Google แก้ปัญหาหน้าจอกระตุกบน Chrome สำหรับ Android ได้ดีขึ้นเกือบเท่าตัว
ลดอาการเลื่อนจอแล้วค้างลงถึง 48%

ใครที่ชอบท่องเว็บผ่านสมาร์ตโฟนน่าจะเคยเจอปัญหาชวนหงุดหงิดเวลาเลื่อนอ่านบทความ แล้วหน้าจอเกิดอาการสะดุด กระตุก หรือวาร์ปข้ามไปมา ปัญหานี้เรียกว่า Scroll Jank ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การใช้งานเว็บบนมือถือเสียอารมณ์ แม้ว่า Android จะทำสถิติเป็นแพลตฟอร์มมือถือที่เข้าเว็บได้เร็วที่สุด แต่ความเร็วอย่างเดียวยังไม่พอ Google จึงได้ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีเบื้องหลังเพื่อขจัดปัญหานี้มาตั้งแต่ปี 2023 และตอนนี้ก็ทำสำเร็จด้วยการลดอาการกระตุกเวลาเลื่อนหน้าจอลงได้ถึง 48%
สาเหตุหลักของอาการกระตุกเกิดจากการที่ Chrome ไม่สามารถส่งภาพเฟรมใหม่ขึ้นแสดงผลได้ทันเวลาตามรอบการรีเฟรชหน้าจอ ซึ่งปกติจอระดับ 60Hz จะมีเวลาประมวลผลต่อเฟรมเพียง 16.7 มิลลิวินาที หากมีความล่าช้าเกิดขึ้นแม้เพียงนิดเดียว จอภาพก็จำเป็นต้องแสดงผลภาพเดิมซ้ำ ส่งผลให้ดวงตาของมนุษย์มองเห็นเป็นอาการกระตุกทันที ความท้าทายคือ Chrome มีโครงสร้างซับซ้อนกว่าแอปพลิเคชันทั่วไปในระบบ Android เพราะต้องแยกการทำงานออกเป็นหลายส่วนเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพ การส่งข้อมูลจากนิ้วสัมผัสไปยังการวาดภาพบนจอจึงต้องผ่านหลายขั้นตอนมาก
เพื่อให้เข้าใจต้นตอของปัญหาได้อย่างแม่นยำ ทีมงาน Google จึงได้สร้างระบบวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานอย่างละเอียดโดยใช้ PerfettoSQL เข้ามาช่วยสแกนทุกขั้นตอนของการส่งข้อมูล ตั้งแต่การแตะนิ้วลงบนหน้าจอไปจนถึงการประมวลผลของกราฟิก ระบบจะช่วยติดแท็กแจ้งเตือนทันทีเมื่อพบว่าขั้นตอนไหนใช้เวลานานเกินกำหนด ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ทีมพัฒนาเห็นภาพชัดเจนว่าจุดไหนของการทำงานใน Chrome ที่เป็นตัวการทำให้การเลื่อนหน้าจอเกิดการสะดุด

เมื่อรู้จุดบกพร่องแล้ว ทีมพัฒนาได้ขนทัพฟีเจอร์ใหม่เข้ามาแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Input Vizard ที่ช่วยย้ายการรับข้อมูลสัมผัสไปยังส่วนประมวลผลภาพโดยตรง เพื่อไม่ให้งานอื่นมาขัดจังหวะ หรือฟีเจอร์ Input Framer ที่ช่วยให้ระบบยอมรอข้อมูลการสัมผัสที่อาจจะส่งมาล่าช้าเล็กน้อย แทนที่จะปล่อยให้หน้าจอแสดงผลเฟรมว่างเปล่า รวมถึงการใช้ระบบ Input Prediction ในการคาดเดาตำแหน่งการเลื่อนหน้าจอล่วงหน้า หากสัญญาณจากระบบปฏิบัติการมีความล่าช้าเกินไป
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างการสื่อสารภายในอย่าง Direct2Thread เพื่อลดขั้นตอนการส่งข้อมูลข้ามส่วนการทำงาน ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับให้ GPU เข้ามารับหน้าที่จัดการส่วนควบคุมเบราว์เซอร์เวลาเลื่อนหน้าจอลง โดยไม่ต้องเสียเวลาสื่อสารกลับไปกลับมา และยังร่วมมือกับทีมพัฒนา Android ในการปรับระดับความสำคัญของกระบวนการรับข้อมูลสัมผัส ให้ทำงานก่อนงานอื่นในระบบเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการแตะและเลื่อนจะได้รับการตอบสนองเร็วที่สุด
การปรับปรุงทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ของการวิเคราะห์และแก้ไขอย่างไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปี 2026 แม้ว่าการพัฒนาประสิทธิภาพบนมือถือจะเป็นเรื่องของการชิงชัยในระดับมิลลิวินาที แต่ Google ยังคงมุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อให้การใช้งานเว็บผ่านสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ มีความราบรื่นไร้การสะดุด และพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์ท่องเว็บที่ดีที่สุดให้กับทุกคนต่อไปในอนาคต







