็นมันกลายมาเป็นเกมออฟไลน์ราคาไม่กี่ร้อยบาท ก็แอบทำเอารู้สึกจุกและเอือมในความขยันหารายได้ของค่ายอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับ


5. ทำแพ็กเกจ Nostalgia แล้วสลับชื่อภาค/ตั้งชื่อใหม่ให้สับสน

5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม


มาถึงเทคนิคที่ห้าอย่าง ทำแพ็กเกจ Nostalgia แล้วสลับชื่อภาค/ตั้งชื่อใหม่ให้สับสน ซึ่งต้องยอมรับเลยครับว่านี่คือท่าไม้ตายในการดึงความทรงจำวัยเด็กของแฟนเกมกลับมาแปลงเป็นเงินได้อย่างแนบเนียนสุด ๆ เพราะทาง Square Enix มักจะชอบนำเอาเกมแฟรนไชส์เก่าระดับคลาสสิกที่คนคิดถึง จับมารวมแพ็กเกจขายใหม่หรือปัดฝุ่นทำเวอร์ชันอัปเกรด แล้วมักจะตั้งชื่อต่อท้ายด้วยคำชวนสับสนยาวเหยียด เช่น Reborn, Remaster, Chronicles, Pixel Remaster หรือ Chronicles Collection จนทำให้เกมเมอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ถึงกับต้องเกาหัวด้วยความงุนงง ตัวอย่างที่ชัดเจนมากคือ Tactics Ogre: Reborn ที่เป็นการเอาเกมยุค PS1 ซึ่งเคยถูกรีเมคบน PSP ในชื่อ Let Us Cling Together นำมารีมาสเตอร์ปรับปรุงระบบและตั้งชื่อใหม่อีกรอบ จนหลายคนสับสนว่านี่คือภาคใหม่หรือภาคเก่ากันแน่ หรือแม้แต่ตระกูล Final Fantasy Pixel Remaster ที่เอามารวมแพ็กเกจขายแยกภาคขายมัดรวม รวมถึงตระกูล SaGa ที่มีชื่อภาคย่อยออกมาเยอะแยะเต็มไปหมดครับ ซึ่งแม้จะสร้างความงงให้กับคนซื้ออยู่บ้าง แต่สุดท้ายด้วยพลังแห่งความโหยหาอดีตและแพ็กเกจที่ทำออกมาดูดีน่าสะสมบนหน้าไลบรารี สุดท้ายแฟนเกมอย่างพวกเราก็ยอมกดใส่ตระกร้าและจ่ายเงินให้อยู่ดีครับ


5 เทคนิคขายของเก่าสไตล์ Square Enix ที่คุณต้องเอือม

สุดท้ายนี้ แม้เราจะแซวเทคนิคการวนขายของเก่าของ Square Enix กันอย่างสนุกปาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ IP และความทรงจำอันทรงคุณค่าที่ค่ายนี้สร้างไว้ในใจของพวกเรามาอย่างยาวนาน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นการนำเหล้าเก่ามาใส่ขวดใหม่ แต่ด้วยคุณภาพงานที่ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดี ก็ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมแฟนเกมทั่วโลกถึงยังคงพร้อมที่จะเปิดเป๋าตังค์อุดหนุนกันอยู่เรื่อยมา แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ มีเกมเก่าเกมไหนของพี่เหลี่ยมที่โดนตกจนต้องซื้อซ้ำกันบ้าง ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

Jou Thunder

Content Creator สายเกมที่อยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ โปรดติดตามช่อง youtube.com/@JouThunder
Back to top button